หน้าแรกของเว็บนี้ ติดตามกิจกรรมมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ข่าวแวดวงเกษตรกรยั่งยืน บทความที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน สื่อและสิ่งพิมพ์เกษตรกรรมยั่งยืน ผลผลิตจากเกษตรกร และสนับสนุนสินค้าเพื่องานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เว็บไซด์และเครือข่ายในงานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ติดต่อมูลนิธิและสถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
 
  มูลนิธิเกษตรยั่งยืนประเทศไทย : ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและพัฒนางานเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยและองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในสังคมวงกว้าง >> ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ประกอบด้วย >>| 1) สนับสนุนให้เกิดการศึกษา รวบรวมและเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและองค์กรชุมชน | 2) เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน กลุ่มต่างๆในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในท้องถิ่น | 3) รณรงค์เผยแพร่ความรู้ และการศึกษาในเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่สาธารณะชน | 4) ประสานความร่วมมือกับองค์กร พันธมิตร นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาในการพัฒนานโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพ  
 
 
เกษตรกรรมยั่งยืน
นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปรับปรุงบำรุงดิน ปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ
ผลกระทบเคมีเกษตร และสมุนไพรทดแทน

พันธุกรรมพืชสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แนวคิดและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปลูกการจัดการน้ำ
เลี้ยงสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แปรรูปผลผลิต ตลาดทางเลือก ธุรกิจชุมชน
กระบวนการเข้าสู่เกษตรกรรมยั่งยืน
กระบวนการจัดการหนี้สินในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
บริหารจัดการ และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยองค์กรชุมชน
เกษตรกรรมยั่งยืน กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
สถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน
ฐานทรัพยากรอาหาร
บริการห้องสมุดเกษตรกรรมยั่งยืน
เว็บที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นร้อน
 
ทางออกแห่งหายนะ...สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (2)
 
จาก วิลสัน & แอคเคอร์ ถึง ดร.พุสซ์ไท ผลสะท้อนของความจริง

ปลายปี 1996 บริษัทมอนซานโต้ได้ว่าจ้างสตีฟ วิลสัน ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์รัฐฟลอริด้า และเจน แอคเคอร์ ให้ทำสารคดีชุด เรื่องฮอร์โมน GE ที่มีชื่อว่า rBST ได้ฉีดให้แก่แม่วัวราว 1 ใน 3 ของแม่วัวนมทั้งหมดในสหรัฐ เพื่อเร่งการผลิตน้ำนมให้มากขึ้น และพบว่าน้ำนมจากแม่วัวดังกล่าวมีสารตกค้างที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง

หนึ่งปีต่อมาก่อนที่สารคดีชุดนี้จะออกอากาศเพียง 3 วัน เท่านั้น ทนายของบริษัทมอนซานโต้ได้ส่งจดหมาย 2 ฉบับไปที่สำนักข่าวฟอกซ์ โดยมีข้อความเตือนสำนักข่าวฟอกซ์ถึงเหตุการณ์น่ากลัวที่อาจจะเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อสำนักข่าวโดยตรงได้ในภายหลัง ถ้าหากมีการถ่ายทอดรายการตามแผนกำหนดการเดิม และแม้ว่าจะมีบริษัทใหญ่หลายแห่งให้การสนับสนุนสารคดีชุดนี่ก็ตาม แต่ในที่สุดเมื่อถึงเวลาออกอากาศ สำนักข่าวฟอกซ์ก็ต้องยกเลิกการออกอากาศเกือบจะในทันทีนั้นเอง

วิลสันกล่าวว่า เขาทั้งสองได้รับคำสั่งให้เดินหน้าต่อไป โดยเสนอเนื้อหาสาระอย่างย่อๆ และไม่ค่อยถูกต้องนัก โดยต้องยึดแนวทางตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัทมอนซานโต้และบริษัทผู้ผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์นมต่างๆ ซึ่งได้แก้ไขอย่างละเอียดทุกจุด บริษัทอ้างว่าใช้จ่ายเงินถึง 3 พันล้านดอลลาร์เพื่อให้สถานีโทรทัศน์จัดทำสารคดีเรื่องนี้ขึ้นดังนั้นบริษัทจึงมีอำนาจตัดสินใจว่าจะเสนอข่าวอย่างไร ซึ่งนักข่าวทั้งสองคนต่างไม่ยอมรับและได้ปฏิเสธเงื่อนไขที่ให้เก็บเรื่องทั้งหมดไว้เป็นความลับเพื่อแลกกับเงินสดก้อนใหญ่จำนวนหนึ่ง ส่งผลให้ทั้งสองคนถูกไล่ออกในที่สุด

