กลับไป sathai โฮมเพจ


ข้าวพื้นบ้าน : พันธุกรรมแห่งการเริ่มต้น


<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง

พัชราวรรณ มาทีฆะ :รายงาน



เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมประจำเดือนของกลุ่มอาสาสมัครอนุรักษ์พัฒนาและปรับปรุงพันธุกรรมพื้นบ้าน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกยโสธร ที่บ้านกำแมด ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ซึ่งมีสมาชิก 14 คน ที่ได้ร่วมกันทำแปลงข้าวพันธุ์พื้นบ้านจำนวน 15 สายพันธุ์ในแปลงนารวม เช่น ข้าวโสมมาลี ข้าวดอกมะลิ ข้าวสันป่าตอง ข้าวมะลิหอม ข้าวเล้าแตก ข้าวเหนียวมะลิ ข้าวมะลิดำ ข้าวหอมเสงี่ยม ข้าวก่ำต้นเขียว ฯลฯ ซึ่งในวันนั้นก่อนที่พี่น้องจะประชุมกันในตอนบ่าย ตอนเช้าพวกเราได้ไปช่วยถอนหญ้า (หลกหญ้า) ในแปลงนารวมก่อนที่จะกินข้าวเที่ยงร่วมกัน


วัตถุประสงค์ของกลุ่มอาสา ฯ คือต้องการรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน และการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่ดี ที่จะใช้เป็นข้าวเมล็ดพันธุ์ กิจกรรมการปลูกในแปลงนารวมนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2549 ของเหล่าพ่อบ้านที่เห็นความสำคัญของพันธุกรรมพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ โดยกำหนดการเริ่มต้นกิจกรรมของกลุ่มที่การอนุรักษ์พันธุ์ข้าวก่อน เพราะข้าวเป็นอาหารหลักของคน และข้าวเมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งจำเป็นของชาวนาในการผลิตข้าวที่มีคุณภาพ


เมื่อเริ่มต้น เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รวบรวมมายังมีปริมาณน้อย ดังนั้นขนาดแปลงนารวมจึงมีขนาดเล็กกว่าปีนี้มาก และเมื่อพันธุ์ข้าวมีจำนวนมากขึ้นก็ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1 ไร่ บนที่ดินของพ่อวรรณา ทองน้อย ชาวบ้านบ้านกำแมดที่ได้เสียสละพื้นที่นาบางส่วนให้เป็นแปลงนาของส่วนรวม โดยยังคง 15 สายพันธุ์ไว้ แต่มีแปลงย่อยถึง 21 แปลง วิธีการปลูกก็จะใช้วิธีการปลูกข้าวแบบปราณีต (ข้าวต้นเดียว หรือ ข้าว SRI; System of Rice Intensification) นอกจากนี้ยังเพิ่มเทคนิคการปลูกข้าวโดยใช้เมล็ดข้าวกล้อง (แกะเปลือกข้าวที่ได้คัดพันธุ์ไว้แล้ว) ไปปลูกปักดำ พี่น้องเกษตรกรยังบอกอีกว่า ไม่ได้ใช้การปลูกข้าวต้นเดียวที่มีกล้าอายุ 8-12 วันอย่างที่แนะนำไว้ เพราะนาข้าวในพื้นที่กำแมดไม่สามารถควบคุมระดับน้ำได้ จึงใช้กล้าที่อายุประมาณ 1 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่ากล้าแข็งแรงและจะเจริญเติบโตได้ดี


การให้ความสำคัญกับการคัดเมล็ดพันธุ์ จะทำให้เกิดพันธุ์ข้าวบริสุทธิ์ ทำให้ข้าวมีคุณภาพ นอกจากจะทำให้เรามีข้าวดี ๆ กิน ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถนำข้าวเมล็ดพันธุ์ไปจำหน่ายได้ด้วย วิธีการคัดพันธุ์ของกลุ่มอาสา ฯ นี้ คือคัดพันธุ์ข้าวเมล็ดที่งามที่สุดหนึ่งเมล็ด จากรวง ๆ เดียว และต้องเป็นรวงแรกของกอข้าวนั้น เมื่อแกะเปลือกข้าวออก เมล็ดข้าวนั้นจะต้องมีลักษณะใส อวบ เมล็ดสมบูรณ์ นำไปเพาะกล้าให้มีอายุ 1 เดือน แล้วนำไปปลูกเป็นแถว หนึ่งต้นต่อหนึ่งกอ ปีนี้ได้ปลูกข้าวเมล็ดพันธุ์นารวมผ่านมาครบสองเดือนพอดีในวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา พบว่าข้าวหนึ่งต้นที่ปักดำแตกกอออกมาได้ 5-13 ต้นต่อหนึ่งกอ ซึ่งช่วยยืนยันถึงวิธีการปลูกข้าวนาดำ ว่าไม่จำเป็นต้องใช้หลายเมล็ด อีกทั้งการที่มาจากข้าวต้นเดียวจะทำให้พันธุ์ข้าวมีความบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น


ความตั้งใจของกลุ่มอาสา ฯ คือการคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อให้เกิดเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์และอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นบ้าน เพื่อให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรม เมื่อมีมากในระดับหนึ่งก็จะแบ่งปันให้แก่ผู้สนใจ การทำนารวมนี้ไม่ได้เพียงแค่การช่วยกันอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน แต่หมายถึงเวทีการทำงาน การเรียนรู้ เวทีการพบปะพูดคุย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของเกษตรกร การแลกเปลี่ยนเทคนิคการเพาะปลูก การแลกเปลี่ยนพันธุกรรมที่ใครมีพรรณไม้แปลก ๆ หรือมีมากแล้วก็นำมาแบ่งให้เพื่อนสมาชิกนำไปปลูกด้วย และเป็นเวทีสำหรับการวางแผนแนวทางการทำงานร่วมกัน อีกทั้งเป็นการพบปะหารือของเหล่าพ่อบ้านแม่บ้าน ทำให้การประชุมมีบรรยากาศความเป็นกันเอง สนุกสนานมากขึ้น

นอกจากนี้ทางกลุ่มยังสนใจในประเด็นเรื่องสิทธิในการดูแลพันธุกรรมพื้นบ้านของชุมชน เรื่องความมั่นคงทางอาหารของครอบครัวและชุมชน และสนใจเรื่องการขยายฐานตลาดพันธุกรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวมะลิดำและข้าวมะลิแดงที่กำลังได้รับความนิยม


เนื่องจากได้ทำการเพาะกล้าปลูกข้าวนารวม เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมาและตกลงช่วยกันดำนากันเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ในปีนี้จึงได้กำหนดวันที่จะมาดูแลแปลงนาร่วมกันทุก ๆ เดือน และถือว่าเป็นวันประชุมการทำงานไปด้วยเป็นวันที่ 7 ของเดือน เพื่อให้สมาชิกจำได้ง่าย และสามารถวางแผนการทำงานในครัวเรือนให้เหมาะสม พอที่จะมีเวลามาทำงานของกลุ่มได้เช่นกัน


นอกจากนี้ในแต่ละบ้านของสมาชิกกลุ่มอาสา ฯ นี้ ยังได้ทำการรวบรวมพันธุ์ข้าว พันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์พื้นบ้านไว้เองอีกด้วย เช่น กรณีพ่อทองหล่อ ขวัญทอง ได้อนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นบ้านมากกว่า 14 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวเหนียวแดง ข้าวเขี้ยวงู ข้าวดอโพน ข้าวแพรแดง ข้าวพันสาด สันป่าตอง เล้าแตก มะลิแดง มะลิดำ แสนสบาย ขาวใหญ่ หอมภูพาน ข้าวก่ำ ข้าวบัสมาติก(ข้าวจากประเทศปากีสถาน) ฯลฯ และมีความพยายามในการปรับปรุงทดลองผสมพันธุ์ข้าวเล้าแตกกับข้าวสันป่าตอง เนื่องจากข้าวพันธุ์เล้าแตกให้ผลผลิตสูง ขณะที่ข้าวพันธุ์สันป่าตองจะให้ความหอมนุ่ม หากผสมได้สำเร็จก็ควรจะได้ข้าวที่นุ่มและให้ผลผลิตสูง เป็นต้น ซึ่งสมาชิกแต่ละคนก็จะมีความสนใจ ความถนัดและความ สามารถที่แตกต่างกัน ความหลากหลายนี้ทำให้การทำงานของกลุ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็น และช่วยกันพัฒนาแนวทางการทำงานอย่างเต็มที่

เล้าแตก
สันป่าตอง
เหนียวมะลิ

นี้คือเรื่องราวของคนเล็ก ๆ แต่ค่อย ๆ ช่วยกันทำเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ แม้จะเป็นเพียงการเริ่มต้น แต่เป็นการริเริ่มที่คิดค้นและเกิดขึ้นโดยพี่น้องชาวนาด้วยกัน ผู้ที่จะต้องรักษาศักดิ์ศรีของชาวนา และรักษาฐานทรัพยากรแห่งความเป็นไทยไว้พร้อม ๆ กัน