ความรู้ด้านเทคนิคเกษตรกรรม  >>  ตามรอยฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ บุญกุ้มข้าวใหญ่ บุญแห่งความหลากหลายทางพันธุกรรม จังหวัดกาฬสินธุ์



 

 

 

อากาศรอบตัวเริ่มอ้าวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ฉันต้องหยุดการทำภารกิจตรงหน้าลง จากที่คิดว่าแค่จะออกมาเพื่อรับลมและมองอะไรที่เป็นสีเขียวบ้าง กลายเป็นการเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา แทนที่จะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นตามระดับความแรงของน้ำที่มากระทบผิวกาย ฉันกลับเลือกที่จะผ่อนมันให้ช้าลง และช้าลงเรื่อยๆ ท่ามกลางการจับจ้องของหลายสายตาที่เปลี่ยนจากการเดินมาเป็นวิ่งหรือยืนอยู่ ในมุมซึ่งมีที่กำบัง บางทีอาจจะเพราะความโหยหาในบางสิ่งบางอย่างที่ได้หลงลืมไปนานแล้ว นั่นก็คือ การเล่นน้ำฝนในวัยเด็ก

วัยเด็กเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่มีหลายสิ่งหลายอย่างน่าจดจำ สำหรับคนที่เติบโตในท้องทุ่งกว้างแล้ว ช่วงเดือนกุมภาพันธ์เช่นนี้มีกิจกรรมที่สนุกสนานหลากหลายให้ทำ เพราะนอกจากจะมีล้อมฟางให้ได้กระโดดเล่นหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว เดือนสามเช่นนี้ยังมีงานบุญ ตามฮีตสิบสองตามความเชื่อของคนอีสาน (ฮีตสิบสอง คือ จารีต ประเพณีที่ปฏิบัติกันในสิบสองเดือนหรือจะเรียกว่าบุญก็ได้ ได้แก่ บุญข้าวกรรม บุญคูนลาน หรือบุญกุ้มข้าว บุญข้าวจี่ บุญพระเวส บุญสรงน้ำ บุญบั้งไฟ บุญซำฮะ บุญเข้าพรรษา บุญข้าวประดับดิน บุญข้าวสาก บุญออกพรรษา บุญกฐิน )

บุญกุ้มข้าว เป็นงานบุญในเดือนสามที่จัดขึ้นหลังจากการเก็บเกี่ยว เป็นการนำข้าวมาโฮม(รวม)กันที่ลานกลางบ้าน เพื่อสู่ขวัญข้าวและทำบุญตักบาตรร่วมกัน ในทุกๆปีฉันจะได้เห็นคนในหมู่บ้านบ้างก็เข็ญรถบรรจุข้าวเปลือก บ้างก็แบกขึ้นบ่า นำข้าวมาเทรวมกัน หากปีไหนที่ฝนตกต้องดี ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ กองข้าวก็จะสูงใหญ่เป็นพิเศษ นอกจากนี้แล้วยังมีขบวนแห่ดอกจาน ซึ่งหลายคนได้รำฟ้อนกันอย่างสนุกสนาน ด้วยเครื่องดนตรี ยิ่งยามพลบค่ำ การแข่งเดี่ยวแคนของหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่เล่นเอาม่วนชื่นได้ไม่น้อยเลยทีเดียวหรือจะต่อด้วยรำวงอีกยกก็ปา เข้าไปดึกโข จนทำให้เด็กๆต้องโดนไล่ให้กลับบ้านไปนอนก่อนทุกที

รุ่งเช้าก็จะเป็นการบายศรีสู่ขวัญข้าว การทำบุญเลี้ยงพระ และกินอาหารร่วมกัน ก่อนที่กองข้าวจะถูกแบ่งสรรเป็นหลายๆส่วน ทั้งการแจก จ่าย หรือจำหน่ายในราคาถูกให้กับครอบครัวที่มีปัญหาในการเพาะปลูก ครอบครัวที่ไม่มีพื้นที่ทำเกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในชุมชนของเราเอง จะได้ไม่มีครอบครัวที่ต้องอดอยาก ไม่มีข้าวกิน และฉันก็ยังได้เห็นเราแบ่งปันอาหารร่วมกันอย่างนี้เสมอๆ

ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาฉันมีโอกาสได้แวะไปเยี่ยมเยียนสหายซึ่ง รู้จักกันมานานท่านหนึ่งแถบเทือกเขาภูพาน ที่จังหวัดกาฬสินธุ์จึงได้มีโอกาสสัมผัสกับงานบุญกุ้มข้าวอีกครั้ง ซึ้งครั้งนี้เป็นงานบุญกุ้มข้าวใหญ่ของตำบลสายนาวัง อำเภอนาคู แม้ว่าจะไม่เหมือนกับที่เคยได้สัมผัสมา แต่การได้เห็นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในชุดภูไทนี้ช่างงามจับตาจริงๆ รวมถึงซุ้มประจำบ้านที่ประดับประดาอย่างสวยงาม จนไม่รู้ว่าระหว่างสาวภูไทกับพันธุกรรมพืชพื้นบ้านที่คัดสรรกันมาอะไรจะ สะดุดตาไปกว่ากัน หากจะนับพืชเหล่าพืชผลที่นำมาประดับประดาคร่าวๆน่าจะเกินหลักร้อยเห็นจะได้ มีทั้งบักอึ(ฟักทอง) บักหุ่ง(มะละกอ) บ่าเขือเครือ(มะเขือเทศ) มะเขือ ถั่ว ข้าวโพด น้ำเต้า พริก มัน บวบ เป็นต้น ซึ่งมีหลายลักษณะทั้งที่เป็นผลสั้นๆ ป้อมๆ ผลยาว ผลใหญ่ แบบขรุขระ เนื้อข้างในสีต่างๆ รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์ท้องถิ่น