ในช่วงปี พ.ศ.2541-25422 ชื่อของ ดร.อาร์พัด พุสซ์ไทโด่งดังกระฉ่อนและอื้อฉาวมาก โด่งดังในฐานะนักวิจัยค้นพบอันตรายของพืชตัดแต่งยีนที่มีต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่อื้อฉาวเมื่อเขาถูกโจมตีว่างานวิจัยที่เขาทำออกมานั้นยังมีจุดบกพร่องและรีบด่วนสรุปเกินไปจนเหมือนกับเป็นการสร้างเรื่อง

การวิจัยของเขาเริ่มต้นในเดือนตุลาคม พ.ศ.2538 โดยสถาบันวิจัยโรวิตต์ได้มอบหมายให้ทำการวิจัยเรื่องผลกระทบของมันฝรั่งตัดแต่งยีนที่อาจจะเกิดขึ้นกับสัตว์ ทั้งนี้สถาบันที่เข้าร่วมทำการวิจัยต่างเกี่ยวข้องอยู่กับพวกบริษัทอุตสาหกรรมด้านเทคโนชีวภาพจากการร่วมกันทำวิจัยเพื่อการค้ากันอยู่หลากหลายสัญญา ดร.อาร์พัด พุสซ์ไทได้ทำการค้นคว้าทดลองจนกระทั้งได้ผลการวิจัยออกมาว่าหนูกลุ่มที่กินมันฝรั่งตัดแต่งยีนใส่สารเลคตินนั้น (เลคตินเป็นสารพิษที่พืชผลิตขึ้นเองโดยธรรมชาติเอาไว้ป้องกันแมลง) ปรากฏว่าอวัยวะภายในได้รับความเสียหาย เช่น ต่อมไทมัส ตับบางส่วนฝ่อ สมองเล็กลง ตับอ่อน ม้าม และลำไส้ได้รับความเสียหาย

ผลที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นทำให้เขาถูกบีบให้ลาออกจากสถาบันวิจัย และชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมาถูกทำลายจน
ป่นปี้ แต่ ดร.อาร์พัด พุสซ์ไท ยืนหยัดต่อสู้นำหลักฐานงานวิจัยของเขาออกมาให้ตรวจสอบ และแม้ว่าในเดือนมกราคม 2542 ดร.สแตนลีย์ อีเวน นักพยาธิวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอะเบอร์ดีนได้ตรวจสอบหนูที่ทดลอง และยืนยันว่าอวัยวะภายในของหนูได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวางจริง และได้มีคณะนักวิทยาศาสตร์อิสระ 23 คน จาก 13 ประเทศได้กลับมายืนอยู่ข้างเขา และเรียกร้องชื่อเสียงเกียรติยศคืนกลับให้เขา แต่เมื่อเวลาเนิ่นนานไป ดูเหมือนว่า ดร.พุสต์ไท และผลงานของเขาจะเลือนรางไปจากสังคม

สิ่งเหล่านี้หรือจะเป็นเพราะว่างานวิจัยของเขาส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้าพืชตัดแต่งยีนอย่างมหาศาล ตั้งแต่การคิดค้นเมล็ดพันธุ์ ไปจนกระทั่งถึงอุตสาหกรรมอาหารที่เกี่ยวข้อง โทษทัณฑ์ที่เขาได้รับจึงต้องถูกกำจัดไปให้พ้นทางด้วยการทำลายชื่อเสียงของเขาให้ย่อยยับ และวิธีที่ดีที่สุดในการทำลายนักวิจัยคือทำให้งานวิจัยของเขาหมดความน่าเชื่อถือ เท่ากับฆ่าให้ตายทั้งเป็น และถูกลบไปจากประวัติศาสตร์ของวงการวิจัยไปตลอดกาล

 
สงครามของวันพรุ่งนี้

ใครบ้างจะคิดว่าสักวันหนึ่งชาวนาตัวเล็กๆ จะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กับนายทุนข้ามชาติยักษ์ใหญ่ระดับโลก ว่าด้วยเรื่องสิทธิในการใช้เมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมของตนเองและเมล็ดพันธุ์พืช GMOs ที่กำลังแพร่กระจาย ทั้งอย่างตั้งใจและและไม่ได้ตั้งใจไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงไปทั่วทุกมุมโลก

