ภูมินิเวศน์มหาสารคาม
1. สภาพพื้นที่เป้าหมาย
1.1 ลักษณะภูมิประเทศ แบ่งเป็น 3 ลักษณะคือ
1.1.1 พื้นที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำ เช่น ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำชีในบริเวณอำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอโกสุมพิสัย และทางตอนใต้ของจังหวัดแถบชายทุ่งกุลาร้องไห้
1.1.2 พื้นที่ค่อนข้างราบเรียบสลับกับลูกคลื่นลอนลาด พบทางบริเวณตอนเหนือของอำเภอ พยัคฆภูมิพิสัย เป็นแนวยาวไปทางตะวันออกถึงอำเภอเมืองมหาสารคาม
1.1.3 พื้นที่ลูกคลื่นลอนลาด สลับกับพื้นที่ลูกคลื่นลอนชัน พบทางตอนเหนือ และตะวันตกของจังหวัด บริเวณนี้มีเนื้อที่ประมาณครึ่งหนึ่งของเนื้อที่ของจังหวัด
1.2 ลักษณะภูมิอากาศ
เป็นแบบมรสุมเมืองร้อน
1.3 แหล่งน้ำ
มีแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งหมด 236 แห่ง แบ่งเป็น แม่น้ำ ห้วย ลำธาร คลอง 191 สาย ซึ่งทั้งหมดใช้ได้ในฤดูแล้ง และมีหนองบึง 45 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มีสภาพใช้ได้ในฤดูแล้ง 24 แห่ง อำเภอที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติมากที่สุด คือ อำเภอวาปีปทุม มีแหล่งน้ำ 40 แห่ง แบ่งเป็นแม่น้ำ ห้วย ลำธาร คลอง 37 สาย และมีหนอง บึง 3 แห่ง ในขณะที่กิ่งอำเภอชื่นชม มีแหล่งน้ำธรรมชาติน้อยที่สุดคือ มีเพียงหนองบึง 3 แห่งเท่านั้น และในจำนวนนี้ไม่สามารถใช้ได้ในฤดูแล้ง
นอกจากนี้มีบ่อบาดาลสาธารณะทั้งสิ้น 801 แห่ง อำเภอที่มีบ่อบาดาลสาธารณะมากที่สุด คือ อำเภอวาปีปทุม จำนวน 116 แห่ง รองลงมา คือ อำเภอเมืองและอำเภอบรบือ มีจำนวน เท่ากับ 104 แห่ง ในขณะที่อำเภอนาดูนมีบ่อบาดาลสาธารณะน้อยที่สุด เท่ากับ 16 แห่ง สำหรับอำเภอที่มีบ่อน้ำตื้นมากที่สุด คือ อำเภอวาปีปทุม จำนวน 33 แห่ง ส่วนอำเภอที่มีบ่อบาดาลน้อยที่สุดคือ อำเภอแกดำ และอำเภอยางสีสุราช จำนวน 2 แห่งเท่ากัน
2. ลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกรเป้าหมาย
2.1 ลักษณะทางสังคม
2.1.1 จำนวนครัวเรือน
มีทั้งหมด 230 ครัวเรือน ใน 60 หมู่บ้าน 22 ตำบล 7 อำเภอคือ อำเภอกันทรอำเภอเมือง อำเภอแกดำ อำเภอวาปี อำเภอนาดูน อำเภอกุดรัง และอำเภอบรบือ
2.1.2 ระดับการพัฒนา
|
ระดับเริ่มต้น (คน / %) |
ระดับปานกลาง (คน / %) |
ระดับก้าวหน้า |
|
102 / 44.34 |
87 / 37.82 |
41 / 17.82 |
2.1.3 เพศ / อายุ ของหัวหน้าครัวเรือน เพศชาย 197 คน หญิง 33 คน อายุเฉลี่ย 50 ปี
2.1.4 จำนวนคนในครัวเรือนและแรงงานในภาคเกษตร เฉลี่ยครัวเรือนละ 5 คน มีแรงงานภาคเกษตรเฉลี่ย 3 คนต่อครัวเรือน
2.2 ลักษณะทางเศรษฐกิจ
2.2.1 รายได้
รายได้จากการผลิตในแปลงเกษตรรวม 7,122,590 บาท เฉลี่ย 30,968 บาท/ครัวเรือน โดยประเภทผลผลิตที่ทำรายได้ให้มากที่สุดคือ สัตว์เลี้ยงเฉลี่ย 14,876 บาท/ครัวเรือน รองลงมาคือข้าว เฉลี่ย 14,060 บาท/ครัวเรือน
รายได้นอกภาคเกษตรกรรมรวม 4,818,240 บาท เฉลี่ย 20,949 บาท/ครัวเรือน ประเภทที่ทำรายได้ให้มากที่สุดคือลูกหลานส่งมาให้ เฉลี่ย 9,725 บาท/ครัวเรือน รองลงมาคือ การรับจ้างทั่วไป เฉลี่ย 4,467 บาท/ครัวเรือนขณะที่การรับจ้างการเกษตรได้เฉลี่ย 1,595 บาท/ครัวเรือน
2.2.2 รายจ่าย
รายจ่ายในภาคเกษตรรวม 2,394,515 บาท เฉลี่ย 10,411 บาท/ครัวเรือน ค่าใช้จ่ายมากที่สุดคือ ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ย 6,613 บาท/ครัวเรือน ค่าซื้อปุ๋ย เฉลี่ย 3,529 บาท/ครัวเรือน
รายจ่ายนอกภาคเกษตรรวม 11,632,786 บาท เฉลี่ย 50,577 บาท/ครัวเรือน โดยประเภทรายจ่ายที่มากที่สุดคือการใช้หนี้ เฉลี่ย 23,753 บาท/ครัวเรือน รองลงมาคือ การศึกษาบุตรหลาน เฉลี่ย 14,056 บาท/ครัวเรือน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการซื้อประเภทของอาหาร จะเป็นการซื้อเนื้อสัตว์มากที่สุดคือ เฉลี่ย 1,879 บาท/ครัวเรือน รองลงมาคือ ค่าเครื่องประกอบอาหาร (น้ำปลา ผงชูรส) เฉลี่ย 1,235 บาท/ครัวเรือน
2.2.3 การออม
แหล่งเงินออมส่วนใหญ่ฝากไว้ที่ธนาคาร คือ เฉลี่ย 5,515 บาท/ครัวเรือน รองลงมาคือ กลุ่มออมทรัพย์ เฉลี่ย 916 บาท/ครัวเรือน และฝากไว้ที่สหกรณ์เฉลี่ย 259 บาท/ครัวเรือน
2.2.4 หนี้สิน
รวมทั้งภูมินิเวศน์ 11,308,272 บาท เฉลี่ย 49,166 บาท / ครัวเรือน โดยมีแหล่งกู้ที่มีจำนวนเงินกู้มากที่สุดคือ ธ.ก.ส. รวม 7,580,282 บาท เฉลี่ย 32,958 บาท / ครัวเรือน รองลงมาคือ เครือญาติ รวม 1,270,800บาท เฉลี่ย 5,525 บาท / ครัวเรือน
3. แบบแผนการผลิตของครัวเรือน/และการทำเกษตรยั่งยืน
3.1 พื้นที่ทำเกษตรยั่งยืน
จังหวัดมหาสารคามมีพื้นที่ทำการเกษตรเท่ากับ 2,585,064.40 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 78.61 ของพื้นที่จังหวัดทั้งหมด รองลงมาคือ พื้นที่พืชไร่ และพื้นที่ไม้ผล 44,976.55 ไร่ พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อยโณงาน และมะม่วง
จำนวนครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมในปี 2541 มีจำนวนทั้งสิ้น 140,868 ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 76.42 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด อำเภอโกสุมพิสัย มีจำนวนครัวเรือนของเกษตรกรมากที่สุด รองลงมา คือ อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ และอำเภอเมืองมหาสารคาม
สัตว์เลี้ยงที่สำคัญ คือ โค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ สำหรับการเลี้ยงปลายังมีน้อย ส่วนใหญ่เกษตรกรเลี้ยงไว้บริโภค โดยเลี้ยงในนาข้าว
พื้นที่การเกษตรรวม 6,633 ไร่ เฉลี่ย 29 ไร่ / ครัวเรือน
พื้นที่ทำเกษตรยั่งยืนรวม 3,829.2 ไร่ เฉลี่ย 16.64 ไร่ / ครัวเรือน
พื้นที่ป่า รวม 91 ไร่ เฉลี่ย 0.39 ไร่ / ครัวเรือน
3.2 การถือครองที่ดิน เอกสารสิทธิ์ในที่ดิน
เกษตรกรส่วนใหญ่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ประเภทที่มากที่สุดคือ โฉนด ร้อยละ 80.43 รองลงมาคือ นส.3 ร้อยละ 7.86 ไม่ได้ตอบร้อยละ 7.82 ตามลำดับ
3.3 แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
เกษตรกรมีสระใช้ในการทำเกษตรเฉลี่ย 1.51 ลูก / ครัวเรือน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร และมีบ่อบาดาลเฉลี่ย 0.13 บ่อ / ครัวเรือน
แบ่งไปตามประเภทผลผลิต คือ
3.4.1 ข้าว ส่วนใหญ่ร้อยละ 81.73 ผลิตเพื่อบริโภคและขาย
3.4.2 เลี้ยงสัตว์ ส่วนใหญ่ร้อยละ 48.69 ผลิตเพื่อบริโภคและขาย
3.4.3 ปลา ส่วนใหญ่ร้อยละ 43.04 ผลิตเพื่อบริโภคอย่างเดียว
3.4.4 พืชผัก ส่วนใหญ่ร้อยละ 49.56 ผลิตเพื่อบริโภคอย่างเดียว
3.4.5 ไม้ผล ส่วนใหญ่ร้อยละ 39.56 ผลิตเพื่อบริโภคอย่างเดียว
3.4.6 ไม้ใช้สอย ส่วนใหญ่ร้อยละ 45.65 ผลิตเพื่อบริโภคอย่างเดียว
