หน้าแรกของเว็บนี้ ติดตามกิจกรรมมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ข่าวแวดวงเกษตรกรยั่งยืน บทความที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน สื่อและสิ่งพิมพ์เกษตรกรรมยั่งยืน ผลผลิตจากเกษตรกร และสนับสนุนสินค้าเพื่องานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เว็บไซด์และเครือข่ายในงานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ติดต่อมูลนิธิและสถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
 
  มูลนิธิเกษตรยั่งยืนประเทศไทย : ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและพัฒนางานเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยและองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในสังคมวงกว้าง >> ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ประกอบด้วย >>| 1) สนับสนุนให้เกิดการศึกษา รวบรวมและเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและองค์กรชุมชน | 2) เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน กลุ่มต่างๆในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในท้องถิ่น | 3) รณรงค์เผยแพร่ความรู้ และการศึกษาในเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่สาธารณะชน | 4) ประสานความร่วมมือกับองค์กร พันธมิตร นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาในการพัฒนานโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพ  
 
 
เกษตรกรรมยั่งยืน
นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปรับปรุงบำรุงดิน ปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ
ผลกระทบเคมีเกษตร และสมุนไพรทดแทน

พันธุกรรมพืชสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แนวคิดและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปลูกการจัดการน้ำ
เลี้ยงสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แปรรูปผลผลิต ตลาดทางเลือก ธุรกิจชุมชน
กระบวนการเข้าสู่เกษตรกรรมยั่งยืน
กระบวนการจัดการหนี้สินในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
บริหารจัดการ และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยองค์กรชุมชน
เกษตรกรรมยั่งยืน กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
สถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน
ฐานทรัพยากรอาหาร
บริการห้องสมุดเกษตรกรรมยั่งยืน
เว็บที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นร้อน
 
ทางออกแห่งหายนะ...สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (1)
 
บทเรียนจากอดีตหรือยังไม่พอ?

มนุษย์ได้ผ่านพ้นความสูญเสียมาแล้วในอดีต แต่สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนว่ายังไม่เพียงพอสำหรับการตอกย้ำให้มนุษย์รู้จักการป้องกันและควบคุมความทะเยอทะยานอยากอยู่เหนือธรรมชาติ โดยเฉพาะหลายต่อหลายครั้งที่เกิดความสูญเสียจากผลงานของกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน ที่ต้องการจะหาแต่ผลกำไรโดยไม่สนใจถึงผลกระทบอย่างร้ายแรงที่จะมีต่อธรรมชาติ และทำให้ธรรมชาติถูกทำลายไปอย่างที่จะกู้คืนมาได้ยาก และที่ร้ายไปกว่านั้นคือคนเหล่านี้อาจรู้ว่าจะเกิดผลอะไรตามมา แต่พวกเขาก็ยังคงปกปิดข้อมูลไว้ตราบเท่าที่ยังไม่มีใครรู้ตัว และไม่แน่ว่าเหตุการณ์เหล่านี้กำลังเกิดขึ้นอีกครั้งในปัจจุบัน ด้วยผลงานที่เรียกกันว่า “สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม”

ในปี ค.ศ.1972 โลกได้พบกับความจริงอันน่าตกใจเมื่อ Rachel Carson ได้เขียนหนังสือ Silent Spring ออกมาโดยกล่าวถึงผลร้ายของยาฆ่าแมลงและศัตรูพืชที่มีต่อธรรมชาติและมนุษย์ และเปิดโปงให้เห็นว่าโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์ยอมให้ความทรุดโทรมของธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างจงใจ ซึ่งถึงแม้จะไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มายืนยันหรือพิสูจน์อย่างชัดเจนได้ แต่ก็เป็นการเอาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาตีแผ่ต่อสาธารณะชนเป็นครั้งแรก และแน่นอนที่สุดที่บริษัทขายเคมีภัณฑ์จะออกมาปฏิเสธ แต่ในที่สุดก็ต้องยอมรับและถูกห้ามใช้เคมีภัณฑ์บางตัว เช่น DDT เป็นต้น เพียงแต่กว่าที่ผู้คนจะให้ความสำคัญ เคมีภัณฑ์เหล่านี้ก็ได้ทำลายธรรมชาติไปมากแล้ว

