ภูมินิเวศน์ลุ่มน้ำสายบุรี

 

1.  สภาพพื้นที่ลุ่มน้ำสายบุรี

ลุ่มน้ำสายบุรีมีพื้นที่ประมาณ 3,125 ตารางกิโลเมตรตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกทางภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย แม่น้ำสายบุรีที่เกิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี จังหวัดนราธิวาสความยาวประมาณ 195 กิโลเมตร ไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทยที่ตำบลตะลูบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ครอบคลุมพื้นที่สามจังหวัดคือ  นราธิวาส ยะลาและปัตตานี จำนวน 15 อำเภอ 82 ตำบล 420 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ  401,600  คน

ลักษณะทางกายภาพ ทางตอนบนของลุ่มน้ำเป็นพื้นที่ราบลุ่มสลับกับภูเขา เป็นพื้นที่ต้นน้ำมีทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก ตอนกลางเป็นที่ราบลุ่ม ใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูก เช่น ทำนา ทำสวนยางพารา สวนผลไม้ และเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ มีต้นสาคูกระจายอยู่ทั่วไปบริเวณรอบพรุและหนองน้ำเป็นพื้นที่รองรับน้ำ ส่วนทางตอนล่างใกล้บริเวณปากแม่น้ำสายบุรีเป็นที่ราบลุ่มมีป่าชายเลนขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป

ลักษณะดินมีความแตกต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศ ตอนบนบริเวณต้นน้ำเป็นดินเหนียวปนทรายและกรวด บางพื้นที่เป็นดินร่วนปนทราย  มีความลาดชันประมาณ 10-38 องศา มีคลองและลำธารตามบริเวณช่องเขา ทางตอนกลางเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินเหนียวปนทรายบางแห่งดินมีความอุดมสมบูณ์เพราะมีอินทรีย์วัตถุอยู่มาก ส่วนตอนล่างหรือบริเวณใกล้ปากแม่น้ำเป็นดินทราย ดินร่วนปนทราย ดินเลน  และทราย

ลักษณะภูมิอากาศมีสองฤดู  คือ ฤดูฝนและฤดูร้อน  โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ  29 – 34  องศาเซลเซียส มีความชื้นสัมพัทธ์  40–80  %  ฝนตกมากที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือน ธันวาคม  มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่าน  ในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือน ตุลาคม  ถึงเดือน เมษายนความเร็วลมเฉลี่ย  20-40  กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพ่านในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม  ความเร็วลมเฉลี่ย 10–40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  มีปริมาณน้ำฝนอยู่ในช่วง 33.2–840 มิลลิเมตร

 

2.       ลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกรเป้าหมาย

2.1      ลักษณะทางสังคม

                         ชุมชนในแถบลุ่มน้ำสายบุรีเป็นชุมชนมุสลิมเชื้อสายมลายูเป็นส่วนใหญ่ มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมที่มีรากฐานมาจากศาสนาอิสลาม นิยมใช้ภาษามลายูท้องถิ่น (ภาษายาวีในการสื่อสารในชุมชนและกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น  มาเลเซีย  สิงคโปร์

ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  มีพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 1,875,090 ไร่ เป็นพื้นที่ปลูกยางพาราร้อยละ 50 ของพื้นที่ทั้งหมด อาชีพหลักคือ ทำนา ทำสวนยางพาราสวนผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ เกษตรกรประสบปัญหากับความยากจน มีหนี้สิน ขาดความมั่นคงทางด้านรายได้ เนื่องจากมีที่ดินทำการเกษตรน้อยและบางรายไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ประกอบกับต้นทุนการทำการเกษตรมีต้นทุนสูง เพราะเกษตรกรใช้สารเคมี  ปุ๋ยเคมี  และมีความเสี่ยงต่อการพึ่งพาผลผลิตจากพืชหลักเพียงอย่างเดียว เช่น ยางพารา เกษตรจำนวนมากอพยพไปขายแรงงานที่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์โดยไปรับจ้างทำสวนยาง สวนปาล์ม

เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายในโครงการนำร่องฯ ภูมินิเวศน์ลุ่มน้ำสายบุรีมีทั้งสิ้น 200  ครัวเรือน ในพื้นที่สามจังหวัด  คือ  ยะลา  ปัตตานี  นราธิวาส  19  ชุมชนจำแนกเป็น

จังหวัดยะลา  11  ชุมชน  118  ครัวเรือน

ลำดับ

ชื่อกลุ่ม / ชุมชน

จำนวนสมาชิก

 ( ครัวเรือน )

1

กลุ่มอนุรักษ์พรุแฆ  บ้ากะดูนง ตำบลเกะรอ  อำเภอรามัน

20

2

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชมชนกาลอ ตำบลกาลอ อำเภอรามัน

14

3

กลุ่มอนุรักษ์พรุบึงน้ำใส  ตำบลตะโละหะลอ  อำเภอรามัน

10

4

กลุ่มออมทรัพย์สหพัฒนาบ้าพะปูเงาะ ตำบลเกะรอ อำเภอรามัน

18

5

กลุ่มออมทรัพย์สหพัฒนาบ้านปาแตรายอ ตำบลเกะรอ อำเภอรามัน

10

6

กลุ่มเกษตรกรรมทางเลือกบ้านกาเม็ง-สะโต ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน

9

7

กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษบ้านเกะรอ ตำบลเกะรอ  อำเภอรามัน

12

8

กลุ่มอนุรักษ์พรุลานควายบ้าป่าบอน  ตำบลท่าธง  อำเภอรามัน

 

25

9

กลุ่มอนุรักษ์พรุลานควายบ้านท่าธง  ตำบลท่าธง  อำเภอรามัน

10

กลุ่มอนุรักษ์พรุลานควายบ้านสาเมาะ  ตำบลท่าธง  อำเภอรามัน

 

รวม

118

 

จังหวัดปัตตานี  ชุมชน   39  ครัวเรือน

ลำดับ

ชื่อกลุ่ม / ชุมชน

จำนวนสมาชิก  ( ครัวเรือน )

1

กลุ่มเกษตรกรรมทางเลือกบ้านตะบิ้ง ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี

8

2

กลุ่มเกษตรกรรมทางเลือกบ้านตะโละดือรามัน อำเภอกะพ้อ

13

3

กลุ่มอนุรักษ์พรุลานควายบ้านปากู ตำบลปากู  อำเภอทุ่งยางแดง

18

4

กลุ่มอนุรักษ์พรุลานควายบ้านน้ำดำ ตำบลน้ำดำ อำเภอทุ่งยางแดง

 

รวม

39

 

 

จังหวัดนราธิวาส  ชุมชน  43  ครัวเรือน

ลำดับ

ชื่อกลุ่ม / ชุมชน

จำนวนสมาชิก  ( ครัวเรือน )

1

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านน้ำตก  ตำบลสุคิริน  อำเภอสุคิริน

12

2

กลุ่มเกษตรกรรมทางเลือกบ้านไอร์จูโจะ  ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร

15

3

กลุ่มเกษตรกรรมทางเลือกบ้านจำปากอ-มะยูง อำเภอบาเจาะ

16

 

รวม

43

 

พื้นฐานการศึกษาของเกษตรกร ส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาในภาคบังคับระดับประถมศึกษา  มีเพียงบางคนที่ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา ส่วนใหญ่นิยมศึกษาด้านศาสนาอิสลาม ใช้ภาษามลายูท้องถิ่นในการสื่อสารในท้องถิ่น 

2.2      ลักษณะทางเศรษฐกิจ

2.2.1    การประกอบอาชีพ  เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพหลักในการทำสวนยางพาราและสวนผลไม้  รองลงมาจะทำนาและเลี้ยงสัตว์  ซึ่งเป็นรายได้หลักของเกษตรกร  จำแนกตามลักษณะอาชีพ  ดังนี้

                                เกษตรกรรม/ปศุสัตว์                           116                         คน

                                ธุรกิจ/ค้าขาย                                             4                          คน

                                รับจ้าง                                                      12                         คน

                                อื่นๆ                                                            3                          คน

2.2.2  รายได้  เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยต่อปี

                                รายได้ต่ำสุด                                              2,000  บาท/ปี

                                รายได้สูงสุด                                          356,000 บาท/ปี

2.2.3  รายจ่าย  รายจ่ายของเกษตรกรส่วนใหญ่จะจ่ายไปในส่วนของเครื่องอุปโภคบริโภค    รองลงมาจะเป็นการลงทุนทำการเกษตร  และการซื้อที่ดิน

                                มีอัตรารายจ่ายสูงสุด                            321,700 บาท

                                มีอัตรารายจ่ายต่ำสุด                                3,600  บาท

2.2.4  เงินออมของเกษตรกร  เกษตรกรนิยมเก็บเงินไว้ที่บ้านและฝากเพื่อนฝูง  มีส่วนน้อยที่ฝากไว้กับสถาบันการเงิน  ธนาคาร  หรือกลุ่มองค์กรของชุมชน  เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาในเรื่องดอกเบี้ย  แหล่งที่มาของเงินฝากเป็นส่วนที่เหลือจากการใช้จ่าย  และรายได้ที่ได้จากผลผลิตที่ได้ในแปลงเกษตรเป็นครั้ง

2.2.5  หนี้สิน  เกษตรกรมีหนี้สินทั้งที่เป็นสถาบันการเงินในระบบ  เช่น  ธนาคาร  ธกส. และนอกระบบจะกู้ยืมจากเพื่อน  นายทุน/พ่อค้าในชุมชน  หรือเครือญาติ  เป็นการจำนองโดยการให้เก็บผลผลิตในแปลงเกษตร  ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย

สาเหตุของการเป็นหนี้สินเนื่องจากปัญหาหลัก   5   ประการ คือ

(1)  เกิดจากรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย   จำเป็นต้องกู้ยืมเพื่อการซื้อของกินของใช้ใน ชีวิตประจำวันในครัวเรือน

(2) เพื่อการลงทุนทำการเกษตร  และค้าขาย 

(3)  ขาดความรู้ในการประกอบอาชีพ 

(4)  สินค้าที่เกษตรกรผลิตได้ราคาต่ำเป็นระยะเวลายาวนาน

(5)  การผลิตทางเกษตรมีต้นทุนสูง  เนื่องจากการใช้สารเคมีในปริมาณที่มาก

 

3.       แบบแผนการผลิตของครัวเรือน  และการทำการเกษตรยั่งยืน

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในระยะแรกจำนวน  148  รายมีแนวคิดการทำการเกษตรยั่งยืนในระดับที่เริ่มหันมาทบทวนการทำเกษตรแบบดั่งเดิม  เช่น  แบบสวนดูซง   จะเห็นได้จาก

-          มีความพยายามที่จะลดการใช้สารเคมี   

-          ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและปลูกพืชหลายชนิดในแปลงเดียวกัน 

-          มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อเอามูลมาทำปุ๋ย 

-          มีการจัดการในแปลงเกษตรโดยวางระบบน้ำ ปลูกเป็นแถวเป็นแนวซึ่งต่างจากสวนดูซงที่ปลูกต้นไม้กระจายไม่เป็นแถวเป็นแนว 

3.1  การถือครองที่ดินและการมีเอกสารสิทธิ์

การถือครองที่ดินของเกษตรกรในภูมินิเวศน์น์สายบุรีเป็นแปลงขนาดเล็กมีเอกสารสิทธิ์ประเภท  นส.3  นส.3ก  และโฉนด  บางส่วนเป็นการครอบครองที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์  ซึ่งเป็นความยากลำบากสำหรับเกษตรกรในการติดต่อกับราชการ  ในการขอให้ออกเอกสารสิทธิ์  และเสียค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียม

3.2  กิจกรรมการผลิต

สภาพปัญหาปัจจุบัน

3.2.1     ขาดความรู้ด้านการอนุรักษ์บำรุงดิน คือ ไม่มีพืชคลุมหน้าดินทีจะเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับหน้าดินและมีการเผาซากพืชเศษไม้บริเวณหน้าดิน เป็นการทำลายอินทรีย์วัตถุและจุลินทรีย์ สัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ช่วยในระบบย่อยสลายและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน

3.2.2     เกษตรกรมองพืชเศรษฐกิจเป็นหลักในการปลูกลงในแปลงเกษตร 

3.2.3     เกษตรกรบางคนยังไม่สามารถพึงตนเองในด้านอาหาร ยังบริโภคพืชผักจากภายนอก

3.2.4     การเลี้ยงสัตว์แต่ละครัวเรือนมีการเลี้ยงน้อย ทั้งนี้เพื่อการบริโภคและมีไว้ขายยามจำเป็นเพราะมีข้อจำกัดในด้านพื้นที่ปศุสัตว์ ขาดหลักวิชาที่เหมาะสมในการคัดเลือกสายพันธุ์  มีการผสมพันธุ์ในสายพันธุ์ที่ใกล้ชิดมาก  การใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์  ปุ๋ยพืชสด  ปุ๋ยหมักมีน้อย  เนื่องจากไม่มีความรู้ในการผลิตปุ๋ยใช้เอง  จึงหันมาใช้ปุ๋ยเคมี  เพราะสะดวกและเห็นผลในระยะสั้น 

3.2.5     ในแปลงเกษตรมีความต่างระดับของชนิดพืชพันธุ์น้อย เกษตรกรยังมองไม่ออกว่าจะสามารถปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ให้สามารถเกื้อกูลกันได้อย่างไร ขาดความรู้และไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ของพืชผักพื้นบ้าน  ที่อยู่ตามร่องสวนซึ่งสามารถเก็บมาเป็นอาหารและเป็นสมุนไพรได้

แนวทางการพัฒนาในระยะต่อไปจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรว่าเกษตรกรรมยั่งยืนไม่ได้มองเพียงความมั่นคงด้านอาหาร การมีรายได้ที่เพียงพอกับการดำเนินชีวิตประจำวันเท่านั้น ต้องมองภาพรวมทั้งมิติทางสังคม  ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมประเพณี  การมีสุขภาพอนามัยที่ดี  มีสังคมและชุมชนที่ดี  มีการบริหารจัดการองค์กรของเกษตรกรที่เป็นระบบมีความเข้มแข็งเป็นที่พึ่งของเกษตรกรได้  มีการบริหารการจัดการทรัพยากรของชุมชนอย่างยั่งยืน รู้จักใช้ภูมิปัญญาแก้ปัญหาและลดการพึ่งพาจากภายนอกให้มากที่สุดในทุกๆ ด้าน

ในพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เน้นหนักการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวเป็นหลัก ไม่มีความหลากหลายของชนิดพืชพันธุ์  โดยมองข้ามความสมดุลของระบบการผลิต  มีการใช้ยาปราบวัชพืช ปุ๋ยเคมี  เป็นสาเหตุของการเกิดโรคระบาด  เช่น หนอนชอนเปลือกลองกอง  สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก

การระบาดของศัตรูพืช  และราคาพืชผลราคาต่ำ  เกษตรกรจึงหันมาทบทวนและพบข้อสังเกตุว่าสวนดูซงที่ไม่มีระบบการดูแลที่ต้องให้น้ำ ใส่ปุ๋ย ไม่ใช้สารเคมี  สามารถดำรงอยู่ได้  ไม่มีการระบาดของศัตรูพืชสามารถให้ผลผลิตที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ  จากพื้นที่ที่ปล่อยร้าง และในแปลงที่มีพืชหลักเพียงชนิดเดียวเริ่มมีการปลูกพืชหลายๆชนิด เพื่อให้สามารถบริโภคได้ตลอดปี

ผลผลิตทางการเกษตรได้แก่  ยางพารา  ผลไม้   ข้าว  และสัตว์เลี้ยง ซึ่งบางพื้นที่  บางครัวเรือนมีระบบการผลิต และมีผลผลิตที่ไม่สามารถพึ่งตนเองได้อย่างครบวงจร

3.3     เป้าหมายการผลิต

                         เป้าหมายการผลิตของเกษตรกร เป็นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือนส่วนที่เหลือเป็นการแบ่งปันให้กับเครือญาติและจำหน่าย  การจำหน่ายจะมีพ่อค้าในท้องถิ่นเป็นผู้รับผลผลิตไปขายตลาดในอำเภอ และจังหวัด

วิธีการผลิตเป็นการผลิตที่อาศัยธรรมชาติเป็นหลัก ไม่มีหลักวิชาการ การใช้แรงงานและ เทคโนโลยีมากนัก  เป็นการใช้แรงงงานในครัวเรือน เป็นหลัก มีการใช้เครื่องทุ่นแรงประเภทรถไถบ้างในการทำนาและเตรียมพื้นที่

 

3.4  การใช้พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์

                         ปัจจัยการผลิตประเภทพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์เกษตรกรนิยมใช้พันธุ์พื้นเมืองเพราะทนต่อสภาพพื้นที่  มีความต้านทานโรค  เกษตรกรบางกลุ่มมีการใช้สารเคมีน้อยมาก  มีการใช้ยาปราบวัชพืชเป็นครั้งคราว มีการใช้ปุ๋ยเคมีบ้าง  ทั้งนี้เพื่อความสะดวก  รวดเร็ว   เห็นผลในระยะเวลาอันสั้น

ปริมาณผลผลิตในแต่ละฤดูมีความเพียงพอต่อการบริโภคในครอบครัว บางปีที่ภูมิอากาศอำนวยมีผลผลิตมาก ส่วนใหญ่ไม่มีการแปรรูปหรือเพิ่มมูลค่าสินค้า หรือพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการจำหน่าย

3.4     การเป็นสมาชิกขององศ์กรชุมชน  และเครือข่าย

                         แต่ละชุมชนมีกลุ่มและองค์กรที่ตั้งตามความต้องการของกษตรกรในพื้นที่และตามคำแนะนำส่งเสริมของหน่วยงานราชการและองค์กรพัฒนาเอกชน  เช่น กลุ่มออมทรัพย์  กลุ่มเกษตรกรต่างๆ  กลุ่มเยาวชน  กลุ่มแม่บ้าน ฯลฯ ซึ่งกลุ่มองค์กรต่างๆที่จัดตั้งนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างกระบวนการเรียนรู้  สร้างความสามัคคี และความเข้มแข็งของชุมชน การพัฒนาเป็นไปอย่างช้าๆ  เช่น  การพัฒนาด้านสังคม วัฒนธรรมประเพณี  ด้านเศรษฐกิจ  การเมืองการปกครองระดับท้องถิ่น

บทบาทขององค์กรที่จัดตั้งขึ้น สามารถดำเนินการได้  ในระดับที่เป็นการเรียนรู้การทำงานเป็นกระบวนการเป็นองค์กร แต่ขาดความต่อเนื่อง มีการบริหารการจัดการที่ไม่เป็นระบบมากนัก เกษตรกรมีส่วนร่วมในการบริหาร  การตรวจสอบ  สามารถเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้ในระดับหนึ่ง