กลับไป sathai โฮมเพจ

การประชุมวิชาการและนิทรรศการ "เศรษฐกิจพอเพียง : ร่วมเรียนรู้ สานข่าย ขยายผล"

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง


ระหว่างวันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2549 มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ได้เป็นองค์กรร่วมจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ "เศรษฐกิจพอเพียง : ร่วมเรียนรู้ สานข่าย ขยายผล" ณ สำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนและยกระดับความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันเป็นหลักการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ ให้เผยแพร่สู่สาธารณชนในวงกว้าง

ทั้งนี้ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกได้ร่วมจัดนิทรรศการในหัวข้อ "พอเพียงด้วยภูมิปัญญาไทย : พันธุกรรมพื้นบ้านกับระบบเกษตรกรรมยั่งยืน" เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพันธุกรรมพื้นบ้านในมิติต่างๆ ซึ่งนิทรรศการที่จัดขึ้นประกอบด้วยการจัดแสดงพันธุกรรมผักและข้าวพื้นบ้านอันหลากหลาย การจัดแสดงผลผลิตที่แปรรูปจากข้าวพื้นบ้านจากภาคใต้ การจัดกิจกรรมชิมข้าวพื้นบ้าน และการเล่นเกมเกี่ยวกับพันธุกรรมพื้นบ้าน รวมถึงการจำหน่ายสินค้าเกษตร หนังสือ วีซีดี และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย

และ...นี้คือหลากหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้น



เริ่มต้นที่บริเวณทางเข้าสถานที่จัดนิทรรศการโซน “เศรษฐกิจพอเพียง : ร่วมเรียนรู้ สานข่าย ขยายผล นำเสนอปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นโซนแรกของงานนี้


มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกในฐานะองค์กรร่วมจัดได้นำเสนอภาพรวมขององค์กรให้กับผู้ที่สนใจในโซนนี้ด้วย


เมื่อเดินมาที่โซน 5 “เกษตรกรรมแห่งความพอเพียง” ก็จะได้พบกับนิทรรศการของเรา ซึ่งในภาพเป็นการจัดแสดงนิทรรศการแนวคิดเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน และจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรรมยั่งยืน


และบริเวณติดกันจะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับความหลากหลายทางพันธุกรรมพื้นบ้านในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน



ซึ่งบริเวณนี้ใช้เป็นสถานที่จัดสาธิตสินค้าแปรรูปและจัดกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ในภาพเป็นสภาพหลังจากผ่านพ้นการสาธิตการทำข้าวยำของภาคใต้ไปหมาดๆ


และนี้คือบริเวณจัดจำหน่ายสินค้าเกษตร หนังสือ วีซีดี และอื่นๆ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของเรารอต้อนรับและคอยแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืนอยู่ตลอดเวลา


กลับมาในบริเวณห้องประชุมใหญ่ ก็จะมีการจัดเวทีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน


ในภาพเป็นรายการเวทีวิชาการเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “ระบบแลกเปลี่ยนชุมชนเพื่อการพึ่งตนเอง”


นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนากลางแจ้ง-ลานชาวบ้าน ซึ่งจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิเช่น การแสดงศิลปะพื้นบ้าน การแสดงละครเวที การเสวนาวิชาการต่างๆิ


ในรูปเป็นการแสดงศิลปะพื้นบ้านของน้องๆ จากภาคใต้ ซึ่งเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้อย่างล้นหลาม


เมื่อกลับมาดูบรรยากาศภายในบูธนิทรรศการของเรา ก็จะพบว่ามีคนที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมไม่น้อย


น้องๆ นักเรียนก็สนใจหาความรู้เกี่ยวกับพันธุกรรมพื้นบ้าน
(บางคนก็จดข้อมูลต่างๆ อย่างเอาจริงเอาจัง สงสัยคงต้องทำรายงานส่งอาจารย์เป็นแน่)


ไม่น้อยก็ชื่นชอบกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา บางคนก็แวะกลับมาสอบถามหลายต่อหลายครั้งจนรู้สึกสนิทสนนกันไปเลย



บางคนก็สนุกสนานกับการชมและชิมข้าวยำจากภาคใต้ ซึ่งพบว่าในแต่ละวันข้าวยำของเราหมดไปอย่างรวดเร็ว



และนี้คือโฉมหน้าของเกษตรกรจากอำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ที่เราเชิญมาให้ความรู้ พร้อมกับสาธิตการทำข้าวยำและการแปรรูปอื่นๆ ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมและชิมกัน


ทันทีที่ลงมือปรุงข้าวยำ ก็มีผู้ที่สนใจเข้ามาสอบถามและรอชิมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง


จนวันหลังๆ เจ้าหน้าที่ของเราก็อดไม่ได้ที่จะแสดงฝีมือปรุงข้าวยำด้วยตัวเอง ส่วนรสชาติจะเป็นอย่างไรคนที่ลองชิมเท่านั้นที่จะรู้ได้


ในบางโอกาสเราก็ได้ชวนน้องๆ เล่นเกมเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวพื้นบ้านกัน เพื่อให้น้องๆ ได้รู้จักพันธุ์ข้าวพื้นบ้านมากยิ่งขึ้น


เราพบว่าน้องๆ ต่างแปลกใจเมื่อรู้ว่าไทยเรามีพันธุ์ข้าวพื้นบ้านจำนวนมาก บางคนก็สอบถามเพิ่มเติมถึงพันธุ์ข้าวพื้นบ้านที่เรายังคงมีอยู่


บรรยากาศการเล่นเกมจึงเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ชื่อพันธุ์ข้าวบางพันธุ์ก็เรียกรอยยิ้มจากน้องๆ


แล้วเราก็ชวนน้องๆ คิดว่ารู้สึกอย่างไรกับการที่แต่เดิมเรามีจำนวนพันธุ์ข้าวพื้นบ้านมากกว่าปัจจุบันมากนัก


น้องคนหนึ่งก็ได้ตั้งคำถามกลับมาว่า
“ทำไมพันธุ์ข้าวของเราจึงลดลงไป?”

ซึ่งเป็นคำถามที่เราเองก็อยากให้สังคมไทยช่วยกันตอบเหมือนกัน...

ตลอดการจัดงาน 5 วัน ทางเราได้แลกเปลี่ยนและพูดคุยกับผู้ที่สนใจมากมาย ตั้งแต่เด็กนักเรียนตัวน้อยๆ ไปจนกระทั่งผู้ใหญ่หลากหลายอาชีพ บางคนสนใจเทคนิคการทำเกษตรกรรมยั่งยืน บางคนก็สอบถามถึงผลิตภัณฑ์ที่เรามี ไม่น้อยที่ถามถึงพันธุ์กรรมที่เรานำมาจัดแสดง แต่สิ่งที่เราพบคล้ายๆ กันคือส่วนใหญ่รู้สึกแปลกใจว่าประเทศไทยเรามีพันธุ์ข้าวพันธุ์ผักพื้นบ้านจำนวนมากมายกว่าที่ตนเองรู้จัก และสิ่งนี้ทำให้เราเห็นว่าการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพันธุกรรมพื้นบ้านของเรานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์และพัฒนาพันธุกรรมพื้นบ้านของเราได้ในอนาคต อย่างน้อยหากมีเพียงสักคนหรือสองคนที่เห็นคุณค่าพันธุ์ข้าวและอยากให้มันคงอยู่ต่อไป ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอันสำคัญของเราแล้ว

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายและได้พูดคุยกัน หากเรามีกิจกรรมเช่นนี้อีกเราจะรีบประชาสัมพันธ์ให้ทราบ...แล้วเราคงได้เจอกันอีกครั้งในโอกาสต่อไปนะครับ