เมื่อหลายสิบปีก่อน มียาชนิดหนึ่งใช้กินแก้แพ้ท้องชื่อว่า “แทลิโดไมด์” ถูกเผยแพร่ใช้กันทั่วโลกเป็นเวลานาน ต่อมาเราจึงมารู้ทีหลังว่าแทลิโดไมด์ทำให้เด็กในครรภ์พิการและต้องประกาศถอนใบอนุญาตยาตำรับนี้ แต่ผู้คนก็แขนกุดขากุดไปเป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างในเมืองไทยเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนจะพบเห็นเด็กแขนขากุดนั่งขอทานอยู่ตามใต้สะพานพวกนั้นก็คือเด็กแทลิโดไมด์นั่นเอง เหตุการณ์นี้เป็นเพียงเรื่องของยาที่คนเรานานๆ จะกินสักที แต่ถ้าเป็นกรณีอาหาร GMOs ที่ต้องกินกันอยู่ทุกวันจะส่งผลมากขนาดไหน
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียนจากอดีตที่มนุษย์ได้เรียนรู้มาแล้ว และคงต้องเรียนรู้กันต่อไป...
 
เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

GMOs เป็นชื่อเรียกคำย่อของ Genetically Modified Organisms หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมโดยอาศัยเทคนิคทางพันธุวิศวกรรมหรือเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการตัดต่อยีน
การดัดแปลงสารพันธุกรรมทำได้โดยใช้วิธีการทางพันธุวิศวกรรม (Genetic engineering) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) วิธีการนี้เป็นการคัดเลือกสายพันธุ์โดยเจาะจงไปยังยีนที่ต้องการโดยตรง แทนที่วิธีการผสมพันธุ์แล้วคัดเลือกลูกผสมที่มีลักษณะตามความต้องการซึ่งต้องใช้เวลานาน การเจาะจงไปยังยีนที่ต้องการโดยตรง เริ่มต้นจากการค้นหายีนที่มีสมบัติตามที่เราต้องการ ยีนตัวนี้อาจมาจากพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ก็ได้ เมื่อได้ยีนมาแล้วก็นำยีนดังกล่าวใส่เข้าไปอยู่ในโครโมโซมภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่เราต้องการดัดแปลง

ส่วนอาหารที่เป็น GMOs ตามรายงานของ Wall Street Journal พบว่า หัวน้ำหวานของโค๊ก ขนมปังของแมค-โดนัลด์ ซอสมะเขือเทศของไฮนซ์ มันฝรั่งของร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปและมันฝรั่งสำเร็จรูป ส่วนผสมทำขนมเค้กของเค้กเบ็ตตี้ คร็อกเกอร์ของเจเนรัลมีลล์ วัตถุดิบอาหารของเคลล็อกซ์ เฮอร์ซีย์ฟู้ด เควกเกอร์ โอตส์ ซาราลี และน้ำมัน น้ำตาล วานิลลาโกโก้ที่มาจากสหรัฐอเมริกา ล้วนเป็น GMOs ทั้งสิ้น ดังนั้นแท้ที่จริงแล้วอาหารจาก GMOs ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย มันเข้าถึงโต๊ะอาหารของเรามาแล้วหลายปี
 