เพอร์ซี่ ชไมเซอร์คือชาวนาชาวแคนาดาผู้นั้น เขาไม่เพียงต้องสูญเสียเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิม ที่เขาสั่งสมและปรับปรุงสายพันธุ์มานาน เฉกเช่นชาวนารายอื่นๆ ในเมืองบรูโน รัฐซาสแคทชาวาน ประเทศแคนาดาเท่านั้น เขายังตกเป็นจำเลยรายแรก ในคดีที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีชีวภาพ "มอนซานโต้" ฟ้องร้องต่อศาลกลางของแคนาดา ในข้อหา "ปลูกเมล็ดพันธุ์คาโนล่า GMOs อย่างผิดกฎหมาย"

เขากล่าวว่าบริษัทมอนซานโต้ฟ้องร้องว่าเขาปลูกเมล็ดพันธุ์คาโนล่าราวน์ดอัพเรดี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เขาแย้งว่าไม่เคยซื้อและไม่เคยคิดอยากจะปลูกเมล็ดพันธุ์ชนิดนี้ ในไร่เลย บริษัทมอนซานโต้ต่างหากที่เอาพืช GMOs มาปนเปื้อนเมล็ดพันธุ์ของเขาที่สะสมมาเป็นเวลา 50 ปี

29 มีนาคม 2544 ผู้พิพากษาแอนดรูว์ แมคเคย์ อ่านคำพิพากษาของศาลกลางแคนาดา โดยระบุว่า การใส่ยีนที่มีสิทธิบัตรของมอนซานโต้ เข้าไปในพันธุ์คาโนล่าเพื่อทำให้คาโนล่าทนทานต่อแมลง เมื่อใช้ร่วมกับยาปราบวัชพืชราวน์-อัพเรดี้ นั้นเป็นเรื่องที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยในคำวินิจฉัยยังระบุด้วยว่า โดยทั่วไปแล้วเกษตรกร สามารถเป็นเจ้าของเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกในผืนดินของตน ไม่ว่าจะปลิวมาตกหรือมากับละอองเกสร ยกเว้นในกรณีของเมล็ดพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งหมายถึงความพ่ายแพ้ในศาลชั้นต้นของชไมเซอร์

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าตกใจก็คือ องค์การด้านการศึกษาเรื่องนโยบายเกษตรกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพชื่อ ราฟี ระบุว่าบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ 5 บริษัทผูกขาดตลาดพืช GMOs ไว้ 100% และผูกขาดตลาดสารเคมีปราบศัตรูพืช 60% ซึ่งยุทธวิธีของบรรษัทข้ามชาติเหล่านี้จะมีตั้งแต่การผูกขาดตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ถึงตลาด การใช้กลไกด้านสินเชื่อเป็นเครื่องมือจนชาวนาชาวไร่ตกเป็นเบี้ยล่าง การควบคุมเมล็ดพันธุ์ตามธรรมชาติโดยหาทางไม่ให้ชาวนาชาวไร่ใช้ได้ การให้ทุนนักวิชาการไปวิจัยด้านที่มีผลดีกับบริษัท รวมไปจนถึงการสร้างฉันทานุมัติด้วยเงิน

เหตุการณ์ข้างต้นเป็นอุทาหรณ์ที่ดีแก่ประชาชนถึงการคุกคามโดยบริษัทพืช GMOs ข้ามชาติเหล่านี้ที่จะมีต่อการดำเนินชีวิตของตัวเอง ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นสงครามที่พวกเขาต้องเผชิญในวันพรุ่งนี้...
 
ทางออก? …ที่ต้องเลือก

ในท้ายที่สุดบทความชิ้นก็หวังเพียงว่าจะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นปัญหาของ GMOs และได้ร่วมรับรู้ว่า GMOs อาจจะก่อให้เกิดผลเสียอย่างไรบ้าง แม้ในวันนี้ผลเสียต่างๆ ของผลผลิตจาก GMOs จะไม่ชัดเจนเทียบเท่ากับหลายๆ เรื่องที่มนุษย์เรารับรู้ ทั้งยังคงมีหลายฝ่ายเห็นว่าสิ่งนี้มีผลดีมากมายและเป็นการแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น แต่เราต้องไม่ลืมว่าการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นก็เป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ต้นตอเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างประชากร การกระจายอาหารอย่างทั่วถึง ความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม รวมไปถึงปัญหาความยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นต้น อีกทั้งอาจจะทำให้เกิดปัญหาใหม่ๆ ที่ซับซ้อนและรุนแรงมากตามมาอีกมาก

