ความรู้ด้านเทคนิคเกษตรกรรม  >>  ตำนานข้าว...เรื่องราวจากเมืองลุง เก็บมาเล่าจากงาน “ฟื้นฟูสืบสาน ตำนานข้าวพื้นบ้าน” วันที่ 15 มิถุนายน 2553 ณ วัดตำนาน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง



 
วันที่ 15 มิถุนายน 2553
ณ วัดตำนาน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง


เมื่อเอ่ยถึงคำว่า “ตำนาน” ก็มักทำให้เรารู้สึกถึงสิ่งที่ถูกกล่าวขานมาเนิ่นนานในอดีต หรือ สิ่งที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คน และเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกวันที่ ตำนานข้าวพื้นบ้านภาคใต้ถูกหยิบยกขึ้นมาบอกเล่า ณ วัดตำนาน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เพียงแต่การบอกเล่าครั้งนี้กลับไม่ได้มีแง่มุมเฉพาะความเป็นมาเป็นไปในอดีต หากแต่โปรยปรายไปสู่ความเป็นไปในอนาคต และด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนหลายๆ กลุ่ม ได้ทำให้ข้าวพื้นบ้านกลายมาเป็นความหวังของชุมชน


   

แดดอ่อนๆ ยามเช้า ผู้คนเริ่มขวักไขว่ในลานวัดตำนาน ทันทีที่เดินเข้าไปในบริเวณงานก็จะได้ยินเสียงฉิ่งฉาบ กลองขนาดต่างๆ ของวงกลองยาว ทั้งตีทั้งเต้นกันอย่างสนุกสนาน ข้างหน้าที่เห็นเด่นแต่ไกลคือเต็นท์ผ้าใบที่ถูกจำลองให้เป็นนิทรรศการขนาด ย่อมๆ แสดงถึงความหลากหลายของพันธุ์ข้าวพื้นบ้านและการดำเนินงานของกลุ่มองค์กรชาว นา ไม่นับรวมถึงผลผลิตสินค้าของแปรรูปที่มาจากวิถีชาวนาเมืองลุงที่มาจัดแสดง ให้เห็นอยากหลากหลาย จนต้องแวะเดินเข้าไปชมเป็นอย่างแรก ซึ่งภายในซุ้มนิทรรศการก็มีคนเข้าชมอยู่ไม่น้อยทั้งกลุ่มเกษตรและเด็กๆ น้องๆ นักเรียนที่กำลังเก็บข้อมูลกันอย่างขะมักเขม้น


   

จุดที่สำคัญที่สุดอยู่ที่บริเวณศาลาการเปรียญ เพราะจุดนี้ได้ถูกตระเตรียมไว้สำหรับการทำขวัญข้าวพื้นบ้านนับสิบๆ สายพันธุ์ ที่นำมารวมกันของชุมชนชาวนาบ้านตำนานและชุมชนข้างเคียง รวมทั้งกองเลียงข้าวพื้นบ้านที่เก็บมาจากแปลงนารวมในศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง จำนวน 8 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวเหนียวดำเปลือกดำ ข้าวหน่วยเขือ ข้าวนก ข้าวเบาอุเด็น ข้าวลูกขอ ข้าวช่อจำปา ข้าวไข่มดริ้น และข้าวทรายขาว

   

เมื่อพูดถึง “แปลงนารวมในศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง” นับเป็นรูปธรรมความร่วมมือเกษตรกร ภาครัฐ และภาคเอกชน โดยศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้สนับสนุนพื้นที่นาบางส่วนของศูนย์วิจัยพื้นที่ 10 ไร่ ให้เป็นแปลงนารวมของกลุ่มชาวนา เพื่อให้เกิดการขยายพันธุ์ข้าวพื้นบ้านให้ลงไปสู่ชุมชนต่างๆ เป็นเสมือนกองทุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นบ้านที่สนับสนุนการขยายผลไปสู่ชาวนาที่ สนใจ โดยพันธุ์ข้าวที่นำมาปลูกจะเป็นไปตามความต้องการของชาวนา ซึ่งในปีนี้ก็นับเป็นการทำนาต่อเนื่องปีที่สองแล้ว