ผลกระทบที่ไม่ควรมองข้าม

ผลกระทบของ GMOs ได้มีการพูดถึงกันมากขึ้นและเริ่มมีรายงานทยอยออกมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าย่อมได้รับการโต้เถียงจากบริษัทผู้ผลิต GMOs ว่าขาดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ดีพอรองรับ แต่ในความเป็นจริงแล้วผลกระทบเหล่านี้ได้มีการพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์จนแทบจะกล่าวได้ว่าไม่ใช่เป็นเพียงการคาดเดา แต่เป็นผลกระทบซึ่งไม่ควรมองข้ามไป โดยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงผลกระทบดังกล่าว สามารถสรุปได้ดังตารางต่อไปนี้
ผลเสียที่พบ
แหล่งข้อมูล
ชนิด GMOs
ความกังวลที่ตามมา
ตัวอ่อนของผีเสื้อโมนาร์ซที่กินละอองเกสรข้าวโพดบีที มีอัตราการตาย 44% ภายใน 4 วัน นักวิทยาศาสตร์ชื่อ เจ.อี.ลูซี่ แห่งมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ข้าวโพดบีที ผีเสื้อนับพันสายพันธ์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่มีห่วงโซ่อาหารเกี่ยวข้องจะได้รับผลกระทบ
แมลงช้างตายไปเพราะกินโปรตีนจากข้าวโพดบีที ถึง 57-60% และตัวที่รอดโตช้ากว่าปกติ 3 วัน สถานีวิจัยแห่งประเทศสวิส ข้าวโพดบีที แมลงที่มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศจะถูกกระทบ
ด้วงเต่าที่เลี้ยงโดยให้กินเพลี้ยอ่อนที่เลี้ยงในมันฝรั่งตัดต่อยีน วางไข่น้อยลง 1 ใน 3 และมีอายุสั้นกว่าปกติถึงครึ่งหนึ่ง สถานีวิจัยพืชแห่งสกอตแลนด์ มันฝรั่ง
ตัดต่อยีน
ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์จะลดลง
หนูที่กินมันฝรั่งตัดต่อยีนแล้ว 10 วัน มีระบบภูมิคุ้มกันลดลง เนื้อเยื่อและอวัยวะภายในเช่น หัวใจ ตับ ไตและสมองพัฒนาแบบผิดปกติ ดร.อาร์พัด พุสซ์ไท แห่งสถาบันโรเว็ต สก็อตแลนด์ มันฝรั่ง
ตัดต่อยีน
มนุษย์ที่กินอาหารตัดต่อยีนจะได้รับผลกระทบกับอวัยวะภายในเช่นเดียวกับหนู
ผนังเซลล์กระเพาะอาหารของหนูทดลองที่กินมันฝรั่งตัดต่อยีนมีการพัฒนาอย่างผิดปกติ ดร.สแตนลี่ย์ อีเวน แห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์
อะเบอร์ดีน
มันฝรั่ง
ตัดต่อยีน
ออกแบบจำลองกระเพาะอาหารแล้วพบว่าอาหาร GMOs ที่กินเข้าไปสามารถถ่ายทอดยีนต้านยาปฏิชีวนะไปสู่แบคทีเรียในกระเพาะอาหารได้ สถาบันควบคุมคุณภาพผลผลิตการเกษตรเมือง
วาเกนนีเกน เนเธอร์แลนด์
พืช GMOs มนุษย์และสัตว์ซึ่งบริโภคอาหาร GMOs ไม่สามารถใช้ยาปฎิชีวนะเพื่อรักษาโรคต่างๆได้มนุษย์และสัตว์ซึ่งบริโภคอาหาร GMOs ไม่สามารถใช้ยาปฎิชีวนะเพื่อรักษาโรคต่างๆได้
พืช GMOs 1 ตัน สามารถถ่ายทอดทำให้เกิดแบคทีเรียที่ต้านยาปฏิชีวนะในดินได้ถึง 1 พันล้านยีน เจ.เดอ ไฟร์ส และ ดับบลิว เวคเคมาเกล พืช GMOs
อาหาร GMOs มียีนต่อต้านยาปฏิชีวนะซึ่งสามารถถ่ายทอดไปสู่สิ่งมีชีวิตอื่น ดร.โรเมโร ควีฮาโน จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ พืช GMOs
เกิดการถ่ายยีนระหว่างสปีซีส์เป็นการผิดกระบวนการชีวภาพทำให้เกิดโรคประสาทติดเชื้อได้ ดร.ปีเตอร์ วิลส์ แห่งมหาวิทยาลัยโอคแลนด์ นิวซีแลนด์ -
การรวมกันของยีนในลักษณะใหม่ทำให้เกิดไวรัสใหม่ซึ่งมีพิษร้ายแรงมาก เช่น โมเสกไวรัสกระหล่ำดอกทำให้เกิดพาราเรโตรไวรัสซึ่งคล้ายกับไวรัสตับอักเสบชนิด B และมีความสัมพันธ์กับเชื้อ HIV ดร.โจเซฟ คัมมิงส์ ภาควิชาพันธุศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ออนตาริโอ
พืช GMOs ไวรัสทำให้เกิดการทำลายพืชผลและเกิดโรคร้ายแรงในมนุษย์และสัตว์
การย้ายยีนจากบราซิลนัทมาใส่ในถั่วเหลืองเพื่อเพิ่มโปรตีน ทำให้ถั่วเหลืองมีสารภูมิแพ้จากบราซิลนัทด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย
เนบราสกา สหรัฐอเมริกา
อาหาร GMOs ทำให้มนุษย์เกิดการแพ้อาหาร GMOs
พบว่า 5 ใน 11 ต้นของ “คาโรไรนา” ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมให้มียีนต้านแมลง มีการผสมข้ามพันธุ์กับต้นไม้ในตระกูลเดียวกันอย่างต้น เบอร์ดซีด เรพ เมื่อมาไว้ใกล้กัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไรนา สหรัฐ ต้นคาโรไรนา (พืชน้ำมัน GMOs) เกิดการขยายพันธุ์หรือการลุกลามของการผสมข้ามพันธุ์อย่างรวดเร็วและกว้างขวางมาก
นอกจากผลการพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว ผลกระทบของอาหารจากพืชดัดแปลงพันธุกรรมก็เคยทำความเสียหายให้กับสังคมมนุษย์ ดังเช่นกรณีของบริษัท โชวา เดนโก้ ผลิตอาหารเสริม GMOs ขายในอเมริกาปี 1980 ทำให้เกิดคนตาย 37 คน พิการถาวรเกือบ 1,500 คน รวมทั้งป่วยเกือบ 5,000 คน
จะเห็นว่าพืช GMOs สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบนิเวศอย่างมาก ตั้งแต่เกิดวัชพืชพันธุ์ใหม่ที่มีความต้านทานต่อแมลง ทำให้ความหลากหลายของหน่วยพันธุกรรมลดลง เกิดการฆ่าทำลายแมลง นก สัตว์ป่า ฯลฯ เกิดพืชพันธุ์ใหม่ที่จะแพร่ขยายและกระจายไปทั่วโลกโดยไม่สามารถควบคุมได้ รวมทั้งเกิดผลกระทบในด้านสังคม เช่น ทำให้การเกษตรกรรมต้องพึ่งพาทางเคมีมากเกินไป ทำให้เกิดสารเคมีตกค้างในพืชเป็นจำนวนมาก และเกิดการชี้นำกสิกรรมของโลกโดยบริษัทผู้ผลิตเมล็ดพันธ์พืช GMOs และบริษัทผู้ขายเคมีที่เกี่ยวข้อง อีกด้วย

ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าถ้าเกิดความผิดพลาดในการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนหรือทำให้กลับคืนดังเดิมได้ และจะคงอยู่กับสิ่งมีชีวิตใหม่และแพร่พันธุ์ต่อไปตลอดชั่วลูกชั่วหลานของเรา...
 
ประโยชน์ของพืชดัดแปลงพันธุกรรม : มายา...และความเป็นจริง!

- พืช GMOs มีประโยชน์มหาศาล....!
- เราต้องการเทคโนโลยีนี้ในทันทีก่อนที่จะสายไป...!
- เราพิสูจน์แล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อมนุษย์ ทุกคนวางไว้ได้...!
- พืช GMOs เป็นทางเดียวที่ให้ผลตอบแทนจากการเพาะปลูกสูงที่สุด...!
- และ.......

คำถามก็คือ...คุณเชื่อคำกล่าวเหล่านี้หรือไม่? ลองพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ดู

มายา
ความเป็นจริง
พืช GMOs จะช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิต - เจน รีสเลอร์ จาก Union of Concemed วิเคราะห์พบว่าในพืชสำคัญและในพืชที่ปลูกสำคัญของอเมริกานั้นผลผลิตของพืช GMOs ไม่ได้สูงไปกว่าพืชทั่วไป
- ฝ้ายบีทีที่นำมาปลูกในประเทศไทย ให้ผลผลิตเท่า ๆ ฝ้ายพันธุ์พื้นเมืองอย่างพันธุ์ศรีสำโรง
พืช GMOs แก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารอาหาร เพราะประชากรโลกเพิ่มขึ้น - จำนวนประชากร กับการขาดแคลนอาหารนั้น ไม่เกี่ยวข้องกัน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ การขาดแคลนเทคโนโลยี และการเพิ่มผลผลิต แต่อยู่ที่ การกระจายอาหาร ที่ไม่เป็นธรรม และการ ไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้าน มีสิทธิ ในที่ดินทำกิน
- โครงการอาหารแห่งสหประชาชาติว่าโลกมีอาหาร 1.5 เท่าของคน แต่ 1 ใน 7 ของคนในโลก(ประมาณ 800 ล้านคน) ยังอยู่ในภาวะขาดอาหาร
พืช GMOs ช่วยรักษา สิ่งแวดล้อม และลดต้นทุนการผลิต - 71 เปอร์เซ็นต์ของพืช GMOs เป็นพืชที่ใส่ยีนต้านทานยาปราบวัชพืชเข้าไปเท่ากับส่งเสริมให้เกษตรกร ใช้ยาปราบศัตรูพืชมากขึ้นเพราะเห็นว่าพืชที่ปลูกสามารถทนยาได้
- ดร.ชาร์ล เบ็นบรูค นักวิชาการพืชไร่อเมริกาพบว่าเกษตรกรที่ปลูกถั่วเหลืองราวด์อัพ ใช้
ราวด์อัพมากกว่าเกษตรกรทั่วไปตั้งแต่ 2-5 เท่า
- เมล็ดพันธุ์ฝ้ายบีที ราคากิโลกรัมละ 600 บาท สูงกว่า เมล็ดพันธุ์ฝ้ายศรีสำโรง ถึง 17 เท่าตัว
การตัดต่อยีนจะช่วยอนุรักษ์ และขยายพันธุ์พืชที่กำลังสูญพันธุ์ - การปลูกพืช GMOs คือตัวการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะทำให้เกิดการผสมเกสรข้ามไปสู่พันธุ์พืชพื้นเมืองอย่างไม่อาจควบคุมได้ พันธุ์พืชดั้งเดิมในธรรมชาติจะถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว
- พืช GMOs ยังเป็นตัวทำลายแมลงที่มีประโยชน์ต่อการผสมเกสรซึ่งไม่ได้เป็นศัตรูเป้าหมายของพืช
พืช GMOs เพิ่มคุณค่าทางอาหาร - ถั่วเหลือง GMOs มีสารก่อมะเร็งสูงกว่าถั่วเหลืองทั่วไปถึง 26-27% และมีไฟโตเอสโตรเจนซึ่งเป็นประโยชน์น้อยกว่าถั่วเหลืองทั่วไป 12-14%
พืช GMOs เป็นการช่วยเหลือสังคมมนุษย์ - เป้าหมายของพืช GMOsที่เม็ดเงินในตลาด ไม่ใช่ปากท้องของผู้คน
- การปลูกพืช GMOsทำลายวิถีการทำมาหากินของชาวนา
หลายๆ ครั้งที่คนบางกลุ่มซึ่งเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพืช GMOs ออกมาพูดถึงผลดีที่จะได้รับจากการนำพืช GMOs เข้ามาในชีวิตประจำวันและพยายามแสดงถึงความจำเป็นนานับประการที่ต้องใช้เทคโนโลยีนี้ จนทำให้หลายฝ่ายเริ่มคล้อยตามและมองข้ามความเป็นจริงบางประการไป ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะต้องมองให้ออกว่าเรื่องใดที่เป็นข้อเท็จจริง และเรื่องไหนที่เป็นเพียงภาพมายาที่ถูกสร้างขึ้นมาสนับสนุนผลประโยชน์ซ้อนเร้นของคนเพียงบางคน…
 
กฎหมายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม – กฎหมายเพื่อใคร?

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2535 ประเทศต่างๆ 156 ประเทศลงนามรับรองอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพในการประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล วัตถุประสงค์ของอนุสัญญานอกจากกล่าวถึงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว ยังพูดถึงการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพและการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้จากการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างยุติธรรมและเท่าเทียม

แต่ในความเป็นจริงแล้วแม้อนุสัญญาฯ จะรับรองสิทธิอธิปไตยของรัฐเหนือทรัพยากรชีวภาพ แต่ในระดับล่างลงไปแล้ว การที่ทรัพยากรดังกล่าวจะเป็นของผู้ใด กล่าวคือ จะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นของเกษตรกร หรือเป็นของชุมชนย่อมขึ้นอยู่กับนโยบายและกฎหมายของแต่ละประเทศ และแม้อนุสัญญาฯ จะได้กำหนดหลักการที่ดูเหมือนว่าเป็นธรรม แต่ในความเป็นจริงหลักการของอนุสัญญาฯ นั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของระบบตลาดเสรี ซึ่งเน้นที่การเจรจาต่อรองของคู่กรณีเป็นสำคัญ ในทางปฏิบัติผู้ที่ต้องการเข้าถึงทรัพยากรมักจะเป็นฝ่ายที่มีอำนาจต่อรองเหนือกว่าเจ้าของ เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรที่ต้องการใช้ประโยชน์มากกว่า การที่เจ้าของไม่อาจกำหนดมูลค่าทางเศรษฐกิจของทรัพยากรของตนได้อย่างถูกต้องย่อมหมายความว่าการเจรจาต่อรองในลักษณะเช่นนี้จะไม่มีทางก่อให้เกิดข้อกำหนดที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกันขึ้นได้

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่กฎหมายต่างๆ สำหรับใช้กับ GMOs จะกลายเป็นกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศที่มีอำนาจทางการค้าเพื่อนำมาใช้เอาเปรียบประเทศด้อยกว่าได้

 

อ่านต่อ ตอนที่ 2
 
 

| home | aboutus | news | article |
| media-publications | products-supporting | Links | contacts us |

www.sathai.org
Year 2005-2006
คลิกที่เข็มทิศ เพื่อดูแผนที่ไปมูลนิธิ
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)

Sustainable Agriculture Foundation Thailand

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซ่อยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/โทรสาร: 2 591 1195-6, 2 580 2035
อีเมล์ : sathai@sathai.org
มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซด์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้
 
hotnews
movement
hotissue
smart article

คลิกที่นี่ !!
บอกเล่าเก้าสิบ เรื่องกรณีศึกษาเกษตรยั่งยืน

คลิกที่นี่ !!
เรื่องเล่าจากต่างแดน

ในเวดวงเกษตรกร
สนับสนุนสินค้าเกษตรกรรมยั่งยืน


ข้าวหอมมะลิชั้นหนึ่งจากนาเกษตรอินทรีย์ จ.สุรินทร์

สนับสนุนสินค้าเพื่อกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

เสื้อยืด ของที่ระลึกสวย จากศิลปินผู้สนับสนุนการส่งเสริม วิจัย และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน