1.1 ที่ตั้ง
เกษตรกรเป้าหมายอยู่ใน 3 พื้นที่คือ อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอเสลภูมิ และอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด
พื้นที่เป้าหมายมี 2 ลักษณะคือ
1.2.1 บริเวณที่ลาดเชิงเขา ได้แก่ อำเภอโพธิ์ชัย
1.2.2 บริเวณที่ราบลุ่ม ได้แก่ อำเภอ เสลภูมิ และ อำเภอพนมไพร
ลักษณะดินโดยทั่วไป ในพื้นที่ราบลุ่ม จะเป็นดินเหนียวปนทราย หรือ ดินทาม ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมในการทำการเกษตร ขณะที่ที่ลาดเชิงเขาความอุดมสมบูรณ์ของดินค่อนข้างต่ำ เป็นดินเค็ม ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำการเพาะปลูก ต้องมีการปรับปรุงดินให้มีคุณภาพโดยทั่วไป
1.3 ทรัพยากรป่าไม้
ในพื้นที่ อำเภอโพธิ์ชัย มีป่าไม้อยู่เล็กน้อย ซึ่งปัจจุบันมีชาวบ้านส่วนหนึ่งรวมตัวกันเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าของชุมชน โดยเฉพาะป่าที่สำคัญ ได้แก่ ป่าดงแม่เผด ป่าคำตุ เป็นต้น ชนิดพันธุ์ไม้ที่พบเห็น เช่น ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แก ฯลฯ ส่วนใน อำเภอพนมไพร มีป่าที่สำคัญคือ ป่าดงเค็ง พบพันธุ์ไม้ เช่น ไม้ชาด ไม้ยาง ไม้พยอม ไม้พอก ไม้กะบาก เป็นต้น ชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวกันเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ของชุมชน ในนามกลุ่มอนุรักษ์ป่าดงเค็ง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ส่วนในอำเภอเสลภูมิ ยังคงมีป่าที่เป็นป่าทาม เช่น ป่าดงภูเงิน ป่าชุมชนวังหลวง เป็นต้น
ลำน้ำสำคัญที่ไหลผ่านพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่
1.4.1 ลำน้ำชี ไหลผ่านทั้ง 3 พื้นที่เป้าหมาย แหล่งน้ำมีความอุดมสมบูรณ์ตลอดปี
1.4.2 ลำน้ำยัง ไหลผ่าน อำเภอเสลภูมิ ฤดูฝนน้ำมีมากจนท่วมฝั่ง ส่วนฤดูแล้ง น้ำแห้งขอด มีน้ำขังอยู่เป็นช่วงๆ
โดยทั่วไปที่ราบลุ่มจะประสบปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ที่ดอนลาดเชิงเขา จะประสบปัญหาแล้ง
โดยทั่วไป ชุมชนต่างๆ จะมีความสัมพันธ์ของคนในชุมชนในลักษณะพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทั้งภายในและภายนอกหมู่บ้านโดยเฉพาะการพึ่งพากันทางด้านเศรษฐกิจ และการรวมกลุ่มของคนในชุมชนจะมีความเป็นกลุ่มทางการมากขึ้นกว่าในอดีต ลักษณะครอบครัวที่พบในชุมชนเป็นทั้งแบบครอบครัวเดี่ยวและแบบครอบครัวขยายในอำเภอโพธิ์ชัย ส่วนใหญ่ชาวบ้านอาศัยกันอยู่อย่างกระจัดกระจายไปตามแหล่งพื้นที่ทำการเพาะปลูก
ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก คือ ทำนา ทำสวน และทำไร่ หลังฤดูการทำเกษตร ชาวบ้านมักไปรับจ้างทั้งภายในและภายนอกชุมชน โดยเฉพาะการเข้าไปรับจ้างเป็นแรงงานในเมือง และวัยหนุ่มสาวมักจะนิยมไปกรุงเทพฯ เช่น ตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อส่งเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ภาวะหนี้สินที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากการลงทุนในการทำการเกษตรกระแสหลัก ส่งผลทำให้สภาพปัจจุบันชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องอพยพไปเป็นแรงงานในเมืองใหญ่ๆ กันมากขึ้น นอกจากนี้มีคนภายในชุมชนได้มีการรวมกลุ่มเพื่อสร้างรายได้และลดการพึ่งพิงภายนอกให้น้อยลงด้วย เช่น อำเภอพนมไพร มีกลุ่มน้ำมัน กลุ่มขนส่งสินค้าการเกษตร กลุ่มร้านค้าชุมชน กลุ่มเลี้ยงสุกร กลุ่มโรงสีข้าว กลุ่มแปรรูปผลผลิต เป็นต้น
ชาวบ้านที่อาศัยใกล้พื้นที่ป่า จะมีวัฒนธรรมความเชื่อประเพณีต่างๆ เช่น ความเชื่อในการอนุรักษ์ป่าไม้ การนับถือผีผู้ปกปักษ์ รวมทั้งมีการประกอบพิธีกรรมทางการผลิต และการปฏิบัติตามฮีตสิบสองคองสิบสี่ ซึ่งเป็นความเชื่อว่าทำเพื่อรักษาชุมชน หมู่บ้าน ป่าไม้ แหล่งน้ำ เป็นต้น
2.1 ลักษณะทางสังคมของเกษตรกรเป้าหมาย
2.1.1 จำนวนครัวเรือน / ระดับการพัฒนาเกษตรกร
|
เป้าหมายทั้งหมด (ครัวเรือน) |
ครัวเรือนเข้าร่วมปีแรก (ครัวเรือน) |
ระดับก้าวหน้า(ครัวเรือน / ร้อยละ) |
ระดับปานกลาง (ครัวเรือน / ร้อยละ) |
ระดับเริ่มต้น(ครัวเรือน / ร้อยละ) |
|
130 |
130 |
54 / 41.53 |
41 / 31.53 |
35 / 26.94 |
2.1.2 เพศ อายุ การศึกษาของหัวหน้าครัวเรือน
|
เพศชาย (คน) |
เพศหญิง (คน) |
อายุเฉลี่ย (ปี) |
การศึกษาส่วนใหญ่ (ระดับ) |
|
99 |
31 |
52 |
ประถมศึกษา |
2.1.3 การใช้แรงงานในภาคเกษตร
แรงงานส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกภายในครัวเรือนที่ช่วยเหลือในด้านแรงงาน โดยเฉลี่ยแต่ละครัวเรือนมีผู้ใช้แรงงานทำเกษตร 3 คน และอาศัยแรงงานจากสัตว์ เช่น วัว ควาย เป็นต้น
2.2 ลักษณะทางเศรษฐกิจของเกษตรกรเป้าหมาย
2.2.1 รายได้
รวมทั้งภูมินิเวศน์ (บาท) |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน (บาท) |
แหล่งรายได้ สูงสุด 3 ลำดับ |
รวมทั้งภูมินิเวศน์ (บาท) |
ร้อยละของทั้งหมด |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน (บาท) |
|
5,227,902 |
40,214.63 |
1.ทำนา |
1,105,690 |
21.14 |
8,505.3 |
|
|
|
2.ลูกหลานส่งให้ |
979,700 |
18.73 |
7,536.5 |
|
|
|
3. รับจ้างทั่วไป |
617,700 |
11.81 |
4,751.53 |
2.2.2 รายจ่าย
รวมทั้งภูมินิเวศน์ (บาท) |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน (บาท) |
แหล่งรายจ่าย |
รวมทั้งภูมินิเวศน์ (บาท) |
ร้อยละของ ทั้งหมด |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน (บาท) |
|
4,100,092
|
31,539.16 |
1. การศึกษาบุตร 2. ใช้หนี้ 3. เครื่องปรุงอาหาร 4. เนื้อสัตว์ 5. ซื้อข้าว 6.ปลา 7.พืชผักผลไม้ |
870,987 695,150 111,439
107,150 86,500 57,559 54,000 |
21.24 16.95 2.71
2.61 2.1 1.4 1.31 |
6,699.9 5,347.3 857.22
824.23 665.38 442.76 415.38 |
2.2.3 หนี้สิน
รวมทั้งภูมินิเวศน์ (บาท) |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน (บาท) |
แหล่งยืม ที่ยอดหนี้สูงสุด 2 ลำดับ |
รวมทั้งภูมินิเวศน์ (บาท) |
ร้อยละของทั้งหมด |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน (บาท) |
|
4,120,052
|
31,692.7 |
1. ธ.ก.ส. 2. แหล่งอื่น ๆ |
2,373,557 951,500 |
57.6 23.09 |
18,258.13 7,319.23 |
เกษตรกรส่วนใหญ่ใน 3 พื้นที่ ยังคงแบกรับภาระหนี้สินอยู่มาก ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ อำเภอโพธิ์ชัย คือ การกู้ยืมเงินเพื่อมาลงทุนในการทำการเกษตร เช่น การทำไร่อ้อย การทำไร่มันสำปะหลัง และใช้จ่ายในครัวเรือน
2.2.4 เงินออม
รวมทั้งภูมินิเวศน์ (บาท) |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน (บาท) |