ถึงอย่างไรมนุษย์เราก็จำเป็นจะต้องเลือกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ระหว่างทางออกในการพึ่งพาเทคโนโลยีการดัดแปลงพันธุกรรมและนำผลผลิตจากสิ่งเหล่านี้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน กับอีกทางที่หันกลับมาใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ซึ่งแน่นอนทางหนึ่งอาจดูสะดวกสบายและเต็มไปภาพที่สวยหรู ในขณะที่อีกทางหนึ่งซึ่งอาจดูลำบากและยุ่งยากในการไปถึง แต่...ไม่เคยมีอะไรได้มาฟรีๆ การได้มาหมายถึงการต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่างเสมอ ก็คงต้องกลับมาถามตัวเองแล้วว่าเรายอมแลกอะไรด้วยอะไร

ในวันนี้ประตูไปสู่ทางออกได้เปิดให้พวกเราก้าวเดิน อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเดินไปทางไหนเท่านั้น หวังก็เพียงว่าเราคงจะเลือกได้อย่างถูกต้องและรู้เท่าทันว่า...หนทางใดที่เป็นหนทางแห่งมายา...หนทางใดจะนำไปสู่ความเลวร้าย...และหนทางใดที่นำไปสู่ทางออกแห่งหายนะ....
 
เอกสารอ้างอิง

จักรกฤษณ์ ควรพจน์. 2545. GMO สงครามเทคโนโลยีชีวภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน).

พิเชียร คุระทอง. 2546. ผ่าพืชแปลงพันธุ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน.

มูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย. 2543. GMOs มหัศจรรย์ หรือ มหันตภัยของสหัสวรรษ. กรุงเทพฯ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.

มูลนิธิวิถีทรรศน์. 2542. GMOs: ชีวิตวิปริตพันธุ์. กรุงเทพฯ : โครงการวิถีทรรศน์.

ยงยุทธ ยุทธวงศ์ และ คณะ. 2545. Genomics ภาษาแห่งชีวิต. กรุงเทพฯ : มูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย.

สมพร แสงชัย. 2545. สิ่งแวดล้อม : อุดมการณ์ การเมือง และการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพ : โครงการบัณฑิตศึกษา
การจัดการสิ่งแวดล้อม, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

สำนักพิมพ์สมิต. 2546. พันธุกรรม ตัดต่อยีน. นนทบุรี : โอเอ็นจี การพิมพ์.

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก. 2545 ( 13 ธันวาคม). พืชจีเอ็มโอเสี่ยงผสมข้ามสายพันธุ์ : 11.

นิตยสารโลกสีเขียว. 2545 (พฤษภาคม-มิถุนายน). พืชจีเอ็มโอ...เมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้ง : 24-28.

http://www.healthtoday.net/thailand/feature/f4_3.html (Retrieved January 13,2004)

http://www.sarakadee.com/feature/1999/10/frame-vote.htm?/feature/1999/10/
vote-object.html (Retrieved January 13,2004)

 
กลับไปอ่าน ตอนที่ 1
 

| home | aboutus | news | article |
| media-publications | products-supporting | Links | contacts us |

www.sathai.org
Year 2005-2006
คลิกที่เข็มทิศ เพื่อดูแผนที่ไปมูลนิธิ
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)

Sustainable Agriculture Foundation Thailand

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซ่อยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/โทรสาร: 2 591 1195-6, 2 580 2035
อีเมล์ : sathai@sathai.org
มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซด์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้
 
hotnews
movement
hotissue
smart article

คลิกที่นี่ !!
บอกเล่าเก้าสิบ เรื่องกรณีศึกษาเกษตรยั่งยืน

คลิกที่นี่ !!
เรื่องเล่าจากต่างแดน

ในเวดวงเกษตรกร
สนับสนุนสินค้าเกษตรกรรมยั่งยืน


ข้าวหอมมะลิชั้นหนึ่งจากนาเกษตรอินทรีย์ จ.สุรินทร์

สนับสนุนสินค้าเพื่อกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

เสื้อยืด ของที่ระลึกสวย จากศิลปินผู้สนับสนุนการส่งเสริม วิจัย และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน