หน้าแรกของเว็บนี้ ติดตามกิจกรรมมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ข่าวแวดวงเกษตรกรยั่งยืน บทความที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน สื่อและสิ่งพิมพ์เกษตรกรรมยั่งยืน ผลผลิตจากเกษตรกร และสนับสนุนสินค้าเพื่องานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เว็บไซด์และเครือข่ายในงานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ติดต่อมูลนิธิและสถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
 
  มูลนิธิเกษตรยั่งยืนประเทศไทย : ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและพัฒนางานเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยและองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในสังคมวงกว้าง >> ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ประกอบด้วย >>| 1) สนับสนุนให้เกิดการศึกษา รวบรวมและเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและองค์กรชุมชน | 2) เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน กลุ่มต่างๆในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในท้องถิ่น | 3) รณรงค์เผยแพร่ความรู้ และการศึกษาในเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่สาธารณะชน | 4) ประสานความร่วมมือกับองค์กร พันธมิตร นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาในการพัฒนานโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพ  
 
 
เกษตรกรรมยั่งยืน
นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปรับปรุงบำรุงดิน ปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ
ผลกระทบเคมีเกษตร และสมุนไพรทดแทน

พันธุกรรมพืชสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แนวคิดและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปลูกการจัดการน้ำ
เลี้ยงสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แปรรูปผลผลิต ตลาดทางเลือก ธุรกิจชุมชน
กระบวนการเข้าสู่เกษตรกรรมยั่งยืน
กระบวนการจัดการหนี้สินในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
บริหารจัดการ และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยองค์กรชุมชน
เกษตรกรรมยั่งยืน กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
สถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน
ฐานทรัพยากรอาหาร
บริการห้องสมุดเกษตรกรรมยั่งยืน
เว็บที่เกี่ยวข้อง
บทความน่าสนใจ
0013-ดัชนีความสุข-กรุงเทพธุรกิจ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
<<กลับหน้าแรก | หน้ารวมหัวข้อบทความที่ผ่านมา



หน้าต่างความคิด : ทำเศรษฐกิจพอเพียงให้ดี ดัชนีความสุขจะตามมา

20 กรกฎาคม 2549 17:57 น.
ชาลี โกมลสุทธิ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์



กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2549 มูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ (New Economics Foundation) ใช้ตัวย่อว่า NEF (เอ็นอีเอฟ) ตั้งอยู่ที่ถนนโจนนาทาน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความสุขในประเทศต่างๆ 178 ประเทศทั่วโลก พบว่าประเทศไทยได้อันดับที่ 32 สำหรับประเทศเพื่อนบ้านของเรา ได้แก่ เวียดนาม อันดับที่ 12 ,

ภูฏานของเจ้าชายจิกมี่ ได้อันดับที่ 13 , ฟิลิปปินส์ 17, อินโดนีเซีย 23, จีน 31, มาเลเซีย 44,พม่า 77,กัมพูชา 91, บรูไน 100, ลาว 109 เป็นต้น แต่ที่ดูแล้วแปลกๆ ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ติดอันดับที่ 131 กลายเป็นประเทศในเอเชียที่มีดัชนีความสุขน้อยทั้งที่บ้านเมืองเจริญมาก

สำหรับอันดับที่ 1 ซึ่งถือว่ามีความสุขที่สุดในโลก ได้แก่ ประเทศวานุอาตู (Vanuatu) หลายคนไม่ค่อยคุ้นชื่อนี้มากนัก เป็นประเทศหมู่เกาะมีทั้งหมด 80 เกาะ เนื้อที่ประมาณ 12,189 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงคือพอทวิลา หมู่เกาะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก แถวๆ หมู่เกาะโซลามอน สามารถเดินทางโดยเครื่องบินจากออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ 3 ชั่วโมง มีประชากรอาศัยอยู่ราว 200,000 คน ภาษาที่ใช้คือภาษาบิสลามา อังกฤษ และฝรั่งเศส

วานุอาตูเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษและฝรั่งเศส ก่อนประกาศอิสรภาพเป็นสาธารณรัฐในปี 2523 ประชากรส่วนใหญ่ ทำเกษตรขนาดเล็ก นอกจากนี้ ยังทำประมงและท่องเที่ยว

ประเทศที่มีดัชนีความสุขอันดับท้ายสุดคือประเทศซิมบับเวในทวีปแอฟริกา อยู่ในอันดับที่ 178 สำหรับประเทศดังๆ ที่เข้ารอบฟุตบอลโลก 2006 เป็นกลุ่มประเทศที่มีดัชนีความสุขไม่มาก เช่น อาร์เจนตินา 47 ,บราซิล 63 , อิตาลี 66, เนเธอร์แลนด์ 70,เยอรมนี 81,สเปน 87, ญี่ปุ่น 95, อังกฤษ 108, ฝรั่งเศส 129, โปรตุเกส 136 ,สหรัฐอเมริกา 150 เป็นต้น

ดัชนีความสุข (Happy Planet Index = H P I) มีองค์ประกอบหลัก 3 อย่างตามที่ เอ็นอีเอฟ กำหนด ได้แก่ ความพึงพอใจในการมีชีวิต ความคาดหวังในชีวิต และการรักษาระบบนิเวศตามแบบฉบับเดิม เขียนเป็นสมการได้ดังนี้


ดัชนีความสุข = ความพึงพอใจในการมีชีวิต ? ความคาดหวังในชีวิต

การรักษาระบบนิเวศตามแบบฉบับเดิม

ดัชนีความสุข กำหนดตัวเลขที่เป็นเหตุเป็นผลไว้ไม่เกิน 83.5 ที่ไม่กำหนดไว้ 100 เพราะเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะมีความสมบูรณ์ในทุกสิ่ง

ความพึงพอใจในการมีชีวิต (Life satisfaction) ประชาชนมีความพึงพอใจกับเทคโนโลยี การศึกษา การบริหารงานของรัฐบาลที่โปร่งใส สภาพความเป็นอยู่ ฯลฯ แต่ละครอบครัว มีความหวังดีต่อกัน กำหนดตัวเลขที่เป็นเหตุเป็นผลไว้ไม่เกิน 8.2 ประเทศเดนมาร์ก ได้อันดับสูงสุดคือ 8.2

ความคาดหวังในชีวิต (Life expectancy) เป็นการแสดงให้เห็นถึงรูปแบบว่าจะใช้ชีวิตให้ยืนนานและมีความสุขได้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีอยู่ กำหนดตัวเลขที่เป็นเหตุเป็นผลไว้ไม่เกิน 82.0 ปีประเทศญี่ปุ่นได้อันดับสูงสุดคือ 82 ปี

การรักษาระบบนิเวศตามแบบฉบับเดิม (Ecology Footprint) ดูแลควบคุมอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อมนุษย์และสัตว์ โดยเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมาแล้วนำไปปรับปรุงใช้ต่อไป กำหนดตัวเลขที่เป็นเหตุเป็นผลที่ 1.5 ถ้าควบคุมระบบนิเวศให้ดีตัวเลขจะน้อย ถ้าไม่ดี จะเพิ่มประเทศที่ดีที่สุดคือ ไฮ้อีติ (Haiti) ได้ ต่ำสุดคือ 0.5

ตัวอย่างประเทศวานุอาตูได้ความพึงพอใจในการมีชีวิต 7.4 ความคาดหวังในชีวิต 68.6 ปีและการรักษาระบบนิเวศตามแบบฉบับเดิม 1.1 ดัชนีความสุข คือ 68.2 ประเทศไทยได้ความพึงพอใจในการมีชีวิต 6.5 ความคาดหวังในชีวิต 70.0 ปี และการรักษาระบบนิเวศตามแบบฉบับเดิม 1.6 ดัชนีความสุข คือ 55.4

รายละเอียดและวิธีการได้มาของดัชนีชี้วัดความสุขต้องใช้ข้อมูลและสถิติมากมาย เอ็นอีเอฟได้สรุปเป็นรายงานประมาณ 60 หน้า ต้องให้นักเศรษฐศาสตร์อธิบายรายละเอียดที่มาของตัวเลขทั้งหลาย อาจเกิดข้อสงสัยบางประการเช่น ประเทศไทยกำลังยุ่งๆ ไม่น่าจะมีความสุขมากกว่าประเทศอิตาลี แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเอ็นอีเอฟอาจแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของรัฐบาลในแต่ละประเทศ ในการดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ภายใต้ทรัพยากรแวดล้อมที่มีอยู่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ทรงสอนให้ทุกคนเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ รู้จักพอประมาณ มีเหตุผลและสร้างภูมิคุ้มกัน สหประชาชาติยังยกย่องแนวทางของพระองค์ท่าน เป็นปรัชญาที่เข้าใจง่าย ถ้าได้ลงมือปฏิบัติก็จะมีความสุขหลายประเทศกำลังนำไปใช้

ในขณะนี้ บ้านเมืองค่อนข้างจะวุ่นวายทั้งด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการเมือง มีบุคคลไม่กี่คนที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะนักการเมืองหน้าเดิมๆ ทั้งหลายที่วนเวียนกันอยู่ ขณะนี้ มีแต่ข่าวลือ ข่าวปล่อย กันมาก มีการแสดงความคิดเห็นที่ใช้ความรู้สึกเก่าๆ เป็นส่วนใหญ่ ไม่มีข้อมูลที่แท้จริง บางท่านก็หลงในอำนาจสิ่งเหล่านี้อาจทำให้คนไทยไม่มีความสุข

สำหรับประเทศไทยโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ทำแผนงานทางด้านสังคมจะเน้นความสุข สุขภาพที่ดีของประชาชน ก็ยังมีความหวังว่าระดับดัชนีความสุขของประเทศไทยจะเปลี่ยนจากอันดับที่ 32 เป็นอันดับที่ 9 หรืออันดับที่ 10 ถ้าได้ดำเนินการในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจังตามพ่อหลวงของเรา

ความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนได้ทำให้ถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นระบบนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งเดิมนั้นจะเป็นเครือญาติทำร่วมกัน หรือการขอแรงกันและกันภายในชุมชน แต่ทุกวันนี้แม้แต่คนในครอบครัวเดียวกันก็ยังต้องมีการจ่ายค่าแรงด้วยซ้ำไปในบางครั้ง

เกษตรอินทรีย์ มักเรียกกันให้สวยหรู แต่มีรากฐานมาจากการเฮ็ดอยู่เฮ็ดกินแบบดั้งเดิม โดยอาศัยทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่นที่มีอยู่แล้ว เช่น ขี้วัว ขี้ควาย ใบไม้ เศษหญ้า มาทำเป็นปุ๋ย การขอแรงผลัดเปลี่ยนช่วยกันทำ แบ่งปันผลผลิตที่ได้ เป็นต้น ซึ่งจะนำมาสู่ความพอเพียงสอดคล้องกับแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปราศจากหนี้สิน มีกินมีใช้อย่างไม่ต้องคิดกังวล ทั้งนี้คนรุ่นก่อนได้ถือปฏิบัติ เป็นแนวทาง สั่งสมเป็นองค์ความรู้มาแล้ว เพียงแต่คนรุ่นหลังจะหยิบใช้มันได้อย่างไร

การต่อสู้ของชาวบ้านในพื้นที่โครงการเหมืองแร่โปแตช มิใช่เพียงการต่อสู้กับนายทุนหน้าเลือด โดยใช้วิธีการชุมนุมเรียกร้อง การยื่นหนังสือร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือวิธีการอื่นใดก็ตาม หากแต่มันต้องต่อสู้กับกระแสการไหลบ่าอันเชี่ยวกราดของการพัฒนา ต่อสู้กับความเชื่อ ความคิดภายในตัวของตนเองด้วย

“นารวม” ที่กลุ่มอนุรักษ์ฯ ช่วยกันผลักดันขึ้นมาจึงถือเป็นต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ไม่ต่างจากการปักธงเขียวในการต่อสู้รัฐธรรมนูญ เป็นการดึงเอาความคิด ความเชื่อที่เดิมมีอยู่แล้วแต่ถูกทำลายลงไป ไม่ว่าจะด้วยระบบการศึกษา แนวนโยบายของรัฐ หรือแม้แต่การมอมเมาของสื่อต่างๆ เองด้วย ให้ฟื้นกลับคืนมาอย่างมีความเชื่อมั่น เมื่อถึงวันนั้นก็เชื่อได้อย่างสนิทใจว่าเหมืองโปแตชที่จะขุดเอาทรัพยากรใต้ผืนดินอุดร หรือภาคพื้นใต้ดินอีสานเพื่อนำไปผลิตปุ๋ยเคมี ก็จะไม่มีความจำเป็นกับชุมชน และเกษตรกรทั้งมวลที่ดำเนินวิถีการเฮ็ดอยู่เฮ็ดกินแบบดั้งเดิม.


เดชา คำเป้าเมือง

สำนักข่าวประชาธรรม
http://www.bangkokbiznews.com/2006/07/21/w017_121888.php?
news_id=121888

 

| home | aboutus | news | article |
| media-publications | products-supporting | Links | contacts us |

www.sathai.org
Year 2005-2006
คลิกที่เข็มทิศ เพื่อดูแผนที่ไปมูลนิธิ
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)

Sustainable Agriculture Foundation Thailand

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซ่อยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/โทรสาร: 2 591 1195-6, 2 580 2035
อีเมล์ : sathai@sathai.org
มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซด์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้
 
hotnews
movement
hotissue
smart article

คลิกที่นี่ !!
บอกเล่าเก้าสิบ เรื่องกรณีศึกษาเกษตรยั่งยืน

คลิกที่นี่ !!
เรื่องเล่าจากต่างแดน

ในเวดวงเกษตรกร
สนับสนุนสินค้าเกษตรกรรมยั่งยืน


ข้าวหอมมะลิชั้นหนึ่งจากนาเกษตรอินทรีย์ จ.สุรินทร์

สนับสนุนสินค้าเพื่อกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

เสื้อยืด ของที่ระลึกสวย จากศิลปินผู้สนับสนุนการส่งเสริม วิจัย และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน