เรื่องราวและบทความน่าสนใจ  >>  "ปิติพงศ์" ถกแผนระบายน้ำเพื่อการเกษตร ชี้วิกฤตน้ำฝนในเขื่อนใหญ่รับแรงสุด



 

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้ประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์กับศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ปัญหาภัยแล้ง ทั้ง 22 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ชลประทานจังหวัด เป็นหัวหน้าศูนย์ร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงหมาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วง โดยทุกหน่วยต้องรายงานสภาพปัญหามายังกระทรวงเกษตรฯทุกวัน เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบข้อมูลและมีมาตรการแก้ไขทันท่วงที
 
"ได้ให้สรุปภาพรวมความเสียหายพื้นที่เพาะปลูกแล้วและยังไม่เพาะปลูก ร่วมกับผู้ว่า 22 จังหวัด เพื่อสรุปสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น เข้าครม.อนุมัติมาตรการช่วยเหลือ ด้านปัจจัยการผลิตเช่นปลูกพืชใช้น้ำน้อย เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งเข้าไปดูแลการจัดรอบเวรส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรไม่ให้เกิดปัญหาแย่งน้ำ ในส่วนปัญหาปริมาณน้ำฝนไหลเข้าเขื่อนใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนลุ่มเจ้าพระยา ยังอยู่ในภาวะวิฤกติ ซึ่งนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯได้เรียกอธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมด่วนเพื่อหาข้อสรุปมาตรการระบายน้ำเพื่อการเกษตร เสนอต่อครม. ตัดสินใจ โดยในขณะนี้ยังระบายวันละ 28 ล้านลบ.ม.เป็นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 5 ล้านลบ.ม.รักษาระบบนิเวศน์ 8 ล้านลบ.ม. และน้ำเพื่อการเกษตร 15 ล้านลบ.ม."นายชวลิต กล่าว
 
ด้านนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าเตรียมเสนองบจ้างแรงงานเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ช่วงชะลอปลูกข้าว ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 3.4 ล้านไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ช่วงพักนา ใช้งบจ้างงาน 70 ล้านบาท โดยงบจากเงินกู้ทำโครงการชลประทาน ตามแผนน้ำปี 58 วงเงิน 1 หมื่นกว่าล้านบาท มาใช้งบจ้างแรงงานเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้งทั่วประเทศ รวมวงเงินทั้งหมด 1,623 ล้านบาททั้งหมด 67 จังหวัด ใช้จ้างแรงงานได้ 5.4 ล้านคน/วัน/แรง ซึ่งสำนักงานชลประทานในพื้นที่สามารถจ้างแรงงานได้ตั้งแต่เดือนก.ค.นี้เป็นต้นไป โดยไม่จำกัดระยะเวลา เพราะบางโครงการระยะยาว 1 ปี ลักษณะงานไม่เน้นจ้างแรงงานขุดลอกคูคลองเพราะงานเหล่านี้ใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ แต่จะจ้างมาสร้างอ่าง สร้างฝาย แก้มลิง พื้นที่กักเก็บน้ำและชะลอน้ำเตรียมไว้เพื่อเข้าสู่ฤดูฝน

ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้า วันที่ 6 กรกฎาคม 2558


อ่าน 62



มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซอยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์(Tel.) 02 591 1195-6, แฟกซ์(Fax.) 02 0028128 E-mail : sathaiaan@gmail.com
  ลิขสิทธิ์ @ 2014 .สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซต์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้