หน้าแรกของเว็บนี้ ติดตามกิจกรรมมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ข่าวแวดวงเกษตรกรยั่งยืน บทความที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน สื่อและสิ่งพิมพ์เกษตรกรรมยั่งยืน ผลผลิตจากเกษตรกร และสนับสนุนสินค้าเพื่องานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เว็บไซด์และเครือข่ายในงานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ติดต่อมูลนิธิและสถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
 
  มูลนิธิเกษตรยั่งยืนประเทศไทย : ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและพัฒนางานเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยและองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในสังคมวงกว้าง >> ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ประกอบด้วย >>| 1) สนับสนุนให้เกิดการศึกษา รวบรวมและเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและองค์กรชุมชน | 2) เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน กลุ่มต่างๆในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในท้องถิ่น | 3) รณรงค์เผยแพร่ความรู้ และการศึกษาในเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่สาธารณะชน | 4) ประสานความร่วมมือกับองค์กร พันธมิตร นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาในการพัฒนานโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพ  
 
 
เกษตรกรรมยั่งยืน
นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปรับปรุงบำรุงดิน ปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ
ผลกระทบเคมีเกษตร และสมุนไพรทดแทน

พันธุกรรมพืชสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แนวคิดและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปลูกการจัดการน้ำ
เลี้ยงสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แปรรูปผลผลิต ตลาดทางเลือก ธุรกิจชุมชน
กระบวนการเข้าสู่เกษตรกรรมยั่งยืน
กระบวนการจัดการหนี้สินในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
บริหารจัดการ และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยองค์กรชุมชน
เกษตรกรรมยั่งยืน กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
สถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน
ฐานทรัพยากรอาหาร
บริการห้องสมุดเกษตรกรรมยั่งยืน
เว็บที่เกี่ยวข้อง
บทความน่าสนใจ
0004-อย่าระเริงราคายาง-คมชัดลึก 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
<<กลับหน้าแรก | หน้ารวมหัวข้อบทความที่ผ่านมา

 

รู้มา-เล่าไป : อย่าระเริงกับราคายางพารา
ตอนนี้ในสภากาแฟทางภาคใต้ เริ่มลดการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ลงมามากแล้ว เพราะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน

เรื่องใหม่ที่เขาหารือกันในกลุ่มของคนวัยกลางคน จะพูดถึงเรื่องรายได้ที่ง่ายดายมาจากการที่ราคายาพาราแพง เป็นราคาที่แพงชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในเมืองไทย ถึงขนาดทะลุเพดานราคากิโลกรัมละกว่า 100 บาท แม้กระทั่งยุคเงินสุดจะเฟ้อภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ราคาก็ไม่สูงถึงขนาดนี้

อีกเรื่องหนึ่งที่เขาจะพูดกัน ฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจเท่าไรครับ คือเรื่องของการจ่ายเงิน ซื้อของเกินความจำเป็นเข้าบ้าน ทั้งประเภทเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเล่นไฟฟ้า รวมถึงการพูดถึงรถยนต์ที่ออกมาใหม่ๆ สู่ท้องตลาด

ที่บอกว่าไม่สบายใจนั้น เนื่องเพราะกลัวว่าจะกลายเป็นติดนิสัยมือเติบ ขณะที่ราคายางพารานั้นไม่ใช่จะมีราคาทะลุเพดานกิโลกรัมกว่า 100 บาทเสมอไป

ทุกวันนี้ชาวยางพาราซื้อรถยนต์ป้ายแดงเป็นว่าเล่น ส่วนรถจักรยานยนต์ไม่ต้องพูดถึงครับ แต่ละบ้านมีอย่างน้อย 2 คันขึ้นไป ขณะที่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นของจำเป็นที่ต้องใช้เกือบทุกคนในครัวเรือน ยกเว้นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ลดละแล้วแห่งกิเลส

ผมกลับบ้านไปเมื่อไม่นานมานี้ ไปหาเพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง ซึ่งส่วนใหญ่มีสวนยางพารากันคนละเล็กละน้อย คือรายย่อยว่างั้นเถอะ เราคุยกันถึงเที่ยงคืน พอตอนตีสี่เขาออกไปกรีดยาง 2 คนสามี-ภรรยา พอราว 10 โมงเช้า กลับมาถึงบ้าน เขาได้สตางค์แล้ววันละกว่า 2,000 บาท

