เรื่องใหม่ที่เขาหารือกันในกลุ่มของคนวัยกลางคน
จะพูดถึงเรื่องรายได้ที่ง่ายดายมาจากการที่ราคายาพาราแพง เป็นราคาที่แพงชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในเมืองไทย
ถึงขนาดทะลุเพดานราคากิโลกรัมละกว่า 100 บาท แม้กระทั่งยุคเงินสุดจะเฟ้อภายหลังสงครามโลกครั้งที่
2 ราคาก็ไม่สูงถึงขนาดนี้
อีกเรื่องหนึ่งที่เขาจะพูดกัน ฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจเท่าไรครับ
คือเรื่องของการจ่ายเงิน ซื้อของเกินความจำเป็นเข้าบ้าน ทั้งประเภทเฟอร์นิเจอร์
เครื่องเล่นไฟฟ้า รวมถึงการพูดถึงรถยนต์ที่ออกมาใหม่ๆ สู่ท้องตลาด
ที่บอกว่าไม่สบายใจนั้น เนื่องเพราะกลัวว่าจะกลายเป็นติดนิสัยมือเติบ
ขณะที่ราคายางพารานั้นไม่ใช่จะมีราคาทะลุเพดานกิโลกรัมกว่า 100
บาทเสมอไป
ทุกวันนี้ชาวยางพาราซื้อรถยนต์ป้ายแดงเป็นว่าเล่น
ส่วนรถจักรยานยนต์ไม่ต้องพูดถึงครับ แต่ละบ้านมีอย่างน้อย 2
คันขึ้นไป ขณะที่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นของจำเป็นที่ต้องใช้เกือบทุกคนในครัวเรือน
ยกเว้นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ลดละแล้วแห่งกิเลส
ผมกลับบ้านไปเมื่อไม่นานมานี้ ไปหาเพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง
ซึ่งส่วนใหญ่มีสวนยางพารากันคนละเล็กละน้อย คือรายย่อยว่างั้นเถอะ
เราคุยกันถึงเที่ยงคืน พอตอนตีสี่เขาออกไปกรีดยาง 2 คนสามี-ภรรยา
พอราว 10 โมงเช้า กลับมาถึงบ้าน เขาได้สตางค์แล้ววันละกว่า 2,000
บาท
เห็นแล้วดีใจครับ ดีใจตรงที่ว่าบ้านผมเดี๋ยวนี้ญาติพี่น้องช่างหาเงินง่ายเหลือเกิน
ทำงานวันละ 4-5 ชั่วโมงได้แล้วเป็นพันบาท แต่ไม่สบายใจในเรื่องค่านิยมที่เปลี่ยนไป
จากเดิมเป็นคนประหยัดเก็บเงิน กลายเป็นที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
จริงอยู่นะครับว่า เขาทำงานเหนื่อยมานานแล้ว
เมื่อมีเงินก็ควรสนองกิเลสของตัวเองบ้าง แต่ขณะเดียวกันอย่าลืมว่า
เงินที่ได้มาจากการขายยางพาราที่เรากรีดและมีราคาสูง ซึ่งเป็นราคาสูงที่คนซื้อกำหนดมา
ไม่ใช่ชาวสวนพาราจะเป็นผู้กำหนดราคาเหมือนกลุ่มโอเปคที่กำหนดราคาน้ำมัน
อย่าลืมว่า ยาง ที่เราใช้ในวงการอุตสาหกรรมทุกวันนี้มี
2 ชนิดคือ ยางธรรมชาติ ที่ได้มาจากผลผลิตน้ำยางพารา กับยางสังเคราะห์
ที่เป็นผลผลิตจากน้ำมันปิโตรเลียม
ที่ราคายางพาราแพงขึ้น มีปัจจัยมาจากส่วนหนึ่งที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแพง
ส่งผลให้ยางสังเคราะห์ ที่เป็นผลผลิตจากน้ำมันก็แพงตามด้วย อีกปัจจัยหนึ่งภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ยางกำลังเติบอย่างก้าวกระโดดโดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ประเทศจีน
ญี่ปุ่น รวมถึงของไทยเราด้วย
สิ่งที่น่าห่วงเมื่อเราไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา
โอกาสที่ยางพาราจะลงนั้นมีสูงมาก สาเหตุมาจากเมื่อยางธรรมชาติราคาแพง
ก็คงจะมีการวิจัยพัฒนายางสังเคราะห์ให้สามารถใช้งานได้เท่ากับยางธรรมชาติ
อีกปัจจัยหนึ่งคือจีนที่นำเข้ายางพาราจากบ้านเราเริ่มปลูกยางเองหลายล้านไร่
ขณะที่บ้านเราเองรัฐบาลสนับสนุนให้ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น
ถึงเวลานั้นแล้วจะเศร้า แล้วอาจเกิดวิกฤติยางพาราล้นตลาดขึ้นมาได้
แล้วสภาพเดิมๆ ทุกอย่างจะหวนกลับ คือราคายางพาราอาจกลับมาที่กิโลกรัมละ
18 บาทอีกครั้งหนึ่งครับ