ภูมินิเวศน์น่าน
1. สภาพพื้นที่เป้าหมาย
1.1 ที่ตั้ง มีพื้นที่เป้าหมาย อยู่ใน 6 กลุ่มหมู่บ้าน 2 ตำบล 4 อำเภอ ใน จังหวัดน่าน ได้แก่
1.1.1 กลุ่มสมาชิกบ้านดอนไชย ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว (กลุ่มบ้านดอนไชยยังมีสมาชิกที่อยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียงเข้ารวมกลุ่มกับบ้านดอนไชยอีก 4 หมู่บ้าน คือ สมาชิกบ้านหัวดอย สมาชิกบ้านตีนตก สมาชิกบ้านฝาย และสมาชิกบ้านหัวน้ำ)
1.1.2 กลุ่มสมาชิกบ้านเฮี้ย ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว
1.1.3 กลุ่มสมาชิกบ้านศาลา ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว
1.1.4 กลุ่มสมาชิกบ้านดอนกลาง ตำบลพงษ์ อำเภอสันติสุข
1.1.5 กลุ่มสมาชิกบ้านท่าเลอ ตำบลแม่สาคร อำเภอเวียงสา
1.1.6 กลุ่มสมาชิกบ้านวังผา ตำบลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน
1.2 ลักษณะภูมิประเทศ / อากาศ ชนชาติ ทรัพยากร และวัฒนธรรม อธิบายโดยแบ่งแยกตามตำบลได้ดังนี้
1.2.1 กลุ่มสมาชิกบ้านดอนไชย กลุ่มสมาชิกบ้านเฮี้ย กลุ่มสมาชิกบ้านศาลา ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน
ทั้ง 3 กลุ่มอยู่ใน ตำบลศิลาแลง ซึ่งเป็นที่ราบเชิงเขาติดลำน้ำลำห้วย มีพื้นที่เป็นที่ราบร้อยละ65 ภูเขา และป่าไม้ร้อยละ 34 เป็นแหล่งกำเนิดลำน้ำกูน ลำน้ำขว้าง ห้วยหาด ห้วยต่อยและห้วยหินลับ คนในตำบลศิลาแลงส่วนใหญ่มีเชื้อสาย ไทลื้อ หรือ ไตลื้อ ยกเว้นกลุ่มบ้านศาลาที่เป็นชนเผ่าพื้นเมือง ชาวไทลื้อเป็นกลุ่มที่พูดภาษาตระกูลไทย มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองปันนา ทางตอนใต้ของประเทศจีน ลักษณะชุมชนบ้านเรือนที่อยู่อาศัยจะอยู่ตรงกลางของพื้นที่หมู่บ้านและรอบๆ เขตรั้วบ้านออกไปจะเป็นทุ่งนาและสวนของชาวบ้านในชุมชน นอกจากนั้นยังมีลำเหมืองไหลลัดเลาะผ่านเข้ามาในหมู่บ้านไร่นาของชาวบ้านใช้ในการทำเกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพ ปลูกข้าวเหนียวเป็นส่วนใหญ่ (เป็นข้าวพันธุ์ กข.10) เพื่อใช้ในการบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก และเก็บไว้ทำพันธุ์ในปีต่อไป หลังฤดูการเก็บเกี่ยวมีการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวสาลี กระเทียม ถั่วเหลือง เป็นต้น มีการทำสวนมะขาม มะม่วง ลำไย ลิ้นจี่ และอาชีพรองลงมาคือ การทอผ้าพื้นเมือง ค้าขาย และรับจ้างทั่วไป
ชาวบ้านในชุมชนศิลาแลงทุกครอบครัวนับถือศาสนาพุทธ และมีความเชื่อดั้งเดิมคือ ความเชื่อเรื่องผีว่าสามารถให้การคุ้มครองรักษา และป้องกันอันตรายในการดำรงชีวิตให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ในการเกษตรจึงมีพิธีกรรมต่างๆ
สภาพทั่วไปของหมู่บ้านเป็นที่ราบ ชุมชนทั้งหมดเป็นชนเผ่าลั้วะ และคนเมือง ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และผี (เจ้าหลวงบ่อน้อย) ชาวบ้านมีอาชีพทำนา ทำไร่ เช่น ไร่ข้าวในที่สูง ข้าวโพด ถั่วเขียวผิวมัน และอีกอาชีพที่ทำรายได้ให้ชาวบ้านสูงคือ การหาของป่า เช่น ลูกชิด น้ำผึ้งป่า
การปลูกข้าวนาถ้าจะให้ผลผลิตดีซึ่งจะปลูกที่ใกล้น้ำ สำหรับที่บนดอยใช้ปลูกข้าวไร่ ชาวบ้านส่วนใหญ่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน และยังเจอปัญหาอุทยานแห่งชาติประกาศทับที่ดินทำกิน ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตที่ได้ไม่เพียงพอสำหรับการบริโภคในครัวเรือน สิ่งที่ชาวลั้วะหวงแหนมากที่สุดคือป่า มีพื้นที่ป่าที่ห้ามใครแตะต้องคือ ป่าเห้ว หรือป่าช้า และป่าขุนห้วยหรือป่าต้นน้ำ ก่อนหน้าที่จะมีปัญหาการประกาศเขตอุทยานทับที่ ชาวลั้วะทำไร่หมุนเวียน ซึ่งไม่เพียงเป็นอาชีพที่ใช้ทำกินเท่านั้นยังเป็นการรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์มาได้
นอกจากการนับถือผีแล้ว ยังมีการประกอบพิธีกรรมอื่น ๆ เช่น พิธีสืบชะตาหมู่บ้าน เพื่อความเป็นศิริมงคล อยู่ดีมีสุข พิธีปลูกข้าว เกี่ยวข้าว เพื่อให้เป็นสิริมงคลในการทำนา นอกจากนี้ยังมีพิธีที่เกี่ยวกับการหาของป่าคือ พิธีขึ้นตีผึ้งเอาน้ำหวาน ชาวลั้วะหลายคนเป็นสล่าผึ้งหรือช่างตีผึ้งที่เก่งกาจแบบหาตัวจับยาก มีวิธีการในการตีผึ้งที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ
1.2.3 กลุ่มบ้านท่าเลอ ตำบลแม่สาคร อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน
พื้นที่ของบ้านท่าเลอส่วนใหญ่เป็นที่ดอน ขาดแคลนแหล่งน้ำในการผลิต ส่วนใหญ่เกษตรกรทำไร่ข้าวและไร่ข้าวโพด ต่อมาช่วงปี 2530 เริ่มมีการปลูกไม้ผล ได้แก่ มะม่วง และมะขาม โดยปลูกร่วมกับไร่ข้าวและไร่ข้าวโพด เกษตรกรส่วนใหญ่มีเอกสารสิทธิ์คือ นส3 ก. และพื้นที่ของหมู่บ้านอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (สปก.) การปลูกข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจทำให้ต้องพึ่งปัจจัยการผลิตมีต้นทุนสูง ปริมาณผลผลิตที่ได้ไม่คุ้มทุน เพราะผลผลิตที่ได้ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชุมชนได้ นอกจากนำไปจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลาง
1.2.4 กลุ่มบ้านวังผา ตำบลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน
สภาพพื้นที่เป็นที่ดอนภูเขา มีลำห้วยไหลผ่าน ส่วนใหญ่มีการปลูกไม้ผลโดยมีส้มเขียวหวานเป็นพืชหลัก โดยจะปลูกไปตามบริเวณเชิงเขาที่ติดกับลำห้วยเท่านั้น จะไม่มีการตัดต้นไม้บริเวณยอดเขา และที่สูงยังคงทิ้งให้เป็นป่าไม้ เพื่อดูดซับน้ำให้กับลำห้วย ซึ่งถือว่าเป็นภูมิปัญญาของคนที่อยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลกัน เป็นการใช้พื้นที่ในการผลิตเพื่อความสมดุลย์ของระบบนิเวศน์ที่มีความยั่งยืน การทำกินของชาวบ้านวังผาไม่มีเอกสารสิทธิ์เนื่องจากอยู่ในบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ผ่านมาเกษตรกรใช้สารเคมีในสวนส้มมากเพื่อเร่งผลผลิต
2. ลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย
2.3 จำนวนครัวเรือน / ระดับการพัฒนา รวม 6 กลุ่มหมู่บ้าน
ครัวเรือนเป้าหมายของโครงการนำร่องฯ ตั้งไว้ 270 ครัวเรือนซึ่งมีระดับการพัฒนาในการทำเกษตรกรรมยั่งยืนรวมทั้ง 6 กลุ่มหมู่บ้านแบ่งเป็นระดับต่าง ๆ ได้ดังนี้ ระดับก้าวหน้า ระดับปานกลาง และระดับเริ่มต้นเป็น 30 90 และ150 ครัวเรือนตามลำดับ
3. แบบแผนการผลิตของครัวเรือนและการทำเกษตรยั่งยืน
3.1 พื้นที่ทำเกษตรยั่งยืน
3.1.1 กลุ่มหมู่บ้านใน ตำบลศิลาแลง ส่วนใหญ่ทำนาและสวนไม้ผลผสมผสาน การทำนาจะเน้นการใช้ข้าวพันธุ์เบา อายุการเก็บเกี่ยวน้อย ทำให้สามารถใช้พื้นที่นาหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วมีการใช้พื้นที่ปลูกพืชหลังทำนา เช่น ยาสูบ พริก หอม กระเทียม มะเขือเทศ ข้าวบาร์เลย์ ถั่วเหลือง ฯลฯ โดยมีการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านในการปลูก เน้นเทคโนโลยีพื้นบ้านเช่น การยกร่องแปลง การเผาเศษฟางข้าวก่อนปลูกกระเทียมและถั่วเหลือง การใช้ฟางคลุมโดยจะเน้นการใช้วัสดุในท้องถิ่น และลด ละ เลิก การใช้สารเคมี
3.1.2 กลุ่มบ้านดอนกลาง จะเป็นแบบวนเกษตร มีการปลูกไม้ผลพืชผักสวนครัวมากขึ้น
3.1.3 กลุ่มบ้านวังผา เกษตรกรได้ตระหนักและเริ่มวางแผนในแนวทาง ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีในการปลูกส้ม และหันมาใช้สารจากธรรมชาติและปุ๋ยอินทรีย์แทน
3.2 เป้าหมายการผลิต
ส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือน สำหรับการปลูกพืชหลังนา เช่น พริก ข้าวบาร์เลย์ กระเทียม ฯลฯ จะปลูกเพื่อจำหน่าย เป็นรายได้ให้กับครัวเรือน
3.3 ปัญหาการจัดการ
ภายใต้รูปแบบเกษตรที่ทำในปัจจุบันส่วนมากจะเป็นปัญหาในเรื่องตลาดรับซื้อสินค้า ซึ่งเกษตรกรจะมีการปฏิบัติตามๆ กันถ้าเห็นว่าปีนี้ปลูกพืชชนิดไหนราคาดี ก็จะปลูกตามๆ กัน ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ และปัญหาขาดความรู้ในเรื่องการแปรรูป เช่น กระเทียม กล้วย ฯลฯ ซึ่งในปีนี้ทางโครงการได้รวบรวมสมาชิกที่สนใจ ในเรื่องการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรไปเข้ารับการฝึกอบรม ณ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตน่าน