แหล่งออมที่มียอดเงินรวมมากที่สุด 2 ลำดับ |
รวมทั้งภูมินิเวศน์ (บาท) |
ร้อยละของทั้งหมด |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน (บาท) |
|
652,222 |
5,017.09 |
1. เก็บเอง 2. สหกรณ์ |
217,752 211,400 |
33.38 32.41 |
1,675.01 1,626.15 |
3. แบบแผนการผลิตของครัวเรือน และการทำเกษตรยั่งยืน
3.1 พื้นที่ทำเกษตรกรรมยั่งยืน
|
พื้นที่การเกษตรทั้งหมด (ไร่) |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน(ไร่) |
พื้นที่การเกษตรยั่งยืน (ไร่) |
เฉลี่ยต่อครัวเรือน (ไร่) |
ร้อยละของทั้งหมด |
|
3,416 |
26.27 |
1,050.6 |
8.08 |
30.75 |
3.2 รูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืน
ทั้ง 3 พื้นที่มีรูปแบบเกษตรยั่งยืนแบบเกษตรผสมผสาน
3.3 การถือครองที่ดินและเอกสารสิทธิ์
ประเภทเอกสารสิทธิ์ 2 ลำดับแรก |
จำนวนครัวเรือน |
ร้อยละของครัวเรือน |
|
1. นส. 3 2. สปก. |
62 40 |
47.69 30.76 |
พบว่า ในพื้นที่อำเภอโพธิ์ชัยมีการถือครองพื้นที่ดินมาก เนื่องจากมีการทำพืชไร่เป็นส่วนใหญ่และมีการทำการเกษตรบนที่สูง แต่ก็ยังมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินน้อยพื้นที่ส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าจับจองที่ดินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ในอำเภอพนมไพร และอำเภอเสลภูมิ มีการถือครองที่ดินที่ได้รับจากมรดกตกทอดมา และส่วนใหญ่จะมีเอกสารสิทธิ์ คือ นส. 3 และโฉนดที่ดินบ้างแต่เป็นส่วนน้อย
3.4 กิจกรรมการผลิต
ประเภทกิจกรรมการผลิต (เฉลี่ยต่อครัวเรือน) |
หน่วยนับ |
|
1. ทำนา 2. ปลูกผัก 3. ปลูกไม้ผล 4. ปลูกไม้ยืนต้น 5. เลี้ยงไก่ 6. เลี้ยงวัว 7. เลี้ยงควาย 8. เลี้ยงเป็ด |
16.68 ไร่ 0.96 ไร่ 61.85 ต้น 110.8 ต้น 185.29 ตัว 5.3 ตัว 2.48 ตัว 22.71 ตัว |
3.5 เป้าหมายการผลิต
เป้าหมายกิจกรรมการผลิต |
ร้อยละ |
|
บริโภคอย่างเดียว บริโภคและขาย ขายและบริโภค |
60 38 2 |
โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน หรือแลกเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ และต่อเมื่อผลผลิตเหลือจึงจะขาย
3.6 การใช้เทคโนโลยี
มีการใช้เทคโนโลยีในการเกษตร เช่น รถไถนาเดินตาม รถไถใหญ่ (2 เพลา) และเครื่องสูบน้ำ
3.7 การใช้ปุ๋ย/สารเคมี และปุ๋ย/สารอินทรีย์ทางการเกษตร
|
ชนิดปุ๋ย สารเคมีที่ใช้ |
จำนวนครัวเรือน |
ร้อยละ |
|
ปุ๋ยเคมี |
60 |
52.12 |
|
สารเคมี |
55 |
47.82 |
|
ชนิดปุ๋ย สารเคมีที่ใช้ |
จำนวนครัวเรือน |
ร้อยละ |
|
ปุ๋ยอินทรีย์ |
100 |
76.92 |
|
สารธรรมชาติ |
30 |
23.07 |
พบการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี เช่น ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าแมลงมากในเขตอำเภอโพธิ์ชัย อำเภอพนมไพร เนื่องจากมีการเพาะปลูกพืชไร่ และพืชระยะสั้น เพื่อช่วยเร่งผลผลิต ส่วนในเขตอำเภอเสลภูมิพบว่า มีการใช้สารเคมีอยู่เช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ แต่ก็มีปริมาณน้อยเมื่อเปรียบเทียบกัน
3.8 ความเพียงพอของแหล่งน้ำ
ร้อยละ 40 ของเกษตรกรเห็นว่าแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่มีความพอเพียง ขณะที่การขุดสระโดยเฉลี่ยจะมีครัวเรือนละ 1 บ่อ ซึ่งเกษตรกรร้อยละ 90 เห็นว่าพอเพียงแล้ว
3.9 การใช้พันธุ์พืชพันธุ์สัตว์
พันธุ์พืช โดยส่วนใหญ่จะเป็นการเก็บเองและมีการแลกเปลี่ยนในชุมชน
พันธุ์สัตว์ เก็บเอง มีการแลกเปลี่ยนในชุมชน มีสัตว์บางชนิดที่ต้องซื้อจากตลาด
3.10 พิธีกรรมการผลิต
พิธีกรรม |
ช่วงเวลา (เดือน) |
วัตถุประสงค์ |
|
บุญคูณลาน บุญข้าวสาก |
กุมภาพันธ์ กันยายน |
สู่ขวัญพระแม่โพสพ เลี้ยงผีไร่ผีนา |
3.11 การจัดการผลผลิต
|
ประเภทผลผลิต |
วิธีการจัดการผลผลิต (ร้อยละ) |
||||
|
ขาย |
แปรรูป |
บริโภค |
แลกเปลี่ยน |
ทำบุญ |
|
|
1. ข้าว 2. พืชผัก 3. ปลา 4. สัตว์เลี้ยง |
2 60 30 60 |
20
30 |
60 20 20 20 |
15 10 20 |
18 5 10
|
3.4 ภูมิปัญญาด้านการเกษตร
เกษตรกรในพื้นที่ภูแม่เผดมีประสบการณ์ในการทำวนเกษตรบนภู ที่พยายามปรับพื้นที่พืชเชิงเดี่ยวให้เป็นแบบผสมผสานให้เกิดความหลากหลายบนพื้นที่สูง แต่ความพยายามก็ไม่สำเร็จเพราะสิ่งที่เป็นปัญหาในการทำการเกษตร คือ แหล่งน้ำ สภาพแหล่งน้ำที่ไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร จึงทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่หันมาปรับพื้นที่ข้างล่างแทนเพื่อทำการเกษตรกรรมทางเลือก
สำหรับเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเสลภูมิมีการสะสมประสบการณ์มากว่า 10 ปี ในการพัฒนาการเกษตร รูปแบบเกษตรธรรมชาติ หรือ การทำนาแบบธรรมชาติ และในระดับพื้นที่ก็มีแปลงเกษตรของเกษตรกรที่สามารถเป็นแบบอย่างได้ชัดเจน
3.13 ภูมิปัญญาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรชีวภาพ
เกษตรกรทั้ง 3 พื้นที่ ล้วนมีประสบการณ์ในการจัดการป่าทั้งสิ้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่การรณรงค์ทำความเข้าใจกับสมาชิกกลุ่ม ในการสร้างความเข้าใจเรื่องความสำคัญของป่ากับชุมชน การรักษาป่า และเมื่อมีปัญหาขัดแย้งกับรัฐก็สามารถรวมกลุ่มกันเพื่อคัดค้านและเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง และสามารถเข้าจัดการป่า ในรูปแบบป่าชุมชนได้ในที่สุด
3.14 การเป็นสมาชิกขององค์กรชุมชนและเครือข่าย
เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการนำร่องฯ ใน 3 อำเภอ ล้วนมีประสบการณ์ในการพัฒนามาก่อนประมาณปี พ.ศ. 2528 ชาวบ้านในเขตอำเภอพนมไพรได้ร่วมกันต่อสู้ คัดค้านป่ายูคาลิปตัสในพื้นที่ป่าดงเค็ง และพร้อมกันนั้นชาวบ้านในเขตอำเภอโพธิ์ชัยก็ร่วมกันคัดค้านการปลูกสร้างสวนป่ายูคาลิปตัสในพื้นที่ป่าคำตุเช่นเดียวกัน ปัจจุบันทั้ง 2 พื้นที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปดำเนินการรักษาป่าในรูปแบบป่าชุมชนได้สำเร็จ ซึ่งชาวบ้านในเขตอำเภอพนมไพรได้จัดตั้งเป็น เครือข่ายชาวบ้านป่าดงเค็ง และประมาณปี พ.ศ. 25342535 ชาวบ้านในเขตอำเภอโพธิ์ชัย ได้ร่วมกันผลักดันร่วมกับชาวบ้านในภาคอีสานคัดค้านโครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ (คจก.) โดยการอพยพชาวบ้านที่มีที่ทำกินบนป่าภูแม่เผด แต่ชาวบ้านได้ร่วมกันต่อสู้จนสามารถขึ้นไปทำมาหากินในพื้นที่เดิมของตนได้ จนรวมกลุ่มในนาม กลุ่มต้นน้ำป่าภูแม่เผด ขณะเดียวกัน ประมาณปี พ.ศ. 2534 เกษตรกรในเขตอำเภอเสลภูมิมีการเริ่มต้นในการทำการเกษตรธรรมชาติโดยมีคุณสุมณฑา เหล่าชัย เป็นผู้นำในนาม กลุ่มเกษตรธรรมชาติอำเภอเสลภูมิ