เห็นแล้วดีใจครับ ดีใจตรงที่ว่าบ้านผมเดี๋ยวนี้ญาติพี่น้องช่างหาเงินง่ายเหลือเกิน ทำงานวันละ 4-5 ชั่วโมงได้แล้วเป็นพันบาท แต่ไม่สบายใจในเรื่องค่านิยมที่เปลี่ยนไป จากเดิมเป็นคนประหยัดเก็บเงิน กลายเป็นที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

จริงอยู่นะครับว่า เขาทำงานเหนื่อยมานานแล้ว เมื่อมีเงินก็ควรสนองกิเลสของตัวเองบ้าง แต่ขณะเดียวกันอย่าลืมว่า เงินที่ได้มาจากการขายยางพาราที่เรากรีดและมีราคาสูง ซึ่งเป็นราคาสูงที่คนซื้อกำหนดมา ไม่ใช่ชาวสวนพาราจะเป็นผู้กำหนดราคาเหมือนกลุ่มโอเปคที่กำหนดราคาน้ำมัน

อย่าลืมว่า ยาง ที่เราใช้ในวงการอุตสาหกรรมทุกวันนี้มี 2 ชนิดคือ ยางธรรมชาติ ที่ได้มาจากผลผลิตน้ำยางพารา กับยางสังเคราะห์ ที่เป็นผลผลิตจากน้ำมันปิโตรเลียม

ที่ราคายางพาราแพงขึ้น มีปัจจัยมาจากส่วนหนึ่งที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแพง ส่งผลให้ยางสังเคราะห์ ที่เป็นผลผลิตจากน้ำมันก็แพงตามด้วย อีกปัจจัยหนึ่งภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ยางกำลังเติบอย่างก้าวกระโดดโดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ประเทศจีน ญี่ปุ่น รวมถึงของไทยเราด้วย

สิ่งที่น่าห่วงเมื่อเราไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา โอกาสที่ยางพาราจะลงนั้นมีสูงมาก สาเหตุมาจากเมื่อยางธรรมชาติราคาแพง ก็คงจะมีการวิจัยพัฒนายางสังเคราะห์ให้สามารถใช้งานได้เท่ากับยางธรรมชาติ อีกปัจจัยหนึ่งคือจีนที่นำเข้ายางพาราจากบ้านเราเริ่มปลูกยางเองหลายล้านไร่ ขณะที่บ้านเราเองรัฐบาลสนับสนุนให้ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น

ถึงเวลานั้นแล้วจะเศร้า แล้วอาจเกิดวิกฤติยางพาราล้นตลาดขึ้นมาได้ แล้วสภาพเดิมๆ ทุกอย่างจะหวนกลับ คือราคายางพาราอาจกลับมาที่กิโลกรัมละ 18 บาทอีกครั้งหนึ่งครับ

บายไลน์ - ดลมนัส กาเจ

 

| home | aboutus | news | article |
| media-publications | products-supporting | Links | contacts us |

www.sathai.org
Year 2005-2006
คลิกที่เข็มทิศ เพื่อดูแผนที่ไปมูลนิธิ
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)

Sustainable Agriculture Foundation Thailand

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซ่อยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/โทรสาร: 2 591 1195-6, 2 580 2035
อีเมล์ : sathai@sathai.org
มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซด์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้
 
hotnews
movement
hotissue
smart article

คลิกที่นี่ !!
บอกเล่าเก้าสิบ เรื่องกรณีศึกษาเกษตรยั่งยืน

คลิกที่นี่ !!
เรื่องเล่าจากต่างแดน

ในเวดวงเกษตรกร
สนับสนุนสินค้าเกษตรกรรมยั่งยืน


ข้าวหอมมะลิชั้นหนึ่งจากนาเกษตรอินทรีย์ จ.สุรินทร์

สนับสนุนสินค้าเพื่อกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

เสื้อยืด ของที่ระลึกสวย จากศิลปินผู้สนับสนุนการส่งเสริม วิจัย และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน