ภูมินิเวศน์ภาคใต้ตอนล่าง

 

1.  สภาพพื้นที่

1.1  เครือข่ายพื้นที่กลุ่มเป้าหมายจังหวัดตรัง-พัทลุง   ซึ่งจะมีพื้นที่ชุมชน

1.1.1     ที่เป็นพื้นที่เชิงเทือกเขาบรรทัด ต้นน้ำลำธารของเขต อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง และลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา-ปากพนัง อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอศรีบรรพต อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง สภาพอากาศมีลักษณะร้อนชื้น ระบบนิเวศเป็นลักษณะป่าฝนเขตร้อน พืชพรรณธรรมชาติมีความหลากหลายทางพันธุกรรมพื้นบ้านสูง

1.1.2     ชุมชนพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ราบ อำเภอเมือง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ส่วนใหญ่เป็นที่ราบทุ่งนา กลางน้ำ สลับด้วยที่ราบเนินดินกับภูเขาหินปูนเป็นแห่ง ๆ ส่วนริมทะเลสาบเป็นพื้นที่พรุน้ำจืดขนาดใหญ่ สภาพอากาศร้อน ระบบนิเวศเป็นทุ่งนาน้ำท่วมขังในฤดูฝน มีความหลากหลายของพืชพรรณต่ำกว่าเขตต้นน้ำ

1.2   เครือข่ายพื้นที่กลุ่มเป้าหมายจังหวัดสงขลา-สตูล  ซึ่งจะมีพื้นที่ชุมชนที่เป็น

1.2.1   พื้นที่ราบเชิงเทือกเขาบรรทัดตอนปลายและเทือกเขาสันคาลาคีรีตอนต้น ต้นน้ำ อำเภอรัตภูมิ อำเภอควนโดน จังหวัดสงขลา  และอำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูลสภาพอากาศมีลักษณะร้อนชื้น ระบบนิเวศเป็นลักษณะป่าฝนเขตร้อน พืชพรรณธรรมชาติมีความหลากหลายทางพันธุกรรมพื้นบ้านสูง

1.2.2   ชุมชนพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ราบ สลับกับที่ราบสูงเนินดิน อยู่ตรงกลางของพื้นที่ลุ่มน้ำ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา  ถัดจากต้นและปลายน้ำ สภาพอากาศร้อนชื้น ระบบนิเวศมีทั้งที่เป็นทุ่งนา แอ่งน้ำขัง สวนยางพาราและป่าดิบบนเนินเขาเป็นแห่ง ๆ

1.2.3   ชุมชนที่ราบลุ่มน้ำเทพา อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลาเป็นที่ราบแอ่งกะทะถัดจากที่ราบเชิงเทือกเขาสันกาลาคีรีตอนกลาง ตรงกันข้ามคนละด้านกับจังหวัดยะลา ระบบนิเวศ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเรียบ สลับด้วยที่ราบเนินดินเตี้ยๆ ไม่มาก มีการรักษาป่าชุมชนเอาไว้ใช้สอยและเป็นแหล่งเก็บน้ำให้ชุมชน  50  ไร่

1.3   เครือข่ายพื้นที่กลุ่มเป้าหมายจังหวัดกระบี่  ประกอบด้วย 4 กลุ่ม  ซึ่งจะมีพื้นที่ชุมชน พื้นที่ราบเชิงเขา อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่  เป็นที่ราบเชิงเทือกเขาปะบางคราม อากาศร้อนชื้น ระบบนิเวศ สภาพพื้นที่เป็นป่าดิบชื้นที่ราบต่ำ ถิ่นที่อยู่ของนกแต้วแล้วท้องดำกลุ่มสุดท้ายของโลก  ฐานทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ยังมีความสมบูรณ์อยู่พอสมควร และพันธุกรรมพืชพื้นบ้านที่เด่น ได้แก่ ต้นผักเหลียง

