เรื่องราวและบทความน่าสนใจ  >>  เชียงใหม่ปูทางเมืองเกษตรอินทรีย์ ดัน17จังหวัดเหนือรุกตลาดส่งออก



 

พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่เดินหน้าผุด "เมืองเกษตรอินทรีย์" พัฒนาสู่มาตรฐานสากล ตั้งเป้าเป็นฮับ พร้อมส่งเสริม 17 จังหวัดภาคเหนือ นำร่อง "อำเภอฮอด" เป็นต้นแบบ กรุยทางตลาดเข้าห้างโมเดิร์นเทรด-ส่งออก ชี้เทรนด์บริโภคอาหารสุขภาพยังแรงไม่ตก "กาดนัดอินทรีย์" ผุดพรึ่บทั่วเมืองเชียงใหม่


นายไพโรจน์ กุลละวณิชย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่กำลังเร่งเดินหน้าโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง (HUB) สินค้าเกษตรอินทรีย์ของภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้ง 25 อำเภอ โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งล่าสุดมีเกษตรกรจาก 13 อำเภอ 32 ตำบลของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมเป็นสมาชิกจำนวน 248 ราย

ทั้งนี้ อำเภอที่มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการมากที่สุด ได้แก่ อำเภอฮอด 117 รายรองลงมาคือ อำเภอแม่ริม 52 ราย โดยได้วางแผนให้อำเภอฮอดเป็นต้นแบบของโครงการนี้ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกพืชหลากหลายชนิด มีความโดดเด่นในการเป็นแหล่งเพาะปลูกมะเขือเทศแหล่งใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความสนใจที่จะปรับเปลี่ยน

รูปแบบการผลิตไปสู่เกษตรอินทรีย์ เนื่องจากกระแสการบริโภคปัจจุบันมีความต้องการสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการเกษตรแบบเดิมที่ใช้ปุ๋ยและสารเคมี และยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรด้วย

โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ แยกเป็น 3 ประเภท คือ 1.เกษตรปลอดภัย หมายถึงใช้สาร ใช้ปุ๋ย แต่อยู่ในระยะเวลากำหนด 2.เกษตรปลอดสาร เช่น ผักกางมุ้ง ผักไฮโดรโปนิกส์ ใช้ปุ๋ยแต่ไม่ใช้สาร และ 3.เกษตรอินทรีย์ หรือเกษตรธรรมชาติ

"เราวางแผนให้อำเภอฮอดเป็นต้นแบบของอำเภอเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเมื่อเกษตรกรผ่านหลักสูตรการอบรมและผลิตสินค้าเกษตรตามขั้นตอน จนได้รับการรับรองมาตรฐานแล้ว เราจะส่งเสริมให้มีร้านค้าเกษตรอินทรีย์ในการรองรับผลผลิตมาจำหน่ายภายในชุมชน อำเภอละร้าน พร้อมทั้งจะหาตลาดขนาดใหญ่รองรับด้วย"

นายไพโรจน์กล่าวถึงแผนการทำตลาดว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่จะเป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างเกษตรกรกับผู้รับซื้อ เช่น ห้างโมเดิร์นเทรด ทั้งในจังหวัดและส่วนกลางมารับซื้อโดยตรงจากเกษตรกร เพื่อนำไปจำหน่ายในห้างทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาค และต่างประเทศ ซึ่งเมื่อมีฐานข้อมูลของผู้ประกอบการสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เป็นระบบแล้ว จะทำให้สามารถบริหารจัดการและพัฒนาส่งออกไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต

สำหรับสถานการณ์ตลาดเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบันพบว่า การบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการขยายตัวในรูปแบบของ "กาดอินทรีย์" ที่มีอยู่หลายแห่งทั่วเมืองเชียงใหม่ และมีการจำหน่ายทุกวันหมุนเวียนกันไป

ด้านนายบุญรัตน์ กันทา เกษตรกรจากตำบลขัวมุง อำเภอสารภี กล่าวว่า ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตมาเป็นเกษตรอินทรีย์ได้ราว 6 ปีแล้ว ส่วนใหญ่เป็นพืชผักสวนครัวและผักพื้นบ้าน โดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ใช้เพียงปุ๋ยหมักและกระบวนการผลิตแบบธรรมชาติ โดยจะนำผลผลิตไปจำหน่ายที่กาดอินทรีย์หลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ หมุนเวียนไปตลอด 1 สัปดาห์ ราคาผักแต่ละชนิดเฉลี่ย 5-10 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกมาก เนื่องจากปลูกที่บ้านของเราเอง จึงแทบไม่มีต้นทุน และไม่ต้องการกำไรมากเพียงอยากให้คนซื้อได้บริโภคของดี ปลอดภัยต่อสุขภาพ และราคาไม่แพง

ที่มา : เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 10 กรกฎาคม 2558


อ่าน 21



มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซอยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์(Tel.) 02 591 1195-6, แฟกซ์(Fax.) 02 0028128 E-mail : sathaiaan@gmail.com
  ลิขสิทธิ์ @ 2014 .สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซต์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้