อย่าง สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินหนองไม้แก่น
จำกัด อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีสมาชิกผู้ปลูกยางพารา
พวกเขาเหล่านั้นกับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงได้ส่ง ผลผลิตไปขายแก่พ่อค้า...ซึ่งทำให้มีปัญหา
เรื่องการขนส่งและหมิ่นเหม่ต่อการถูกกดราคา ถูกเอารัดเอาเปรียบ
คุณพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ สหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทราจึงได้
ส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินหนองไม้แก่น จำกัด จัดกิจกรรมทำจุดรับซื้อยางพาราขึ้น
ณ ที่ทำการสหกรณ์ฯ เพื่อลดปัญหาต่างๆและให้ความสะดวกแก่สมาชิก
กิจกรรมนี้ คุณอานนท์ พรหมนารท ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราจะเป็น
ประธานในการเปิดจุดรับซื้อยางพาราแห่งนี้ในช่วงเช้าของวันนี้
(6 กรกฎาคม)....ถือว่าเป็นโอกาสทองของเกษตรกรภาคตะวันออก
ส่วนโอกาสของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หรือ อีสาน ในช่วงที่ยางพาราราคาดีนี้ ได้เฮโลกันกรีดยางตั้งแต่ต้นยังวัดวงรอบไม่ถึง
50 เซนติเมตร...อันเป็นยางที่ต้นยังอยู่ในวัยอ่อน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณสุขุม วงษ์เอก
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้พูดว่า....น่าเป็นห่วงต่อสถานการณ์ในอนาคต
เพราะการกรีดยางที่ต้นยังอ่อนจะทำให้ต้นยางมีอายุการใช้งานสั้นลง
จากปกติที่อยู่ในระหว่าง 25-30 ปี ก็จะเหลือเพียง 20-23 ปีเท่านั้น....
...ผลกระทบที่ตามมาคือจะทำให้อัตราการเจริญเติบโตลดลงประมาณ
30% นอกจากจะให้น้ำยางน้อยแล้ว ยังทำให้ต้นยางแคระแกร็น และต้องโค่นต้นยางเร็วกว่ากำหนด...
รัฐต้องแบกภาระในการชดเชยค่าสงเคราะห์การโค่นยางเก่าเร็วขึ้น
และเมื่อยางที่โค่นในขณะต้นเล็กแกร็น
ก็ขายไม่ได้ราคา...จึงไม่ คุ้มกันที่จะรีบกรีดยางในช่วงที่ต้นยังอ่อน...!!!
ผอ.สถาบันวิจัย บอกต่อว่า....ก็น่าเห็นใจ
ด้วยราคามันยั่วยวน แต่เกษตรกรก็ควรตระหนักถึงผลต่อไปในอนาคตด้วย
ตามมาตรฐานแล้วยางที่พอจะกรีดได้ คือต้องวัดจากพื้นดินสูง 150
เซนติเมตร แล้ววัดโดยรอบได้ 150 เซนติเมตร กรีดหน้ายางประมาณครึ่งต้น
ในวันเว้นวัน....ก็มีบ้างที่อนุโลมให้กรีดแบบ 2 วันเว้น 1 วัน
ในกรณีที่ต้นยางอุดมสมบูรณ์ดี
ถ้าชิงสุกก่อนห่ามไปแล้วก็ห้ามกันไม่ได้
แต่ถ้ายังไม่กรีดกันตอนนี้ ให้อดเปรี้ยวไว้กินหวานจะดีกว่า...อย่ารีบร้อน...!!!
ดอกสะแบง