กลับไป sathai โฮมเพจ

งานมหกรรมข้าวพื้นบ้านเพื่อการสืบสานวัฒนธรรมชุมชน
“พักแรมฟองใต้..ท้าลมหนาว..ชิมข้าวไร่..ไต่ภูกระดึง”

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง


เมื่อวันที่ 16 -18 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา ณ บ้านฟองใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ มีการจัดงานเกี่ยวกับพันธุกรรมพื้นบ้านที่น่าสนใจงานหนึ่งขึ้นมา ใช้ชื่อว่างานมหกรรมข้าวพื้นบ้านเพื่อการสืบสานวัฒนธรรมชุมชน และมีสโลแกนว่า “พักแรมฟองใต้ ท้าลมหนาว ชิมข้าวไร่ ไต่ภูกระดึง” โดยเป็นความร่วมมือของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ อาทิเช่น องค์การบริหารส่วนตำบลวังกวาง-น้ำหนาว เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเทือกเขาเพชรบูรณ์ สภาองค์กรชาวบ้านป่าดงลาน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกป่านายางกลัก สหกรณ์การเกษตรลุ่มน้ำพรม กลุ่มวนเกษตรน้ำหนาว กลุ่มองค์กรชาวบ้านต้นน้ำพอง โครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม โครงการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำเซิน มูลนิธิชีวิตไท รวมถึงมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) เป็นต้น

งานมหกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อสืบสานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังหายไปให้สามารถนำกลับมาฟื้นฟูผลผลิตที่มีอยู่ในท้องถิ่น เป็นการรณรงค์และพัฒนาองค์ความรู้ท้องถิ่นในเรื่องพันธุกรรม อาทิ ภูมิปัญญาในเรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ คัดเลือกผสมเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ ประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน โดยใช้เมล็ดพันธุ์พืชพื้นบ้านและต่อต้านเมล็ดใหม่ของบริษัทที่เก็บเมล็ดพันธุ์ไม่ได้

ทั้งนี้ ทีมงานจากมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกในฐานะองค์กรรวมจัด ได้เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และพบว่ากิจกรรมนี้สร้างกระแสความตื่นตัวของเกษตรกรเกี่ยวกับการอนุรักษ์และพัฒนาพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านโดยเฉพาะข้าวไร่ในพื้นที่สูงได้เป็นอย่างดี จึงได้เก็บภาพกิจกรรมในวันนั้นมาให้ชมกัน...



พี่น้องเกษตรกรจากหลากหลายพื้นที่ต่างทยอยกันเข้ามาในงาน ในภาพเป็นการลงทะเบียนของกลุ่มปลูกพืชไร่จากจังหวัดมหาสารคาม


กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมจัดแสดงความหลากหลายทางพันธุกรรม กำลังช่วยกันเตรียมจัดแสดงพันธุ์ข้าวและพันธุ์ผักที่นำมา


เมื่อได้เวลาอันสมควรก็เป็นพิธีเปิดงาน โดยได้รับเกียรติจากท่านปลัดอาวุโสน้ำหนาวมาเป็นประธานในพิธีเปิด


เสร็จจากพิธีเปิดก็เข้าสู่เวทีวิชาการในหัวข้อเกี่ยวกับสถานการณ์ทางนโยบายและเทคนิคในการพัฒนาข้าวไร่


โดยได้รับเกียรติจาก คุณบุญรัตน์ จงดี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี (ซ้าย) และ คุณสุวัฒน์ เจียระคงมั่น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ (ขวา) มาเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการคัดและปรับปรุงพันธุ์ข้าวไร่


และได้ คุณอุบล อยู่หว้า จากเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก (ขวา) มาให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายด้านพันธุกรรมพื้นบ้าน โดยมี คุณสุเมธ ปานจำลอง (ซ้าย) จากมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) เป็นผู้ดำเนินรายการ


หลังจากจบเวทีวิชาการก็ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานเดินชมซุ้มพันธุกรรมข้าวและผักพื้นบ้านที่กลุ่มต่างๆ นำมาจัดแสดง ในภาพเป็นการจัดแสดงของกลุ่มเกษตรกรป่าดงลาน

