063 - ปลูกข้าวไร่ในสวนยาง...ปลูกอาหารเพื่อชุมชน เก็บมาเล่าจากเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปลูกข้าวไร่พื้นบ้าน ณ ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคอกช้าง
-
Hits6337 views
-
Favourites
-
CreatedFriday, 25 June 2010
-
Created byAdministrator
-
Last modifiedThursday, 21 April 2011
ปลูกข้าวไร่ในสวนยาง...ปลูกอาหารเพื่อชุมชน
เก็บมาเล่าจากเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปลูกข้าวไร่พื้นบ้าน
ณ ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคอกช้าง
หมู่ที่ 6 บ้านคอกช้าง ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

ท่าม กลางจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องพืชเศรษฐกิจ มองไปทางไหนก็เห็นยางพาราและปาล์มน้ำมันสุดลูกหูลูกตา แต่ยังคงมีชุมชนเล็กๆ ชุมชนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาบอกกับคนรอบข้างว่าต่อจากนี้ไป นอกจากทิวป่ายางและดงปาล์มน้ำมัน อาหารจะเริ่มงอกงามขึ้นมาจากดิน อาหารที่เราทุกคนกินกันทุกมื้อทุกยาม อาหารที่อยู่คู่กับชุมชนมานานแสนนาน อาหารที่หลายคนอาจลืมกันไป
เมื่อข้าวพื้นบ้านกลับมาสู่ชุมชน
เช้า วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 ณ หมู่ที่ 6 บ้านคอกช้าง ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ผู้ที่เข้าร่วมเวทีกว่า 65 มีทั้งคนในชุมชนและคนต่างถิ่นที่มาเยือน ต่างมีนัดหมายมารวมกัน โดยมีจุดหมายอยู่ที่แปลงยางปลูกใหม่ที่ไถปรับไว้พร้อมสำหรับให้นำข้าวลงปลูก ที่ชาวชุมชนเรียกว่าการ “หนำข้าว” นั่นเอง
|
|
| |
|
นายวิจิตร ลูกเหล็ม รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองพน เป็นประธานในงาน ได้กล่าวต้อนรับ คณะที่มาเยือนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้กล่าวชื่นชมสมาชิกชุมชนบ้านคอกช้างที่ได้ร่วมไม้ร่วมมือกันทำกิจกรรม ของชุมชน จนเป็นที่ประจัก ถือได้ว่าเป็นชุมชนหนึ่งที่มีความเข้มแข็ง ในการแก้ปัญหาของชุมชน |
นางนิภาพร คงสบาย ประธานกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคอกช้าง ได้กล่าวรายงานสรุป ให้เห็นถึงข้อมูลพื้นฐานของชมชน เช่นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ข้อมูลประชากร ข้อมูลทางเศรษฐกิจ สภาพปัญหา หลักคิด และกิจกรรมของชุมชน |
รู้จักชุมชนคอกช้าง
บ้าน คอกช้าง เคยมีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งสมัยการปกครองที่ เมืองกระบี่ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชได้นำทหารมาตั้งค่ายพักแรมและสร้างคอกเพื่อจับช้าง เพราะสมัยนั้นบ้านคอกช้างอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทั้งป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะช้างป่า จึงได้เรียกชื่อชุมชนแห่งนี้ว่าบ้านคอกช้าง
ชุมชน บ้านคอกช้างมีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 70 ครัวเรือน 200 คน ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ซึ่ง หมู่ที่ 6 มีด้วยกัน 2 ชุมชน 2 วัฒนธรรม คือ ชุมชนบ้านคอกช้าง ซึ่งเป็นชุมชนคนนับถือศาสนาพุทธ และชุมชนบ้านพรุใหญ่ ซึ่งเป็นชุมชนมุสลิม คนในชุมชนมีรายได้จากการทำการเกษตร ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันเกือบ 80% ของคนในชุมชน มีรายได้ในฐานะปานกลาง
เนื่อง จากการปลูกพืชเศรษฐกิจที่ทำให้คนในชุมชนมีรายได้แล้ว ยังสร้างปัญหาให้กับชุมชนไม่น้อย เช่น ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยที่สร้างความมั่นคง ทางด้านอาหาร และความเสื่อมโทรมทางวิถีวัฒนธรรมชองชุมชน ทำให้คนในสังคมแตกแยกและเห็นแก่ตัวมาขึ้น และหลงไปตามกระแสการบริโภคนิยม ทำให้ในอนาคตจะเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย
ฉะนั้น ชุมชนบ้านคแกช้างได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ที่อาจเกิดขึ้น จึงได้จัดตั้งกลุ่มชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคอกช้างขึ้น เพื่อระดมความคิดในการแก้ปัญหา และพัฒนาชุมชนในอนาคต
สร้างความสามัคคี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างธนาคารชุมชน
การสร้างความสามัคคีกับคนในชุมชน เป็นการแก้ปัญหาของชุมชนในเรื่องความแตกแยก การเห็นแก่ตัว การแย่งชิงทรัพยากร โดยการจัดตั้งกลุ่ม และจัดให้มีเวทีพูดคุย และสร้างกิจกรรมร่วมกัน เช่นจัดให้มีการประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกเดือน การคิดแก้ปัญหาร่วมกัน และการสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน
การสร้างความมั่นคงทางอาหาร เป็นแก้ปัญหาจากการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และวิถีวัฒนธรรมชองชุมชน โดยการรักษาฐานการผลิตอาการ เช่น
- ที่ดินทำกิน เช่น พื้นที่ทำนา ทำไร่ ปลูกพืช ผัก ผลไม้ ต้องมีการปกป้อง
- น้ำในการบริโภคและใช้ในการทำการเกษตร ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ต้องมีการฟื้นฟู
- ป่า ซึ่งเป็นต้นกำเนิดที่ทำให้ดินดี น้ำดี มีพันธุกรรมที่หลากหลาย ต้องมีการรักษา
- พันธุกรรมท้องถิ่น ที่มีคูณค่าทางอาหารและยา ต้องมีการอนุรักษ์
- วัฒนาธรรม ในการปกป้องทรัพยากร และการอยู่ร่วมกันในสังคม ต้องมีการสืบทอด
สร้างธนาคารชุมชน โดย การจัดตั้งกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคอกช้างขึ้นเมื่อ วันที่ 5 ธันวาคม 2551 มีสมาชิกก่อตั้ง 10 คน กองทุนออมทรัพย์ 1,000 บาท โดยมี นางนิภาพร คงสบาย เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบัน ณ. วันที่ 5 มิ.ย. 53 มีสมาชิก 82 คน กองทุนออมทรัพย์ ประมาณ 140,000 บาท
กิจกรรม ของกลุ่ม จัดตั้งกองทุนออมทรัพย์ จากสมาชิกคนละ 100 บาทต่อเดือน ปล่อยเงินกู้ให้สมาชิกไปใช้ตามความจำเป็น โดนคิดตอกเบี้ย ร้อย ละ 1 บาท/เดือน จัดสวัสดิการให้กับสมาชิกและคนทำงาน ตามสัดส่านจากรายได้ที่เกิดขึ้นจากการให้กู้เงิน 70-20-10 โดย 70% เฉลี่ยปันผลสมาชิก 20% เป็นค่าตอบแทนคนทำงาน10% เป็นค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์เครื่องใช้ และสร้างความมั่นคงทางอาหาร เช่นการปลูกข้าวไร่ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์
|
|
| |
| นายหม้อหราด หวังสป แกนนำสมาชิกบ้านห้วยน้ำขาว เป็นวิทยากร เรื่องการขับเคลื่อนงานชาวนา ได้กล่าวถึงหลักคิดในการทำนาปลูกข้าวไว้กินเอง | นายชัยวัชต์ ขาวแขก สอ.บต, ตำบลคลองพน เป็นวิทยากรในการขับเคลื่อนงานการปลูกข้าวไร่ และการรวมกลุ่มซอแรงงานการทำไร่ |
ถึงเวลาลงมือ
สมาชิก และผู้มาร่วมเรียนรู้ ได้ลงไปเรียนรู้ในแปลงจริงๆ และมีวันนี้ก็เป็นวันที่มีการลงแขกอีกวันหนึ่งที่ทำงานอยู่ก่อนแล้ว ประมาณ สิบกว่าคน ที่นอกเหนือจากการเข้าร่วมเวทีวันนี้
|
|
การทำหลุม หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่าการแทงสัก |
|
การปลูกข้าว หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่าการหนำข้าว |
|
|
|
แทงสัก..หนำข้าว ร่วมแรงร่วมใจ |
ปลูกข้าวพื้นบ้าน ปลูกความสัมพันธ์
นอก เหนือจากการได้ร่วมกันหนำข้าวแล้ว ก่อนจากกันได้มีการถ่ายรูปร่วมกัน และมีการมอบพันธุ์ข้าวท้องถิ่นและพืชผักพื้นบ้าน เป็นที่ระลึกและนำไปขยายพันธุ์ในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนใต้ และจากการเชื่อมโยงกันในวันนี้ได้มีการสัญญาซึ่งกันและกันว่าจะไปเยี่ยม เยือนและช่วยเหลือซึ่งกันและกันเหมือนการซอแรงงานในชุมชนบ้านคอกช้าง และในเวทีครั้งนี้ได้มี “ไอ้คอ” หรือ “ไอ้เกลอ” กันถึงสองคู่
|
|
|