3.5 การใช้ปุ๋ย/สารเคมี และปุ๋ย/สารอินทรีย์ทางการเกษตร
การใช้ปุ๋ยเคมี ปริมาณการใช้รวม 126,690 กิโลกรัม เฉลี่ย 551 กก./ครัวเรือน คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวม 878,235 บาท เฉลี่ย 3,818 บาท/ครัวเรือน
การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปริมาณการใช้รวม 500,187 กิโลกรัม เฉลี่ย 2,175 กก./ครัวเรือน คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวม 6,570 บาท เฉลี่ย 29 บาท / ครัวเรือน
การใช้สารเคมี ปริมาณการใช้เฉลี่ย 7 กิโลกรัม/ครัวเรือน คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 87 บาท/ครัวเรือน
การใช้สารธรรมชาติ ยังมีการใช้น้อยมาก โดยมีบางอำเภอที่ไม่พบการใช้เลย ปริมาณการใช้เฉลี่ย 37 กิโลกรัม / ครัวเรือน คิดเป็นเงินเฉลี่ย 4 บาท / ครัวเรือน
3.6 การใช้พันธุ์พืช/พันธุ์สัตว์
พันธุ์พืช การใช้พันธุ์ข้าว พืชไร่ พืชผัก ไม้ผล ไม้ใช้สอย และสัตว์เลี้ยง เกษตรกรส่วนใหญ่จะเก็บเมล็ดพันธุ์ และแลกเปลี่ยนในชุมชน มีเพียงพันธุ์ปลาเท่านั้นที่เกษตรกรต้องซื้อ คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้พันธุ์เพื่อการผลิตพบว่า มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 638 บาท จากการจัดซื้อพันธุ์สัตว์
3.7 การใช้แรงงานและเทคโนโลยี
เกษตรกรส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายเพื่อจ้างแรงงานรวม 763,168 บาท เฉลี่ย 3,318 บาท / ครัวเรือน โดยเป็นค่าจ้างแรงงานในการทำนามากที่สุดคือ รวม 736,580 บาท เฉลี่ย 3,203 บาท / ครัวเรือน
เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการใช้เทคโนโลยีของตนเองรวม 232,346 บาท เฉลี่ย 1,010 บาท / ครัวเรือน โดยเป็นเทคโนโลยีในการทำนามากที่สุดคือ เฉลี่ยต่อครัวเรือน 747 บาท / ครัวเรือน ส่วนค่าใช้จ่ายในการจ้างหรือเช่าเทคโนโลยี รวม 388,767 บาท / ครัวเรือน เฉลี่ย 1,690 บาท / ครัวเรือน โดยเป็นการเช่าหรือจ้างเทคโนโลยีในการทำนามากที่สุด คือ เฉลี่ย 1,224 บาท / ครัวเรือน
3.8 การพึ่งพิงทุนเพื่อการผลิต
เกษตรกรส่วนใหญ่พึ่งพิงทุนจากครัวเรือน รวม 3,172,975 บาท เฉลี่ย 13,796 บาท/ครัวเรือน ทุนจากชุมชน/องค์กร รวม 860,050 บาท เฉลี่ย 3,739 บาท/ครัวเรือน
3.9 กิจกรรมการผลิต
เกษตรกรส่วนใหญ่มีการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการทำนามากที่สุด รองลงมาคือการปลูกพืชผัก การปลูกไม้ผล และการเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น
โดยส่วนใหญ่ปริมาณผลผลิตเพื่อการบริโภคยังไม่มีความเพียงพอต้องมีการจัดซื้อหาเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พืชผัก ไม้ผล สัตว์เลี้ยง มีเพียงแค่ข้าวกับปลาเท่านั้นที่มีความเพียงพอ
3.10 พิธีกรรมการผลิต
ส่วนใหญ่เกษตรกรมีการดำเนินการทำพิธีกรรมการผลิตในรอบปี เฉลี่ย 1 ครั้ง/ครัวเรือน
3.11 การจัดการผลผลิต
เกษตรกรส่วนใหญ่มีการจัดการผลผลิตทางการเกษตรในเรื่องของ การทำบุญ/ประเพณีในท้องถิ่น รองลงมาคือการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนกันในชุมชน และมีการแปรรูปผลผลิตอยู่บ้าง
เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของกลุ่มองค์กรชุมชน เฉลี่ย 2 องค์กร การศึกษาดูงานเฉลี่ย 1 ครั้ง รวมทั้งการได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตอย่างน้อย 1 ครั้ง