การได้เดินชมซุ้มต่างๆ ทำให้พบภูมิปัญญาที่น่าทึ่งหลายประการ ตัวอย่างเช่น ในภาพเป็นชะลอมเก็บเมล็ดพันธุ์ของบ้านดงลาน และได้รับคำอธิบายว่าวิธีนี้สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ


ซุ้มจัดแสดงของเกษตรกรจากอำเภอคอนสาร ซึ่งมีพันธุ์ผักพื้นบ้านแสดงกว่า 100 ชนิด


ซุ้มจัดแสดงของเกษตรกรจากบ้านซำม่วง อำเภอน้ำหนาว มีพันธุ์ข้าวจัดแสดงเกือบ 10 สายพันธุ์


ซุ้มจัดแสดงของเกษตรกรจากบ้านพองหนีบ ก็มีพันธุ์ข้าวจัดแสดงกว่า 10 สายพันธุ์ พันธุ์ผักกว่า 50 สายพันธุ์


เช่นเดียวกับเจ้าของพื้นที่บ้านฟองใต้ก็ได้นำพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน14 สายพันธุ์และพันธุ์ผักพื้นบ้านกว่า 20 สายพันธุ์มาจัดแสดง


จากนั้นช่วงเย็นๆ เป็นการจำลองพิธีกรรมสู่ขวัญข้าวที่หาได้ยากแล้วในพื้นที่เทือกเขาเพชรบูรณ์มารื้อฟื้นให้เห็นกัน



ก่อนที่จะเป็นการอธิบายถึงพันธุ์ข้าวพื้นบ้านแต่ละสายพันธุ์ที่รวบรวมได้ในปัจจุบัน ซึ่งพี่น้องเกษตรกรต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างสนุกสนาน



และได้ให้ทุกคนลองชิมข้าวกันดูว่าพันธุ์ข้าวใดที่โดนใจ ซึ่งในกลุ่มคณะชิมข้าวต่างนิยมชมชอบข้าวแผ่แดงเป็นพิเศษ


เช้ารุ่งขึ้น (วันที่ 18 ม.ค. 50) ก็ได้แบ่งกลุ่มผู้ที่สนใจไปเยี่ยมแปลงเกษตรกรในพื้นที่ ในรูปเป็นการเยี่ยมแปลงของพ่อสมศรี วิลาด


หลังจากกลับจากเยี่ยมแปลงและทานอาหารเช้าแล้ว ก็เป็นช่วงที่สำคัญ คือ การให้เกษตรกรแต่ละพื้นที่มานำเสนอภูมิปัญญาเกี่ยวกับข้าวไร่ในพื้นที่ และเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน


ในช่วงสุดท้ายจึงเป็นการมอบรางวัลความหลากหลายของพันธุ์ข้าวและพันธุ์ผักให้กับกลุ่มเกษตรกรที่นำมาจัดแสดง จากนั้นก็เป็นพิธีปิด..และได้แยกย้ายกันเดินทางกลับด้วยความสุขความประทับใจ

กิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 2 วัน หนึ่งคืน แต่กลับได้รับการตอบรับจากเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงเกษตรกรจากต่างพื้นที่เป็นอย่างดี เกษตรกรในพื้นที่ต่างรู้สึกเห็นความสำคัญของพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านมากขึ้น และเสนอให้มีการจัดกิจกรรมเช่นนี้ต่อเนื่องกันไปทุกๆ ปี ในขณะที่เกษตรกรจากต่างพื้นที่ก็มีความสนใจพันธุ์ข้าวหลายสายพันธุ์ที่นำมาจัดแสดง และได้มีการแลกเปลี่ยนพันธุ์ข้าวไปทดลองปลูกกันด้วยความยินดี

อย่างไรก็ตาม งานครั้งนี้คงจะสำเร็จด้วยดีไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถึงแม้ว่างานนี้จะเป็นเพียงกิจกรรมเล็กๆ ของกลุ่มเกษตรกร แต่ก็เป็นพลังที่สำคัญและเชื่อได้ว่าจะมีการขยายผลไปอีกมากมายในอนาคต และแน่นอน..เราจะรีบประชาสัมพันธ์ให้ทราบหากมีการจัดกิจกรรมเช่นนี้อีก...เจอกันอีกครั้งในโอกาสต่อไปนะครับ

หมายเหตุ
ความเป็นมาของงานมหกรรมข้าวพื้นบ้านเพื่อการสืบสานวัฒนธรรมชุมชน (คลิก)