ซึ่งถ้ากล่าวถึงงานบุญกุ้มข้าวแล้ว คงต้องเอ่ยถึงข้าวที่มีมาให้ดูแบบละลานตาเลยที่เดียว ทั้งข้าวก่ำ ข้าวมะลิแดง ข้าวเจ้าแดง ข้าวแม่อ้าง ข้างสันป่าตอง ข้าวหางลี่ ข้าวขี้ตม ข้าวแมละ ข้าวกอเดียว ข้าวแสนสบาย ข้าวเล้าแตก ข้าวขาวใหญ่ เหนียวแดง ข้าวนางนวล ข้าวป้องแอ้ว ข้าวหอมเสงี่ยม ข้าวมะลิดำ ข้าวหอมสามกอ ข้าวหอมสกล ฯลฯ เห็นข้าวเหล่านี้แล้วทำให้ย้อนกลับมาคิดถึงตนเองเลยว่าตนเองเป็นคนที่เกิดใน ผืนดินแดนเกษตรกรรมแท้ๆแต่แทบจะไม่รู้ข้าวเลย เห็นข้าวเหล่านี้แล้วต้องขอบคุณบรรพบุรุษของเราและผู้ร่วมกันอนุรักษ์ข้าว เหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสชมและชิม

เหล่าเกษตรกรเหล่านี้เล่าให้ฉันฟังว่า ความหลากหลายทางพันธุกรรมพื้นบ้านนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในความอยู่รอดของ พวกเขา เพราะพันธุกรรมเหล่านี้มีความแข็งแรงทนทานต่อโรค แมลง จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมีในกระบวนการปลูก แถมยังเติบโตได้ดูโดยไม่ต้องมีการดูแลรักษามากนัก แถมยังเป็นสายพันธุ์ที่ถูกคัดสรรโดยธรรมชาติ มีการปลูก คัดเลือกปรับปรุงให้เข้ากับระบบนิเวศได้ด้วยมือของเกษตรกรเอง จึงสามารถเป็นมรดกสืบทอดให้แก่ลูกหลานสืบต่อไปในอนาคต ซึ่งถือเป็นการรักษาฐานทรัพยากรทางอาหารไว้

การที่เกษตรกรเลือกใช้สายพันธ์ท้องถิ่นช่วยในการสนับสนุนระบบเกษตรอินทรีย์ ยังส่งผลดีต่อผู้บริโภคอย่างฉันด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากจะมีอาหารที่ปลอดภัยแล้ว อาหารที่หลากหลายเหล่านี้ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญในการมีสุขภาพที่ดี บุญกุ้มข้าวใหญ่ของสายนาวังครั้งนี้นอกจากมีข้าว มีพืชพันธุ์ที่หลากหลายให้ได้ดู ได้ซื้อหา และได้กลับมาย้อนตั้งคำถามกับตนเองมากขึ้นในฐานะที่ฉันอยู่ในสังคมเกษตรกรรม เคยมีส่วนร่วมในการดูแล รักษาทรัพยากรที่หลากหลายเหล่านี้เอาไว้บ้างไหม ทุกวันนี้ได้เลือกกินข้าวที่หลากหลาย กินผักพื้นบ้านบ้างหรือยัง

แม้ว่าคงจะเป็นที่แปลกตาอยู่บ้างกับการเดินอย่างแช่มช้าท่ามกลางสายฝน ซึ่งคงไม่ต่างกันนักกับพันธุกรรมพืชพื้นบ้านท่ามกลางกระแสพันธุ์พืชปรับปรุง หรือกระแสการเรียกร้องไปถึงการดัดแปลงพันธุกรรม แต่ก็ไม่ผิดที่ใครบางคนจะเลือกเดินตากฝนเพื่อให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติรอบตัว มากขึ้น ....


อ่าน 1022


 นวัตกรรมช่างชาวนา สาธิต ณ งานมหกรรมพันธุกรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 10
 บันทึกคน (อยาก) ทำเกษตร # 6 ใช้แรงคน ใช้พลังลม เพื่อสูบน้ำ
 บันทึกคน(อยาก)ทำเกษตร#5 เครื่องสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์
 บันทึกคน(อยาก)ทำเกษตร #4 การจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืน
 บันทึกคน (อยาก) ทำเกษตร # 3 ชาวนามือใหม่กับนวัตกรรมการทำนา (ต่อ)

มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซอยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์(Tel.) 02 591 1195-6, แฟกซ์(Fax.) 02 0028128 E-mail : sathaiaan@gmail.com
  ลิขสิทธิ์ @ 2014 .สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซต์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้