| |
| :::
บทความที่น่าสนใจ ::: |
|
0032- งานเกษตรแห่งชาติกับการตั้งรับของของมหาวิทยาลัยภูมิภาค |
งานเกษตรแห่งชาติกับการตั้งรับของของมหาวิทยาลัยภูมิภาค
โดย
ดงมันปา เป็นหมู่บ้านที่อุปโลกน์ขึ้นจากอดีตที่บริเวณนี้เคยสะพรั่งและอวลด้วยกลิ่นดอกมันปา เมื่อกลุ่มองค์กรไทบ้านได้รับมอบพื้นที่จัดแสดงงาน จึงนำเอา มันปา ซึ่งเป็นทั้งความเอกอ้างทระนงแห่งอัตลักษณ์ และเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นไท ไทบ้าน มันปาเคยอวลกำจายทั่วบริเวณแถบนี้ก่อนที่ชุมชนวิชาการจะยาตราทัพเข้าครอบครองพื้นที่ แล้วนำเอามันปามาเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย โดยแปลงชื่อสร้างปมเขื่องให้แก่ตัวว่า ดอกกันเกรา งานเกษตรแห่งชาติ จัดให้มีขึ้นที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี งานมีตั้งแต่วันที่ ๒ จนถึง ๑๑ มีนาคม ศกนี้ โดยเนื้อหา งานนี้เป็นการนำเอา น้ำ กับ น้ำมัน มาเทรวมกันภายในพื้นที่ ๕๐๐ ไร่ของมหาวิทยาลัย เป็นการนำเอาขั้วสองขั้วมารวมกันโดยขาดยุทธศาสตร์และทิศทางของเจ้าภาพ อันประกอบด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน ประกอบด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม งานมหกรรมวันเกษตรแห่งชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นการจัดงานครั้งแรกในเขตภาคอีสานตอนล่าง หลังจากที่เดินสายไปประกาศศักดามาทั่วประเทศ จากชิ้นงานประชาสัมพันธ์ทั้งในงานและในเวบไซต์ www.kasetday.com ได้เชิญชวนว่า ... มีทั้งนิทรรศการจากหน่วยงานราชการที่จัดแสดงการเกษตรทั้งกสิกรรมและปศุสัตว์ที่สำคัญของประเทศ ในส่วนของภาคเอกชนได้รวบรวมการออกร้านนิทรรศการการเกษตรและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไว้อย่างคึกคัก เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ ส่งอาคารจัดแสดงนิทรรศการยักษ์ใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดเนื้อที่กว่า ๖๐๐ ตารางเมตรที่ตกแต่งสี-เสียงเพื่องานนี้โดยเฉพาะ สำหรับแสดงนิทรรศการผลิตสัตว์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมเปิดตัว ปลามรกต ปลาเศรษฐกิจพันธุ์ใหม่ที่พร้อมให้ผู้เข้าชมชมผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เครือเบทาโกร ลีพัฒนาและก้าวหน้าไก่สด ต่างมีกิจกรรมที่แสดงถึงความก้าวหน้าในการผลิตสัตว์เศรษฐกิจของประเทศ ..". ในงานท่านจะได้พบกับมหกรรมจักรกลการเกษตรที่ได้รวบรวมเครื่องจักรกลจากบริษัทต่าง ๆ เช่น ยันมาร์ คูโบต้า นาตาโน่ จอห์นเดียร์ และนิวฮอลแลนด์ พร้อมบริษัทจำหน่ายระบบน้ำ เช่น บริษัทนวพลาสติก และบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ทางการเกษตรอีกมากมาย... งานเกษตรแห่งชาติครั้งนี้จะเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเป็นมหกรรมที่นำเสนอความผิดพลาดซ้ำซากและตระเวนประจานความอ่อนด้อยของชุมชนวิชาการ โดยเฉพาะชุมชนวิชาการด้านการเกษตรของประเทศนี้อย่างน่าละอายที่สุด องค์กรทั้งหลายที่รวมกันเป็นคณะกรรมการจัดงานและกรรมการอำนวยการคงยังไม่รู้ หรือรู้แล้วแต่หลงลืม แล้วก็ไม่สำเหนียกตระหนักถึงความเจ็บปวดของเกษตรกรของประเทศว่า ที่พวกเขา โง่ จน เจ็บ อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะฝีมือและผลงานของหน่วยราชการและสถาบันทางการศึกษาด้านการเกษตรนี่เอง ขอนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อกระตุ้นเตือน ชุมชนวิชาการที่ดื้อตาใส ที่จัดงานนี้ อีกครั้ง ... ท่านคงลืมไปแล้วว่า เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๒ ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ ในงานสัมมนา หัวข้อ แนวทางการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน ที่ร่วมกันจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ในงานนี้ได้คำสารภาพผิดด้วยวาจาและเอกสารหลักฐานยืนยันคำสารภาพ ประจานแนวคิดที่ผิดพลาดของผู้ดำเนินโยบายภาคเกษตรกรรมของไทยด้วย เอกสารนี้ชื่อ โครงการวิจัยแนวทางและนโยบายในการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน จัดทำโดยภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอต่อสถาบันทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อย ปี ๒๕๔๒-๒๕๔๔ ของคณะกรรมการบริหารโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งต่างก็นำเสนอข้อมูลและข้อสรุปเป็นแนวทางเดียวกัน ... สิ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน คือ ภาคเกษตรกรรมของไทยประสบความล้มเหลวมาตลอด ๔ ทศวรรษ และความล้มเหลวนี้เกิดขึ้นนับแต่ประเทศไทยเริ่มมีแผนพัฒนาประเทศ!! แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๐๔-๒๕๐๙
เน้นส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวในภาคการเกษตร ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน
เช่น การสร้างเขื่อน ฝายเก็บน้ำ การสร้างทาง การสนับสนุนเงินทุนด้วยการตั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
(ธกส.) การให้มีเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลประจำ การสนับสนุนทางวิชาการและเทคนิคต่างๆ
ซึ่งทั้งหมดล้วนมุ่งขยายการผลิตต่อไร่เพื่อตอบสนองตลาดโลก แต่การขยายตัวของผลผลิตโดยเฉพาะผลผลิตข้าว
ส่วนใหญ่มักเป็นผลมาจากการขยายพื้นที่เพาะปลูก ทำให้มีผลกระทบทำให้พื้นที่ป่าไม้ของประเทศลดลงอีกด้วย
ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ และสถาบันการศึกษาได้เฉยชาต่อการใช้องค์ความรู้ ปรัชญาและภูมิปัญญาที่สั่งสมมาแต่บรรพบุรุษของไทยเพื่อความยั่งยืนของภาคเกษตรของไทย แล้ว กั๊ก และกีดกันไม่ให้ภาคประชาชนเข้าถึงและได้ใช้งบประมาณ แผนฯ ๘ จึงเป็นเพียงแผนที่วาง คือ วางแหมะไว้อย่างนั้น ไม่ได้มีผลในการปฏิบัติ จนประชาชนและเกษตรกรสุดจะทนต้องลุกขึ้นทวงถามด้วยการเดินขบวนครั้งใหญ่ และแผนพัฒนาประเทศแผนต่อๆ มา ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน เพราะกลไกรัฐ หรือหน่วยงานราชการและสถาบันทางการศึกษาด้านการเกษตรก็ยังคงหลับใหล ... ที่สำคัญยังคงเสพสุขอยู่กับเศษกระดูกที่บริษัทอุตสาหกรรมทางการเกษตรโยนให้ ป่วยการที่จะโหมกระหน่ำโฆษณาประชาสัมพันธ์เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรกรรมเพื่อความยั่งยืนสารพัดชื่อ ที่หนักกว่านั้นก็คือ แทนที่กระแสเศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยลดผ่อนความก้าวร้าวลงบ้าง ตรงกันข้ามบริษัทอุตสาหกรรม นอกจากจะกระโดดเกาะขบวนรถได้ทันแล้ว พอขึ้นรถได้ก็ช่วงชิงการนำ ออกหน้าชูเศรษฐกิจพอเพียงอย่างหน้าตาเฉย ประธานบริษัทของธุรกิจอุตสาหกรรมการเกษตรชูเศรษฐกิจพอเพียง ตบตา กลบเกลื่อนและซ่อนความโหดเหี้ยมของตนไว้อย่างสนิทและแยบยล สิ่งที่ถูกซุกไว้ใต้ใบหน้าอันยิ้มแย้มนั้น คือ ความโหดและเลือดเย็น รูปธรรมความโหดร้ายที่สังคมไทยควรรู้ คือ ธุรกิจที่เอาเกษตกรลงเป็นทาส ซึ่งเป็นทาสที่อยู่ในที่ของตัวเอง