<<กลับหน้าแรก | หน้ารวมหัวข้อบทความที่ผ่านมา
ข้อเสนอปฏิรูปการเมือง
กรอบการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
โดย
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูปการเมืองและการจัดทำข้อเสนอในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
คำชี้แจง
กรอบการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นข้อเสนอที่จัดทำขึ้นโดยผลจากการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องของ
องค์การบริหารส่วนตำบล ชุมชนฐานทรัพยากรท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏและ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เพื่อสำรวจและค้นหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาท้องถิ่น ภายใต้กรอบคิดการรับรองสิทธิชุมชนท้องถิ่น
การเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นในด้านต่างๆ โดยอาศัยแผนพัฒนาท้องถิ่นเป็นเครื่องมือ
ให้ชุมชนท้องถิ่นพัฒนาศักยภาพการทำงานให้สามารถเผชิญกับภารกิจ และสภาวะการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ
ด้าน ทั้งนี้โดยจะนำข้อเสนอนี้เสนอต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ
เพื่อให้ข้อเสนอนี้มีจุดเชื่อมโยงกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่
๑๘ ในหมวดที่เกี่ยวกับ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ที่กำลังจะมีขึ้น
กรอบข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองในส่วนการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น
1. เหตุผลและความจำเป็นในการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น
พัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองไทยปัจจุบันส่งผลกระทบทั้งในทางบวกและลบต่อชุมชนท้องถิ่นชนบทไทย
ที่ครอบคลุมประชาชนส่วนใหญ่และฐานทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่ายิ่ง ซึ่งประกอบเป็นพื้นฐานเศรษฐกิจสังคมโดยรวมของประเทศ
ความท้าทายจึงอยู่ที่จะพัฒนาเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงที่เป็นบวกให้ขยายขอบเขตให้สูงยิ่งๆ
ขึ้น และ ควบคุมจำกัดเงื่อนไขที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ก่อผลด้านลบต่อภาคชนบทและชุมชนฐานทรัพยากรท้องถิ่นได้อย่างไร
ภายใต้เงื่อนไขและกระบวนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นหลักการสำคัญในการปฏิรูปทางการเมือง
และการ จัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ ๑๘ ที่กำลังจัดทำอยู่ในเวลานี้
นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นหลักการสำคัญอันเป็นที่ยอมรับกันเป็นส่วนใหญ่ในสังคมการเมืองไทย
ทั้งนี้โดยเห็นได้จากหลักการในรัฐธรรมนูญฉบับเก่าที่ได้วางหลักประกันด้านงบประมาณไว้ในอัตราร้อยละ
๓๕ ในการพัฒนาท้องถิ่น ผ่านกลไก องค์กรบริหารส่วนตำบล เทศบาล และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด
อันจะเป็นเงื่อนไขการพัฒนาท้องถิ่นถูกขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ยั่งยืนและก้าวหน้ายิ่งๆ
ขึ้น
นอกจากนี้รัฐธรรมนูญ ฉบับเก่า (พ.ศ. ๒๕๔๐) ยังได้ให้การรับรองสิทธิชุมชนท้องถิ่น
ที่รวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่น มีสิทธิอนุรักษ์หรือพื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ บำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
แต่ถึงกระนั้นก็ตามการพัฒนาท้องถิ่นผ่านกลไก การบริหารส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมากลับเป็นตัวฉุดรั้งให้ท้องถิ่นพัฒนาไปอย่างมีข้อจำกัด
ควบคู่กับปัญหาโครงสร้างในระบบอุปถัมภ์ และ กระแสอำนาจทุนชาติและข้ามชาติที่อยู่เบื้องหลังนโยบายและโครงการพัฒนา
ยังทรงอิทธิพลสามารถครอบงำกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น ไปในทิศทางเพื่อตอบสนองต่อผลประโยชน์ตนเองตักตวงและผูกขาด
การใช้ฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจนเกิดการสูญเสียใหญ่หลวงต่อฐานทรัพยากรต้นทุนของประเทศเกิดความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งกัน
ระหว่าง คณะผู้บริหารท้องถิ่น และ ประชาชนในและนอกชุมชน ซึ่งขยายวงและทวีความรุนแรงขึ้นโดยลำดับ
ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นอันตรายต่อการพัฒนาและอนาคตของประเทศชาติ
สภาวการณ์เช่นนี้ จึงเป็นโจทย์ทางสังคมโดยเฉพาะต่อทิศทางการปฏิรูปและพัฒนาประเทศ
สาเหตุของปัญหาที่เป็นต้นตอจึงอยู่ที่ปัญหาการกำหนดสถานภาพและความเข้าใจในสัมพันธภาพที่ซับซ้อนของชุมชนท้องถิ่นในนโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นของรัฐนั่นเอง
ปัญหาความสับสนลักลั่นในนโยบายที่ว่านี้ นับเป็นปัจจัยด้านลบซึ่งเป็นตัวการสำคัญส่งผลต่อคุณภาพการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นไทยในท้ายที่สุดจะขจัดปัญหาข้างต้นนี้ได้จำเป็นที่ก่อน
ร่างรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น จะต้องกำหนดสถานภาพและสร้างปฏิสัมพันธ์ใหม่ที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแสวงหาความรู้ความเข้าใจในรากฐานองค์ประกอบของ สิทธิชุมชนในความหมายที่กว้างขึ้นกว่าหน่วยทางปกครอง
และทำให้เกิดความ สืบเนื่องของระบบวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่ในหลากหลายรูปแบบการดำเนินชีวิต
ให้มีส่วนสำคัญในกระบวนการพัฒนาท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย อันจะยังประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติโดยรวมในที่สุด
การกำหนดสถานะใหม่อย่างรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง และการปรับตัวของชุมชนท้องถิ่นไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดๆ
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่การจัดทำ รัฐธรรมนูญฯ จะได้วางกรอบที่ถูกต้องและยืดหยุ่นนี้ไว้อย่างเป็นพลวัตรและได้ดุลยภาพแห่งการพัฒนาที่เป็นธรรมและยั่งยืนต่อไป
2. หลักการสำคัญของการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น
การกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นภายใต้กรอบคิดใหม่ ที่ผสมผสานมิติทางสังคมวัฒนธรรม
การเมืองการปกครอง ควบคู่กับการรับรองคุ้มครองสิทธิชุมชน และ แผนพัฒนาชุมชน
ควรตั้งอยู่บนหลักการสำคัญดังนี้
2.1 หลักการที่ไม่อาจแยกกันได้ระหว่าง การกระจายอำนาจและการรับรองสิทธิชุมชน
2.2 หลักความเชื่อมโยงในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น บนฐานทางวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย
ผ่านกลไกการบังคับใช้ตามแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น
2.3 หลักการคุ้มครองฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.4 หลักการให้ท้องถิ่นมีการพัฒนาสร้างเสริมความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องยั่งยืนบนหลักประกันในกระบวนการตัดสินใจและกำหนดนโยบายสาธารณะ
3. กรอบข้อเสนอการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น
ภายใต้กรอบหลักการ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การไม่อาจแยกกันได้ระหว่าง
การกระจายอำนาจ และการรับรองสิทธิชุมชน หลักความเชื่อมโยงการพัฒนาท้องถิ่นบนฐานวัฒนธรรมภูมิปัญญาผ่านกลไกแผนพัฒนาชุมชน
การให้ท้องถิ่นมีการพัฒนาเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ตลอดจนการให้ความคุ้มครองฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น
อันเป็นฐานต้นทุนของการพัฒนาประเทศ เห็นสมควรวางกรอบข้อเสนอที่จะเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญ
ฯ ดังนี้
3.1 สร้างความเชื่อมโยงระหว่าง
การกระจายอำนาจ และ สิทธิชุมชนท้องถิ่น
ร่างรัฐธรรมนูญ ฯ ในหมวดว่าด้วยการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ต้องไม่แยกอำนาจขององค์กรปกครองท้องถิ่น
ออกจากสิทธิชุมชนที่รัฐธรรมนูญให้การรับรอง คุ้มครองทั้งนี้เพราะ การแยกสิทธิชุมชนออกจากอำนาจการปกครองท้องถิ่น
ทำให้กระบวนการพัฒนาท้องถิ่นภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แยกประชาชนหรือ
ชุมชนออกจากกระบวนการพัฒนา อำนาจของท้องถิ่นที่ได้รับจากนโยบายการกระจายอำนาจ
กับสิทธิของชุมชน สมควรต้องเป็นเนื้อเดียวกัน อันจะทำให้กระบวนการพัฒนา ดึงชุมชนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ในหลากหลายมิติของการพัฒนาตลอดจนการกำหนดนโยบายสาธารณะในชุมชน
3.2 กำหนดสถานะและให้ความสำคัญกับแผนพัฒนาชุมชน
เป็นจุดร่วมในการพัฒนา
การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยองค์กรบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น
จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการมีส่วนร่วมโดยตรงของ ชุมชนฐานทรัพยากร ในพื้นที่การพัฒนา
ซึ่งในจำนวนมากมีลักษณะพิเศษที่ครอบคลุมพื้นที่ทางวัฒนธรรมและนิเวศที่แตกต่างหลากหลาย
อยู่ทั้งในและนอกเขตทางการปกครอง
การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาชุมชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืน บนฐานทางเศรษฐกิจวัฒนธรรม
และ การรับรองสิทธิของชุมชนนั้น จำเป็นต้องมีแผนพัฒนาชุมชนที่เป็นจุดร่วม
เพื่อกำหนดเป็นกรอบแนวทางกำกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ให้ตอบสนองต่อเป้าหมายผลประโยชน์ร่วมกันของชุมชน
แผนพัฒนาชุมชนฐานทรัพยากรท้องถิ่น มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากแผนพัฒนาโดยทั่ว
ๆ ไปเพราะจะเป็นแผนที่กำหนดขึ้นโดยคำนึงถึงรากเหง้าทางสังคมวัฒนธรรม ที่ได้สร้างระบบกฎเกณฑ์ไว้อยู่ก่อนแล้ว
ให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสภาพสังคมปัจจุบันอย่างเหมาะสมกลมกลืนกัน ฉะนั้นการรับรองสิทธิชุมชน
โดยรัฐธรรมนูญ ควบคู่กับการรับรองให้มีแผนพัฒนาชุมชน เป็นกลไกสำคัญทำให้สิทธิทางสังคมวัฒนธรรมสามารถบรรลุผลและประยุกต์ใช้ได้จริงในชุมชนท้องถิ่นที่หลากหลาย
จะช่วยให้รัฐธรรมนูญมีชีวิตและมีความหมายยิ่ง และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมวัฒนธรรมไทย
3.3 เสริมบทบาทของชุมชน
ในการปกป้องฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ท่ามกลางกระแสการพัฒนาประเทศที่ขาดความสมดุล ระหว่างเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมและชนบท
ควบคู่กับการแผ่อิทธิพลของกระแสทุนข้ามชาติ และการนำประเทศเข้าผูกพันกับข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศแบบทวิภาคี
กับหลายประเทศได้สร้างแรงกดดัน และ ส่งผลกระทบสูญเสียต่อฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศซึ่งเป็นหัวใจและเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชุมชนที่ดำรงตนอยู่บนฐานทางเกษตรกรรมทิศทางดังกล่าว
จึงเข้าลักษณะการตักตวงแย่งชิงทรัพยากรจากชุมชนชนบทไทยในท้ายที่สุด
บนสภาวการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่สามารถเป็นปากเสียง รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมโดยเฉพาะในชนบทได้อย่างแท้จริง
หากชุมชนท้องถิ่นกลับ ถูกตัดขาดจากบทบาทอำนาจหน้าที่ในการปกป้องฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบนวิถีการพัฒนาอย่างที่เป็นอยู่นี้แล้ว
ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับการสูญเสียทั้งฐานทรัพยากรและอธิปไตยชาติที่ไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้อีกเลย
วิธีการที่จะรักษาฐานทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ จำเป็นต้องเสริมบทบาทของชุมชนให้สูงขึ้น
ควบคู่กับการประยุกต์ใช้จากระบบการจัดการตามฐานทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาตามนิเวศวัฒนธรรมเป็นทุนเดิมที่สำคัญนี้ด้วย
3.4 การกระจายอำนาจ เพื่อสร้างการพัฒนาสร้างเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น
อย่างต่อเนื่องยั่งยืน บนหลักประกันในกระบวนการตัดสินใจและกำหนดนโยบายสาธารณะ
การวางโครงสร้างการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็ง จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับองค์ประ
กอบย่อยต่าง ๆ ควบคู่กับการพิจารณาถึงปัจจัย ภายนอกอื่นๆ ที่จะเป็นตัวทำลาย
ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นนี้ด้วย เช่น การบังคับให้ชุมชนต้องพึ่งพิงปัจจัยภายนอก
อย่างเข้มข้นจากนโยบายการพัฒนาทางด้านการเกษตรเป็นต้น
องค์ประกอบย่อยที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น นับตั้งแต่การให้การรับรอง
และ เคารพต่อรากฐานสังคมวัฒนธรรมการมีอยู่จริงของระบบ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้าน
สิทธิชุมชน การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างหลากหลายในกระบวนการตัดสินใจและกำหนดนโยบายสาธารณะ
การให้ความเคารพต่อแผนพัฒนาชุมชนที่ชุมชนร่วมกันจัดทำ ตลอดจน หลักประกันในด้านงบประมาณ
และรูปแบบการคลังส่วนท้องถิ่น ที่มีระบบการใช้ และ การตรวจสอบ อย่างโปร่งใส
อย่างมีความรับผิดชอบ
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงจำเป็นต้อง กำหนด และวางหลักประกันให้โครงสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
สามารถทำงานขับเคลื่อนถักทอพลังชุมชนอย่างเป็นพลวัตให้เกิดกระแสชุมชนท้องถิ่นพัฒนาเกิดขึ้นให้ได้จริง
4. แนวสาระสำคัญที่เป็นบทบัญญัติ การกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น
ต่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ (อยู่ระหว่างการยกร่าง)
มาตรา.... ภายใต้บังคับมาตรา... รัฐจะต้องให้ความเป็นอิสระแก่ท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น
มาตรา .... ท้องถิ่นใดมีลักษณะที่จะปกครองตนเองได้ หรือ มีเหตุผลพิเศษเพื่อการ
สืบทอดและคุ้มครองวัฒนธรรม สิทธิภูมิปัญญาท้องถิ่น ย่อมมีสิทธิ ได้รับจัดตั้งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ตาม ระบบ จารีตประเพณี วัฒนธรรมของชุมชน ตามที่กฎหมายบัญญัติ
การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องทำเท่าที่จำเป็น เพื่อการรับรองคุ้มครองสิทธิชุมชน
สืบทอดและคุ้มครองวัฒนธรรม ให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาโดยสอดคล้องกับระบบวัฒนธรรม
ภายใต้แผนพัฒนาชุมชน ตามที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้จะกระทบถึงสาระสำคัญแห่งหลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นหรือนอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติไว้
มิได้
มาตรา ... องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายย่อมมี ความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบาย
กำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่น การปกครอง การบริหาร การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง
และมีอำนาจหน้าที่ของตนเองโดยเฉพาะการกำหนดอำนาจและหน้าที่ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และระหว่างองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นด้วยกันเอง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
โดยคำนึงถึงพิจารณาจากสิทธิชุมชน และหรือ การกระจายอำนาจเพิ่มขึ้นให้แก่ท้องถิ่น
เป็นสำคัญ
หมายเหตุ
: เอกสารเผยแพร่ในเวทีสาธารณะเรื่อง
ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการเมืองและสังคม :
ว่าด้วยชุมชน เกษตรกรรมและเศรษฐกิจพอเพียง
วันอังคารที่ 20 มีนาคม 2550
ณ ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
|