2.       ลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกรเป้าหมาย

2.1    ลักษณะทางสังคม 

เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด จำนวน 237 คน จาก จำนวน 20 กลุ่ม 5 เครือข่ายจังหวัด มีเพศหญิง จำนวน 37 ราย เพศชาย 200 ราย  อายุ อยู่ในระหว่าง 23- 73 ปี  การศึกษา  ประถมศึกษาตอนต้น  171 ราย มัธยมศึกษาตอนต้น 35 ราย ปวช./ปวท./มัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 21 ราย ปวส./อนุปริญญา จำนวน 4 ราย  และปริญญาตรี จำนวน 4 ราย  ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จะมีกลุ่มต่างๆ ตามแต่ละพื้นที่ดังนี้

2.1.1  เครือข่ายพื้นที่กลุ่มเป้าหมายจังหวัดตรัง–พัทลุง ประกอบด้วย 8 กลุ่ม

(1)     กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหมก ตำบล ละมอ อำเภอ นาโยง จังหวัด ตรัง

(2)     กลุ่มสังคมวนเกษตรตำบลบ้านนา อำเภอ ศรีนครินทร์  จังหวัด พัทลุง

(3)     กลุ่มสัจจะพัฒนาเพื่อเกษตรยั่งยืนบ้านในวัง ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัด พัทลุง

(4)     กลุ่มรักเทือกเขาบรรทัดบ้านบางเหรียง ตำบลเกาะเต่า อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง

(5)     กลุ่มธนาคารหมู่บ้าน  ตำบลตำนาน อำเภอเมือง  จังหวัดพัทลุง

(6)     กลุ่มออมทรัพย์เกษตรกรตำบลร่มเมือง–นาโหนด  อำเภอเมือง  จังหวัดพัทลุง

(7)     กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านแพรกหา  ตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

(8)     กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรตำบลพนางตุง  อำเภอ ควนขนุน จังหวัด พัทลุง

2.1.2  เครือข่ายพื้นที่กลุ่มเป้าหมายจังหวัดสงขลา-สตูล ประกอบด้วย 8 กลุ่ม

(1)     กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำตำบลเขาพระ อำเภอ รัตภูมิ จังหวัด สงขลา

(2)     กลุ่มเกษตรกรรมทางเลือกตำบลวังปะจัน อำเภอควนโดน

(3)     กลุ่มเกษตรกรรมทางเลือกบ้านค่าย หมู่ 8

(4)     กลุ่มเครือข่ายป่าชุมชน หมู่ 11 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล

(5)     กลุ่มผักพื้นบ้านปลอดสารพิษ (ทรัพย์ในดิน) บ้านน้ำหรา หมู่ 6 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล

(6)     กลุ่มผักพื้นบ้านหูแร่  ตำบลทุ่งตำเสา  อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา

(7)     กลุ่มเกษตรชุมชนบ้านห้วยโอน ตำบล กำแพงเพชร  อำเภอรัตภูมิ  จังหวัดสงขลา 

(8)     กลุ่มเกษตรกรรมทางเลือกตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

2.1.3  เครือข่ายพื้นที่กลุ่มเป้าหมายจังหวัดกระบี่  ประกอบด้วย 4 กลุ่ม

(1)     กลุ่มออมทรัพย์บ้านบางคราม

(2)     กลุ่มออมทรัพย์บ้านบางเตียว

(3)     กลุ่มสหกรณ์นิคมหน้าเขา ตำบลคลองท่อมเหนือ  อำเภอคลองท่อม  จังหวัดกระบี่

(4)     กลุ่มออมทรัพย์บ้านหินเพิง ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

กลุ่มเกษตรกรในโครงการสามารถแยกเป็นกลุ่ม (1) กลุ่มก้าวหน้า จำนวน 25 ราย สมาชิกกลุ่มนี้ ได้มีการพัฒนาระบบการเกษตรมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน หลายแปลงมีผลผลิตที่ให้หมุนเวียนได้ทั้งปี และมีความหลากหลายในกิจกรรมการผลิต สามารถเป็นแบบอย่างแก่เพื่อสมาชิกอื่นได้อย่างดี  เข้าใจระบบเกษตรกรรมยั่งยืนจากกิจกรรมในแปลงจากประสบการณ์จริง แนวทางการพัฒนาของสมาชิกกลุ่มนี้ คือพยายามสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ขึ้นเพื่อเป็นแบบอย่างกับกลุ่มคนที่สนใจแนวทางเกษตรยั่งยืนได้รวมทั้งการผลิตที่ครบวงจรด้วย  (2)  กลุ่มปานกลาง  จำนวน 105 ราย เป็นสมาชิกที่ทำการเกษตรมาระยะหนึ่งที่เพิ่งจะได้ผลผลิตที่ยังไม่ครบ  หมุนเวียนทั้งปี  ที่พยายามเสริมพืชชั้นล่าง เพื่อให้มีพืชหลายระดับรวมทั้งการเกื้อกูลกันระหว่าง คน พืช สัตว์  กลุ่มนี้พยายามพัฒนาตนเองอย่าง  ต่อเนื่อง  (3)  กลุ่มเพิ่งเริ่ม  จำนวน  107 ราย  เป็นสมาชิกที่เพิ่มเริ่มเข้าสู่โครงการฯ แต่ทุกคนได้ผ่านกระบวนการกลุ่มต่างๆ มาก่อนที่จะสู่โครงการฯ สมาชิกกลุ่มนี้มีการพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็วเรียนรู้ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนได้ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำเกษตรแบบเดิมมาในรูปแบบเกษตรยั่งยืน และพร้อมที่จะพัฒนารูปแบบการผลิตที่สอดดคล้องกับการตลาดที่ไม่ทำลายสภาพสิ่งแวดล้อม

2.2    ลักษณะทางเศรษฐกิจ

2.2.1  รายได้  รายได้ของสมาชิกจำนวน 237 ราย  รายได้สูงสุด/ปี/ครอบครัว  คือ  560,000  บาท  และต่ำสุด/ปี/ครอบครัว คือ  3,600 บาท   ซึ่งรายได้หลักของแต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกันไป  แต่เมื่อได้มีการรวมเป็นภาพรวม    รายได้หลักของสมาชิกโครงการฯ   คือจากยางพารา   โดยแยกออกเป็นรายละเอียดของรายได้ ดังนี้ 

ลำดับที่

รายการ

จำนวนเงิน

1.

ข้าว

371,300          

2.

พืชไร่

1,241,700

3.

พืชผัก

519,050

4.

ไม้ผล

1,863,400

5.

สัตว์เลี้ยง

1,126,910

6.

ปลา

244,000

7.

ผลผลิตอื่นๆ

1,292500

8.

รับจ้าง

1,423,024

9.

ค้าขาย

2,057,245

10.

ลูกหลานส่งมาให้

452,400

11.

เงินเดือน/ค่าตอบแทน

2,123,810

12.

จากหัตกรรม

240,000

13.

ผลิต/การเก็บของป่า

130,800

14.

ยางพารา

4,799,545

15.

อื่นๆ

4,197,574

 

รวมทั้งสิ้น

22,083,250

2.2.2  รายจ่าย  รายจ่ายของสมาชิกจำนวน 237 คน แยกออกเป็นจำนวนรายบุคคล/ปี  รายจ่ายสูงสุด มากถึง 622,180 บาท /ปี  และต่ำสุด 16,400 บาท แต่เมื่อได้รวมจำนวนสมาชิก ทั้ง 237 คนเป็นภาพรายจ่ายรวมจะมีมากถึง 31,256,652 บาท /ปี/327คน รายจ่ายหลักคือ  การศึกษา และอุปโภค บริโภค  ซึ่งรองลงมา

ลำดับที่

รายการ

จำนวนเงิน

1.

การศึกษา

4,983,106

2.

อุปโภคอื่นๆ

4,973,677

3.

ค่าพันธุ์พืช/พันธุ์สัตว์

1,308,780

4.

ค่าปุ๋ย

1,038,755

5.

เวชภัณฑ์เกษตร

173,477

6.

ค่าจ้าง

517,890

7.

ลงทุน

1,950,190

8.

ข้าว

1,187,614

9.

ผัก ผลไม้

692,730

10.

เนื้อสัตว์

2,324,438

11.

ปลา

187,701

12.

นุ่งห่ม

860,420

13.

รักษาพยาบาล

449,892

14.

หนี้สิน

3,782,420

15.

สังคม / บันเทิง

2,243,913

16.

อื่นๆ

4,581,651

 

รวมทั้งสิ้น

31,256,652

2.2.3   เงินออม สมาชิกของโครงการ ฯ  ทุกคนต้องผ่านกระบวนการทำงานกลุ่ม ซึ่งมีทั้งกลุ่มเล็ก และกลุ่มใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์กระบวนการกลุ่มอันยาวนาน รวมทั้งมีกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ  ซึ่งแล้วแต่ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่มวลสมาชิกทั้งสิ้น จากจำนวนสมาชิกทั้งหมดนี้ 237 ราย จะมีเงินออมทั้งสิ้น 3,153,258  บาท จาก 339 บัญชี แยกเป็นฝากออมทรัพย์ธนาคารของรัฐ 64 บัญชี จำนวนเงิน  1,195,270  บาท   และเป็นกลุ่มออมทรัพย์ในหมู่บ้าน  275 บัญชี  จำนวนเงิน 1,957,988  บาท ซึ่งมีสมาชิกที่มีเงินออมสูงสุด จำนวน 210,000 บาท ซึ่งได้ออมทั้งที่เป็นธนาคารของรัฐ และกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชนด้วย  แต่ก็มีส่วนน้อยที่ไม่มีการระบุจำนวนตัวเลขไว้ว่ามีการออม

                        2.2.4  หนี้สิน ภาระหนี้สินของสมาชิกโครงการฯ  ทั้งหมด  รวมทั้ง 5 แหล่งหนี้แล้ว รวมทั้งสิ้น 12,890,210 บาท  ซึ่งได้แยกประเภท แหล่งหนี้สินที่สำคัญของสมาชิกโครงการฯ ไว้ 5 รายการและจำนวนหนี้สูงสุดรายครอบครัว จำนวน 500,000 บาท  และ 448,000 บาทรองลงมา  มีสมาชิกหลายคนที่ไม่มีหนี้สินเลย  ซึ่งโดยส่วนมาแล้ว  จะเป็นพี่น้องมุสลิม  และสาเหตุของการเป็นหนี้ จะเป็นการลงทุนเรื่องการการเกษตรเป็นหลัก  และรองลงมาเรื่องการศึกษาของบุตร

ลำดับที่

รายการ

จำนวนเงิน

1.

ครอบครัว

1,980,400

2.

เครือญาติ

1,905,310

3.

องค์กร/เครือข่าย

126,500

4.

ธนาคาร

6,539,000

5.

อื่นๆ

2.33,9210

 

รวม

12,890,210

 

3.  แบบแผนการผลิตของครัวเรือนและการทำเกษตรยั่งยืน

รูปแบบการเกษตรในภูมินิเวศน์ภาคใต้ตอนล่าง จะมีรูปแบบที่ใกล้เคียงกันในหลายกลุ่มของ เครือข่าย  ซึ่งรูปแบบนั้นขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศและฐานทรัพยากรของพื้นที่นั้นๆ  และสำหรับภูมินิเวศน์ภาคใต้ตอนล่าง  รูปแบบการเกษตรจะเน้นเรื่องการปลูกผสมผสาน เพื่อให้มีรายได้จากผลผลิตที่หมุนเวียนทั้งปี  วนเกษตร  และไร่นาสวนผสมบางส่วน 

