การปรับตัวภายใต้สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง  >>  ลดโลกร้อนด้วยเกษตรปลอดสารฯ ตามแนวทาง “มูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบทวัดป่าดาราภิรมย์”



 

          ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์สำคัญที่ผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์  นั่นก็คือ “สภาวะโลกร้อน (Global Warming)” ซึ่งผลกระทบจากสภาวะดังกล่าวประการสำคัญก็คือ เป็นสาเหตุการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การทำลายพื้นที่เพาะปลูกและส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารอย่างร้ายแรง

 

                                           

สาเหตุสำคัญของการเกิดสภาวะโลกร้อน ก็คือปรากฏการณ์เรือนกระจก(Greenhouse effect) กล่าวคือ การที่รังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ตกลงมาสู่ผิวโลกแล้วไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปได้  เนื่องจากชั้นบรรยากาศโลกถูกห่อหุ้มด้วยก๊าซเรือนกระจกนั่นเอง ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าก๊าซเรือนกระจก(Greenhouse gas)  คือสาเหตุประการสำคัญของการเกิดสภาวะโลกร้อน ซึ่งก๊าซธรรมชาติหลักๆ ที่ส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ประกอบไปด้วย ไอน้ำ(H2O) คาร์บอนไดออกไซด์(CO2)  มีเทน(CH4) ไนตรัสออกไซด์(N2O) และโอโซน(O3)

 

                                           

หากพิจารณาถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากภาคการเกษตร จะพบว่าเกิดจาก 2 ประการหลัก คือ การเพราะปลูกพืชและปศุสัตว์ และการใช้เครื่องจักรกลในการเกษตร โดยก๊าซเรือนกระจกหลักๆ ที่เกิดจากภาคการเกษตร ประกอบไปด้วย ก๊าซไนตรัสออกไซด์ ก๊าซมีเทน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยก๊าซไนตรัสออกไซด์ที่เกิดจากการใช้การเพาะปลูกมีประมาณ 75% ของก๊าซทั้งหมด และก๊าซมีเทนที่เกิดจากการปศุสัตว์มีประมาณ 53%  ซึ่งทั้งก๊าซไนตรัสออกไซด์และก๊าซมีเทน มีผลในการทำให้เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่า(320 และ 21 เท่า ตามลำดับ)

การใช้สารเคมีในการเกษตร อาทิ สารกำจัดแมลง เชื้อรา และวัชพืช ต่างก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งหากพิจารณาจะพบว่ากระบวนการในการผลิตปุ๋ยเคมีต้องใช้พลังงานสูง โดยแหล่งพลังงานที่ใช้ผลิตจะใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuels) เป็นหลัก ซึ่งการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ออกมา ประกอบกับการขนส่งปุ๋ยเคมีจากประเทศผู้ผลิตไปยังประเทศต่างๆ ทั้งทางเรือหรือทางบก ล้วนต้องใช้เชื้อเพลิงในการขนส่งทั้งสิ้น จึงมีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก 

ดังนั้นแนวทางการเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมี มุ่งเน้นความยั่งยืน ย่อมเป็นการช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จะนำไปสู่สภาวะโลกร้อน โดยในโอกาสนี้จะขอกล่าวถึงแนวทางในการส่งเสริมเกษตรกรรมของ “มูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบทวัดป่าดาราภิรมย์” จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีแนวทางที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

 

                                            

 โดยมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่พัฒนาคุณภาพชีวิต จนสามารถพึ่งตนเองได้ โดยเฉพาะในด้านการเกษตรที่มุ่งเน้นเกษตรเชิงอนุรักษ์ผนวกกับเกษตรแผนใหม่ เพื่อพัฒนาระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน, การให้ความสำคัญกับความหลากหลายของชนิดพืช และการปลูกพืชผักหมุนเวียนตามฤดูกาล เป็นต้น จนอาจกล่าวได้ว่ามูลนิธิฯ ได้สนับสนุนแนวทาง “เกษตรอินทรีย์” นอกจากนั้นสมาชิกในกลุ่มยังได้มีการต่อยอดด้วยการรวมกลุ่มกันทำปศุสัตว์อินทรีย์ เพื่อสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงทางอาหารอีกด้วย โดยมีพื้นที่เป้าหมายหลักคืออำเภอแม่แตงและอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่   

             ปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้ขยายผลเครือข่ายเกษตรอินทรีย์โดยร่วมกับสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน จัดหลักสูตรการเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติ โดยมาตรฐานการผลิต มูลนิธิฯ ได้มีหลักประกันคุณภาพการผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งการได้รับการรับรองจากมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคเหนือ(มอน.) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย (มกท.) ส่วนการจัดการด้านการตลาด มูลนิธิฯ ได้อาศัยตลาดเครือข่ายและตลาดชุมชน เช่น ตลาดอิ่มบุญ ตลาดมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบทวัดป่าดาราภิรมย์ และสหกรณ์เกษตรพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

 

 

                                   

จากการดำเนินงานที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ระบุความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนวิถีมาสู่เกษตรอินทรีย์ ได้แก่ 1) การปรับเปลี่ยนวิธีคิดและความมุ่งมั่นที่จะปรับเปลี่ยน 2) สมาชิกในครัวเรือนต้องมีความเห็นที่พร้องกันและสนับสนุนซึ่งกันและกัน 3) มีตลาดรองรับ และ 4) มีการรวมกลุ่มของครัวเรือนที่ผลิตเกษตรอินทรีย์

จะเห็นว่าแนวทางการดำเนินงานที่มูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบทวัดป่าดาราภิรมย์ที่มุ่งเน้นการเกษตรแบบอินทรีย์ที่งดใช้สารเคมีและมีวิถีที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ย่อมส่งผลให้ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุสำคัญของสภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี และคงจะเป็นที่น่ายินดีหากเกษตรกรในหลายพื้นที่งดการใช้สารเคมีในการผลิต ทั้งเพื่อเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมและเหตุผลด้านสุขภาพของเพื่อนมนุษย์นั่นเอง

 

 

 

บรรณานุกรม 

วิฑูรย์ ปัญญา.  2555.  เกษตรอินทรีย์กับโลกร้อน.  กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์สุภา

ดำรง เสียมไหม.  2552.  “สภาวะโลกร้อนและการปรับตัวของชุมชนเมือง กรณีศึกษาเทศบาลนครหาดใหญ่”.  รายงานวิจัย.  คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

บุศรา ลิ้มนิรันดร์กุล และพฤกษ์ ยิบมันตะสิริ.  2555.  “โครงการศึกษา : การสร้างโอกาสเพื่อการขยายผลระบบเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อการพึ่งตนเองและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่”.  รายงานวิจัย.  คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สำนักมาตรฐานและส่งเสริมการรังวัด.  ม.ป.ป.  สภาวะโลกร้อน (Global Warming).  (ออนไลน์).  แหล่งที่มา : http://www.dol.go.th/sms/interesting.htm.  8 ตุลาคม 2557 

กรีนดิเอิร์ธ.  ม.ป.ป.  ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน.  (ออนไลน์).  แหล่งที่มา : http://www.greentheearth.info/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/.  8 ตุลาคม 2557

 

 

 

ภาพจาก

http://globalprep.wikispaces.com/Global+Warming 

http://www.deviantart.com/morelikethis/47046278

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%97/490886194263384?sk=timeline

 

 

 

 

 


อ่าน 1388



มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซอยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์(Tel.) 02 591 1195-6, แฟกซ์(Fax.) 02 0028128 E-mail : sathaiaan@gmail.com
  ลิขสิทธิ์ @ 2014 .สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซต์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้