ส่วน “กองทุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นบ้านทางเลือกภาคใต้” เป็นกองทุนที่เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน ซึ่งเป็นผลผลิตจากแปลงนารวมศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง มีการบริหารจัดการกลุ่มองค์กรในเครือข่ายชาวนาทางเลือกภาคใต้ ซึ่งเป้าหมายของกองทุนฯ เพื่อเป็นกองทุนสำหรับการคืนพันธุ์ข้าวลงสู่ชุมชนและแปลงนาของเกษตรกร และสนับสนุนการขยายผลให้กับชาวนา/กลุ่มชาวนาอื่นๆ ที่สนใจในภาคใต้

   

ดร.วารี ไชยเทพ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาข้าว ซึ่งให้เกียรติมาเป็นประธานในการเปิดงาน ได้แสดงความคิดเห็นว่าการดำเนินการที่เห็นในวันนี้เปรียบเสมือนการพัฒนากลไก ความร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชนและของประเทศ เป็นการสร้างให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ซึ่งสำนักวิจัยและพัฒนาข้าวก็ให้ความสำคัญกับการทำงานเรื่องข้าวพื้นบ้าน และสนับสนุนให้มีการทำงานเรื่องนี้อย่างเข้มข้น ทั้งในส่วนของการเก็บรักษา ขยายผล และการสนับสนุนทางวิชาการ ในภาคใต้เองก็ได้ให้ศูนย์วิจัย 4 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ และศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี เน้นการดำเนินงานเช่นกัน โดยให้ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงเป็นแม่ข่ายดำเนินงาน ในขณะที่ คุณสถาพร ตัมพวิสิฎฐ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง เองก็ได้แสดงความรู้สึกยินดีที่ร่วมดำเนินงานกับกลุ่มองค์กรชาวนา และพร้อมสนับสนุนการทำงานด้านนี้อย่างเต็มที่

คุณสถาพร ตัมพวิสิฎฐ์
ดร.วารี ไชยเทพ
น้าประพัฒน์ จันทร์อักษร

น้าประพัฒน์ จันทร์อักษร กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการแลกและแบ่งปันพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านภาคใต้ให้กระจายไปยัง พื้นที่ต่างๆ เกิดการพึ่งพาตนเองของชาวนาด้านเมล็ดพันธุ์ และสะท้อนสิทธิชาวนาในการแลกเปลี่ยนอย่างเสรี เพิ่มความหลากหลายของพันธุ์ข้าวในพื้นที่ รวมทั้งเพื่อให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดประสบการณ์ในเชิงสร้างสรรค์ของ ขบวนการชาวนาทางเลือกภาคใต้
ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มีเกษตรกร เยาวชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเกือบ 200 คน มีการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นบ้านจากกองทุนไปยังกลุ่มต่างๆ ทั้งในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงมากว่า 10 กลุ่ม รวมทั้งมีผู้ที่สนใจมาลงชื่อในงานนี้เพื่อขอรับพันธุ์ไปปลูกมากว่า 50 คน

   
   

เพราะข้าวพื้นบ้านเป็นสิ่งล้ำค่า และกลุ่มองค์กรต่างๆ ในจังหวัดพัทลุงเองก็ได้เห็นร่วมกันถึงความสำคัญของมรดกพื้นบ้านสิ่งนี้ ทำให้ปัจจุบันเมล็ดพันธุ์ความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและภาครัฐกำลังเติบ โต...งอกงาม


อ่าน 58


 นวัตกรรมช่างชาวนา สาธิต ณ งานมหกรรมพันธุกรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 10
 บันทึกคน (อยาก) ทำเกษตร # 6 ใช้แรงคน ใช้พลังลม เพื่อสูบน้ำ
 บันทึกคน(อยาก)ทำเกษตร#5 เครื่องสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์
 บันทึกคน(อยาก)ทำเกษตร #4 การจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืน
 บันทึกคน (อยาก) ทำเกษตร # 3 ชาวนามือใหม่กับนวัตกรรมการทำนา (ต่อ)

มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซอยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์(Tel.) 02 591 1195-6, แฟกซ์(Fax.) 02 0028128 E-mail : sathaiaan@gmail.com
  ลิขสิทธิ์ @ 2014 .สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซต์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้