แต่ต้องทำงานให้กับบริษัทตลอด ๒๔ ชั่วโมง ธุรกิจนี้คือ ธุรกิจเกษตรแบบพันธะสัญญา หรือเกษตร contract farming และด้วยธุรกิจนี้ทำให้บริษัทอุตสาหกรรมการเกษตรอย่างบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) ได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่เพียงชั่วข้ามคืน ในปี ๒๕๑๓ ซีพีเพิ่งส่งไก่สดแช่แข็งออกสู่ตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรก ปี ๒๕๑๖-๒๕๒๓ ธุรกิจเลี้ยงไก่ครบวงจรมีอัตราการขยายตัวถึงร้อยละ ๗๐ ต่อปี มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก ๕ ล้านบาทในปี ๒๕๑๖ ถีบตัวขึ้นเป็น ๖๕๐ ล้านบาทในปี ๒๕๒๓ และนับแต่นั้นเช่นกัน ซีพีก็ผงาดและเป็นต่อในทุกโต๊ะเจรจา
เมื่อมีการต่อรองด้านนโยบายระหว่างรัฐกับเอกชน จนกระทั่งระหว่างปี ๒๕๒๔-๒๕๒๙
รูปแบบเกษตรครบวงจรก็ถูกบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่
๖ (พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๔) โดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ ได้กำหนดวัตถุประสงค์การพัฒนาการเกษตรไว้อย่างชัดเจนดังนี้
ปี ๒๕๓๐ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม อนุมัติให้ดำเนินการแผนประสานความร่วมมือสี่ภาค
หรือ แผนสนับสนุนการทำเกษตรครบวงจรในลักษณะ ๔ ประสาน โดยความร่วมมือสี่ภาคเป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง
๔ ฝ่าย ที่เกี่ยวข้องคือ ภาครัฐ สถาบันการเงิน บริษัทเอกชน และเกษตรกร จุดหนักของโครงการ ๔ ประสานจึงต้องกำหนดบทบาทของเกษตรกรไว้อย่างชัดเจน
ว่า เกษตรกรต้องนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการผลิต และ ต้องดูแลผลผลิตทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพตามแผนการผลิตของโครงการ
โครงการนี้รัฐนั้นไม่ได้ทำหน้าที่และใช้บทบาทของรัฐที่ควรจะเป็น
คือ ให้การคุ้มครองเกษตรกร แต่รัฐไทยกลับก้มหัวรับใช้บริษัทอย่างเต็มที่
แม้จะมีการกำหนดให้รัฐมีบทบาทในการติดตาม ดูแลประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ
แต่เจ้าหน้าที่รัฐก็มิได้ดำเนินการแต่อย่างใด จะเห็นได้จาก แม้จะเกิดปัญหากับเกษตรกรและสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในปัญหาหนี้สินของเกษตรกรภายหลังการดำเนินโครงการ
รัฐก็ไม่ได้ดำเนินการตัดต้นเหตุของปัญหา เช่น ให้มีการทบทวนหรือล้มเลิกโครงการ
รัฐยังคงปล่อยให้เดินหน้าต่อไป เพื่อความหดหู่ยิ่งไปกว่านี้ ขอจงหันไปมองซีกทางสถาบันการศึกษาด้านการเกษตรบ้าง งานเขียนของ ศ.ระพี สาคริก ได้สะท้อนให้เห็นพื้นฐานการศึกษาวิชาการเกษตรของไทยในหลายๆ ที่ว่าเป็นการ ตามก้นฝรั่ง สร้างระบบโซตัส (SOTUS=Seniority, Order, Tradition, Unity & Spirit) จนหยั่งรากลึกในจิตใจ เมื่อคนเหล่านี้จบการศึกษาและทำงาน ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ชาวเกษตรก็ยังเกาะกลุ่มและอยู่ภายใต้การระบบอาวุโส อาจารย์-ลูกศิษย์ รุ่นพี่-รุ่นน้อง ไม่เปลี่ยน หลักสูตรการศึกษาในมหาวิทยาลัยเกษตรนั้นได้จากการคัดลอกมาจากตะวันตก (แบบอเมริกัน) ความมุ่งหมายการศึกษาได้เน้นอยู่ที่การจะทำให้เกษตรกรรมของไทยเป็นแบบเกษตรกรรมแบบอเมริกัน มีโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ระหว่าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอน (Oregon State University) สหรัฐฯ แม้แต่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ล้วนแล้วแต่จบการศึกษามาจากอเมริกาทั้งสิ้น อาจารย์เหล่านี้มักมีปัญหาเหมือนๆ กัน คือ มีปัญหาการปรับความคิดให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของไทย ขณะเดียวกันก็คิดตลอดเวลาว่า จะปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของไทยให้เป็นแบบอเมริกันได้อย่างไร เมื่อจบการศึกษา บัณฑิตทางการเกษตรทั่วประเทศต่างออกมารับใช้บริษัทอุตสาหกรรมการเกษตร และเป็นข้ารับใช้อย่างสุดจิตสุดใจ เป็นมือเป็นไม้ของบริษัทอย่างชื่อสัตย์ ไม่แปลกเลยที่ นายธนินท์ เจียรวนนท์ แม้จะมิได้เป็นบัณฑิตจากสถาบันการศึกษาทางการเกษตรใดๆ ของประเทศนี้จะได้ดำรงตำแหน่งและกิจกรรมทางสังคมโดยการทูนหัวถวายโดยสถาบันการศึกษาทางการเกษตรของประเทศนี้ ดังนี้ พ.ศ. ๒๕๓๐ กรรมการส่งเสริมสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้
งานเกษตรแห่งชาติที่ ม.อุบลฯ แท้จริงที่คือ นิทรรศการของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เป็นการลงทุนที่คุ้มเกินคุ้ม เพราะลงทุนต่ำแสนต่ำ เสียค่าโฆษณาที่ถูกแสนถูก ซ้ำยังได้ขายสินค้าและสร้างภาพลักษณ์ได้อย่างเต็มอัตราศึก สามารถระบายสินค้าที่มีอยู่ทั้งหมดในงานนี้ พร้อมๆ กับสะกดผู้คนให้หลงใหลใฝ่เพ้อกับนวัตกรรมอันเป็นเดรัจฉานวิชาอย่างได้ผลที่สุด ไล่ตั้งแต่ CPF-CP, CP-Mieji, กุ้งต้มสุกซีพี, ไข่สดซีพี, บาร์บีคิวนกกระจอกเทศ, หมูบดอนามัยซีพี, น่อง-สะโพกไก่ซีพี, ซุปไก่สกัด-รังนกแท้ เบซซ์, ไส้กรอก-ลูกชิ้น, ไส้กรอก แฮม เบคอน โบโลน่า BK Product ตลอดจนโทรศัพท์และเคเบิลทีวีตระกูล True move และร้านค้าปลีก Seven- Eleven กระทั่ง CPPC (มหาชน) ผลิตภัณฑ์กระเป๋า นี่ไม่รวมอาณาจักร Kitchen of the World ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นโดมขนาดใหญ่ที่สามารถสาธิตและแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ของซีพีอย่างเต็มที่ งานเกษตรแฟร์ ที่ ม.อุบลฯ เป็นงานที่สะท้อนสติปัญญาของมหาวิทยาลัยและชุมชนวิชาการของมหาวิทยาลัยอุบลฯ ได้อย่างชัดเจนที่สุด ทำให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ได้รู้จัก ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ หรือขยะแขยงบริษัทฯ เลยแม้แต่น้อย มหาวิทยาลัยแม้จะมีคณะและสาขาวิชาที่เห็นความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง และสนับสนุนเกษตรธรรมชาติและชีวภาพอย่างสันติอโศก แต่ก็เป็นเพียงความรู้ด้านเทคนิคแบบตื้นเขิน หาได้ซึมซาบเข้าถึงแก่นไม่ คำถามมีว่า สถาบันการศึกษาได้สำนึกและตระหนักในเรื่องความฉิบหายที่เกิดขึ้นกับภาคการเกษตรของประเทศนี้เพียงใด เข้าใจในหลักการ เศรษฐกิจพอเพียง ที่เป็นจริงด้วยสำนึกของท้องถิ่นที่พอเพียงมาแต่บรรพบุรุษ ท่านเข้าใจหรือไม่ ..... บรรดาความไม่พอเพียงมิใช่วิถีของชาวบ้าน มหาวิทยาลัยเข้าใจหรือไม่ว่า รัฐ หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษาทางการเกษตรและบริษัทอุตสาหกรรมทางการเกษตรนี่เอง ที่เป็นตัวการร่วมทำลายความพอเพียงมากว่ากึ่งศตวรรษ
ท่านก็เป็นอีกสถาบันหนึ่งของประเทศใช่หรือไม่ที่สนับสนุนเกษตรอุตสาหกรรม? หากไม่ใช่ ท่านนำบริษัทอุตสาหกรรมการเกษตรมาเพื่อสิ่งใด
.... เหตุใดท่านจึงนำเอา น้ำ กับ น้ำมัน มาอยู่ด้วยกัน ....เพราะท่านไม่เข้าใจ
ไม่รับรู้ ไม่สำเหนียกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้เลย ..... แม่นบ่?! หมายเหตุ
: ข้อมูลจาก www.esanvoice.net |
![]() |