3.1  พื้นที่ทำการเกษตรยั่งยืน 

พื้นที่ในการผลิต ทั้งหมดในการทำการผลิตของสมาชิกรวมแล้ว 4,758 ไร่ จำนวน 659 แปลง  ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดนี้มีเอกสารสิทธิ์์ 629 แปลง ซึ่งเป็นพื้นที่ในการทำเกษตรทั้งหมด เป็นพื้นที่ 4,355 ไร่ และไม่มีเอกสารสิทธิ์์  30 แปลง  รวม  403 ไร่  เอกสารสิทธิ์์ มีหลายประเภท

3.2  แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร 

แหล่งน้ำที่ใช้ในการทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์  ซึ่งมีความเพียงพอจำนวน 160 ราย แหล่งน้ำเหล่านี้  มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 142 ราย  สระน้ำ  64 ราย  บ่อบาดาล 14 บ่อ บ่อน้ำตื้น  12 บ่อ  และประปาภูเขา  ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว  เป็นน้ำที่สะอาด  และเพียงพอ

3.3  กิจกรรมการผลิต

ของสมาชิกที่เน้นถึงพันธุกรรมท้องถิ่นมากขึ้น  มีการคำนึงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมและการผลิตที่ครบวงจร  ที่มีการวางระบบการผลิตที่เกื้อกูลกันระหว่าง พืช คน สัตว์ มากขึ้น มีการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์หลายประเภท มีปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิต ลดการใช้สารเคมี เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ สารธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยของผู้ผลิตและผู้บริโภคมากขึ้น สำหรับการใช้พิธีกรรมในกระบวนการผลิต เป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นขวัญกำลังใจในการผลิตที่ไม่มีผลกระทบในเชิงลบกับการผลิต

แต่สำหรับเกษตรกรที่เป็นมุสลิม การใช้พิธีกรรมในกระบวนการผลิตโดยส่วนใหญ่แล้ว ตามหลักศาสนาอิสลามแล้วเกษตรกรกลุ่มนี้ไม่ได้ใช้พีธีกรรมในกระบวนการผลิตเลย

3.4  เป้าหมายการผลิต 

ในการผลิตของครัวเรือนส่วนใหญ่การผลิตที่ผ่านมายังอยู่ในระยะเพิ่งเริ่มการผลิตทำให้ผลผลิตที่ออกมายังไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย  สมาชิกจึงยังคงเป็นการผลิตเพื่อบริโภคเพียงอย่างเดียว  ส่วนที่เหลือก็มีการจำหน่ายบ้างเล็กน้อย  รวมทั้งการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนให้แก่ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน

3.5      การใช้ปุ๋ยเคมี/ปุ๋ยอินทรีย์

ลำดับที่

รายการ

จำนวนเงิน

เหตุผล

1.

การใช้ปุ๋ยเคมี

674,357

เพิ่มผลผลิต เร่งการเจริญเติบโต

2.

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์

247,942

ลดต้นทุน  บำรุงหน้าดิน เพิ่มผลผลิต

3.

การใช้สารเคมี

11,748

กำจัดศัตรูพืช รักษาโรค

4.

การใช้สารธรรมชาติ

139,577

ไม่มีสารตกค้าง ลดต้นทุน

 3.6  การใช้พันธุ์พืช/พันธุ์สัตว์ 

จากการเปรียบเทียบต้นทุนในการจัดซื้อพันธุ์พืชและสัตว์ของสมาชิกจากภายนอกชุมชน รวมทั้งการจัดหาซื้อหรือแลกเปลี่ยนภายในชุมชนเอง จะเห็นว่ามีความแตกต่างในเรื่องต้นทุนสูงมาก ซึ่งเกือบจะเท่าตัวเลยทีเดียว  ตัวอย่าง การซื้อพันธุ์พืช/สัตว์  จากภายนอก 1,404,830 บาท และซื้อ แลกเปลี่ยนภายในชุมชนเอง 783,552  บาท

โดยส่วนมากแล้ว เกษตรกรไม่ได้เน้นการเลี้ยงเพื่อการขาย แต่นิยมที่จะเลี้ยงเพื่อการบริโภคเป็นส่วนใหญ่  และเน้นพันธุ์สัตว์พื้นบ้านเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพท้องถิ่นได้ดี และลดต้นทุนและหากว่าเหลือจากการบริโภคในครัวเรือนแล้วจึงจะมีการจำหน่าย  สัตว์เลี้ยงที่เกษตรกรนิยมเลี้ยง ไก่ เป็ด หมู วัว หลังจากบริโภคแล้วยอดจำหน่ายตั้งแต่ ปี พ.. 2538 -2543 มีสูงถึง 805,967 บาท

3.7  การใช้แรงงาน/เทคโนโลยี 

ในการจัดการเรื่องแรงงานภายในแปลงซึ่งวิธีการจัดการได้มีการแยกประเภทการจัดการ  เรื่องแรงงาน และเทคโนโลยีไว้ 3 รายการ  สำหรับแรงงานในแปลงที่ไม่สามารถระบุตัวเลขได้  คือค่าแรงในครัวเรือนที่ทุกครอบครัวต้องมีการลงแรงในแปลงโดยสมาชิกในครัวเรือน

 

 

 

 

 

รายการ

จำนวนเงิน

หมายเหตุ

1.ประเภทเทคโนโลยีของตนเอง

969,056

เครื่องตัดหญ้า รถไถนา พร้า จอบ ฯลฯ

2.ค่าเช่า / ค่าจ้าง

479,800

ค่าแรงเก็บเกี่ยว/ค่าไถ ฯลฯ

3.แรงงานรับจ้าง

330,200

ปรับพื้นที่ แรงงานทั่วไป

รวม

1,779,056

 

       

3.8  การจัดการผลผลิตของครัวเรือน

วิธีการจัดการประเภทของผลผลิต ผลผลิตต่างๆ ในแปลงของสมาชิกโครงการ เช่น ข้าว ไม้ผล พืชไร่ พืชผัก สัตว์เลี้ยง และอื่นๆ มีหลายวิธีในการจัดการผลผลิตเหล่านั้น มีการรวบรวมผลผลิตเพื่อขาย  การแปรรูปผลผลิต การแบ่งปัน/แลกเปลี่ยน การทำบุญ/ประเพณี

3.9  การเป็นสมาชิกขององค์กร  ชุมชน  และเครือข่าย  

จากจำนวนสมาชิก 237 ราย ซึ่งสมาชิกแต่ละคนได้เป็นสมาชิกกลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ มากมายที่เอื้อประโยชน์ในกับเกษตรกรทั้งเรื่องเงินทุน การพัฒนากลุ่ม การพัฒนาองค์วามรู้ และอื่นๆ ที่ช่วยหนุนแสริมเกษตรกร  ทั้งจากกลุ่มในชุมชน  ภายนอก  และองค์กรพัฒนาเอกชน  และหน่วยงานราชการ  ซึ่งองค์กรต่างๆ  เหล่านี้  มีมากถึง  397  กลุ่ม/องค์กรที่สมาชิกโครงการฯได้เชื่อมต่อกันอยู่

3.9.1  องค์กรชุมชนและเครือข่ายต่างๆมีดังนี้

(1)  กลุ่มธนาคารหมู่บ้าน ตำบลตำนาน  อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง 

                            กิจกรรมของกลุ่ม  รับเงินฝาก รับเงินออม  รับหุ้น รับซื้อข้าวเปลือก ขายข้าวสาร รำ ปลายข้าว  อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พัฒนาศูนย์เด็กเล็ก เครือข่าย 14 หมู่บ้าน  สมาชิก 424 คน

วัตถุประสงค์

เพื่อการออมเงินภายในหมู่บ้าน

เพื่อการร่วมเงินหุ้น

เพื่อการแปรรูป  และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

สร้างงานภายในชุมชน

      (2)   กลุ่มเกษตรกรบ้านร่มเมือง-นาโหนด

กิจกรรม   เป็นรวมกลุ่มของเกษตรกร 2 ตำบล ตำบลร่มเมือง ตำบลนาโหนดเพื่อทำการเกษตรยั่งยืน

วัตถุประสงค์  

. เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกร

                . เพื่อให้เกษตรกรมีความรับผิดชอบการเกษตรที่ปลอดสารพิษ

                . เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้มีรายได้ที่หมุนเวียน

(3)  กลุ่มออมทรัพย์สัจจะพัฒนาเพื่อเกษตรยั่งยืน ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง 

กิจกรรมขององค์กร  ฝากเงินออมของสมาชิก  ส่งเสริมอาชีพ สวัสดิการ  การจัดการ  สมาชิก  126 คน  เครือข่าย  บ้านในวัง  บ้านห้วยหมาน  บ้านสำนักวา

วัตถุประสงค์

เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

เพื่อฝากเงินออมเป็นกองทุน

                                                . เพื่อส่งเสริมอาชีพและให้สวัสดิการ

                                    (4)  กลุ่มสังคมวนเกษตรตำบลบ้านนา

 กิจกรรม  คือออมทรัพย์กลุ่ม  และทำการตลาด สมาชิก 16  คน   เครือข่าย  6 หมู่บ้าน

วัตถุประสงค์

. เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

. เพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน

. เพื่อให้เกษตรกร  และผู้บริโภค ได้บริโภคอาหารที่ปราศจากสารเคมี   (5)  กลุ่มออมทรัพย์บ้านบางคราม  (เกษตรกรรมยั่งยืนอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

กิจกรรมขององค์กรรับฝากออมทรัพย์ ปลูกพืชผสมผสาน พืชร่วมยาง สวนสมุนไพร  สมาชิก  15  คน  เครือข่าย 2 หมู่บ้าน  บ้านบางคราม  บ้านบางครามเหนือ

วัตถุประสงค์

เพื่อเป็นศูนย์กลางสมาชิกที่สนใจเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืน

เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องเกษตรยั่งยืน

เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ให้คงอยู่ต่อไป

(6)   กลุ่มอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ  ตำบล เขาพระ  อำเภอรัตภูมิ  จังหวัดสงขลา

กิจกรรมขององค์กร   ฝากงานออม  ประชุม  วางแผนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง  จำนวนสมาชิก  40  คน  เครือข่าย   4 หมู่บ้าน  หมู่ที่ 5  6 7 และ 10 

วัตถุประสงค์

เพื่อสนับสนุนเกษตรผสมผสาน

เพื่อสนับสนุนทุนหมุนเวียนในการพึ่งตนเอง

เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น

(7) โครงการพัฒนาชุมชนสวยยางขนาดเล็ก จังหวัดสตูล

กิจกรรม  ส่งเสริมการปลูกพืชร่วมยาง

การมีส่วนร่วมของสมาชิก   แกนนำชาวบ้าน สมาชิกยังมีกิจกรรมร่วมกัน

(8)  กลุ่มผักพื้นบ้านหูแร่  ตำบลทุ่งตำเสา  อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา  90290

กิจกรรมขององค์กร กิจกรรมขององค์กรที่ทำอยู่ ต้องพัฒนาให้สมาชิกเข้ามาร่วม  เรียนรู้ ร่วมทำให้ดีขึ้น  และเพิ่มกิจกรรม  การผลิตให้ต่อเนื่อง ครบวงจรการผลิต  เพื่อกันค้นหาแนวทางการพึ่งตนเอง  มีสมาชิก 10 คน

วัตถุประสงค์    

สร้างความรู้ทักษะการทำเกษตรยั่งยืนเพื่อสร้างชุมชนสีเขียว

                        หาแนวทางสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชน

                        มีความรู้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น