<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
รายงานโดย : พัชราวรรณ มาทีฆะ
ความหนาวเย็นเข้ามาโฉบเมืองไทยในเดือนพฤศจิกายน
2550 สัปดาห์กว่า ๆ แล้วจากไปทำให้ชาวนาคาดว่าปีนี้ ความแห้งแล้งจะมาเยือนเร็วขึ้น
ทว่าความหนาวเย็นก็หวนกลับมาทำให้ปีใหม่ 2551 ของชาวไทยได้มีบรรยากาศสีสันสดชื่นขึ้นมา
ซึ่งตรงข้ามกับสภาพบรรยากาศในท้องนา ที่รวงข้าวถูกเก็บเกี่ยว ผ่านการนวดสีไปเก็บไว้ในยุ้งฉาง
ทำให้ผืนนาเหลือเพียงตอซังสีเหลือง และเมื่อเก็บฟางข้าว(จากการนวดข้าว)ไปกองเป็นลอมฟางสำหรับเลี้ยงวัวควาย
ส่วนตอซังถูกถอนไปทำเป็นปุ๋ย เพาะเห็ด คลุมหน้าดิน ฯลฯ ทุ่งนาที่กว้างใหญ่ก็ดูเงียบเหงาอ้างว้างไร้ชีวิต
คงต้องรอจนกว่าฝนที่เย็นฉ่ำจะคืบคลานมาในฤดูกาลถัดไป
กลุ่มอาสาสมัครอนุรักษ์พันธุกรรมพื้นบ้านฯ จังหวัดยโสธร
ได้มาประชุมประจำเดือนและลงแปลงนารวมช่วยกันบันทึกคุณลักษณะของพันธุ์ข้าวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ผ่านจากนั้นไปราว 3 อาทิตย์ ข้าวบางพันธุ์ก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้ และถูกทยอยเก็บเกี่ยวแต่ละพันธุ์ไปเรื่อย
ๆ เนื่องจากข้าวแต่ละพันธุ์ออกรวงไม่พร้อมกัน โดยมีข้าวพันธุ์ขาวใหญ่ถูกเก็บเกี่ยวเป็นพันธุ์สุดท้ายจาก
15 สายพันธุ์
ผลของการที่ข้าวทยอยออกรวง ทำให้การประชุมประจำเดือนธันวาคมถูกงด
แต่พี่น้องมาชุมนุมกันในวันเกี่ยวข้าวแทน แม้จะมากันไม่ครบทุกคนในแต่ละวันแต่บรรยากาศของแต่ละวันก็เต็มไปด้วยความครึกครื้น
สนุกสนาน แม้จะมีอากาศร้อน เม็ดเหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าและร่างกาย แต่พี่น้องชาวนาเข้มแข็งอดทนนัก
ไม่มีใครปริปากบ่น ตั้งหน้าตั้งตา ตั้งใจทำแปลงนารวมเพื่อการพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นบ้านด้วยความมุ่งมั่น
ดังนั้นการทำแปลงนารวมที่ได้ช่วยกันลงกล้า ปักดำ ดูแล เก็บเกี่ยว จึงหวนคืนบรรยากาศการลงแขกในอดีตได้อย่างดี
ขณะเดียวกันข้อดีหนึ่งของการที่ข้าวทยอยกันออกรวงทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการเก็บเกี่ยว-นวดข้าว
ทำให้เกี่ยวพันธุ์นั้นหมดก็เกี่ยวพันธุ์ใหม่ ช่วยผ่อนคลายปัญหาด้านแรงงานได้อย่างดี
เป็นที่รู้กันในหมู่อาสาสมัครว่า ภาระการบันทึกลักษณะพันธุ์ข้าวยังมีต่อเนื่อง
การประชุมประจำเดือนมกราคม 2551 จึงมีพี่น้องมาพร้อมหน้าพร้อมตาในวันนัดหมายเช่นเดิม
ภารกิจก็คือการบันทึกคุณลักษณะของข้าวเปลือก และข้าวที่แกะเปลือกออก ซึ่งเป็นงานปราณีตที่ต้องค่อย
ๆ แกะข้าวเปลือกออกจากเมล็ด แล้วช่วยกันสังเกตผ่านแว่นขยาย ตรวจสอบ จดบันทึก
โดยสังเกตสี-ขน วัดความยาวความกว้างของเมล็ดข้าวทั้งข้าวเปลือกและข้าวกล้อง
ดมกลิ่น ฯลฯ ซึ่งพี่น้องหลายคนกล่าวว่า เป็นชาวนามาตั้งแต่เกิด ยังไม่เคยทำอย่างนี้เลย
แต่ก็ช่วยให้เข้าใจการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แบบง่าย ๆ ได้
เช่นเดิมการมาประชุมไม่ใช่เพียงการมาทำวิจัยพันธุ์ข้าวในแปลงนารวม
คราวนี้พี่น้องได้พูดคุยสรุปกันถึงเรื่องพันธุ์ข้าวใดออกก่อนออกหลัง พันธุ์ใดพบปัญหาศัตรูพืช
พันธุ์ใดให้ผลผลิตมาก ข้อดีข้อเด่นข้อเสียของแต่ละพันธุ์ และได้ช่วยกันเสนอแนวทางแก้ไข
บ้างก็ขุดคุ้ยภูมิปัญญาเดิมมาแนะนำซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังได้วางแผนงานเพิ่มเติมที่จะนำเสนอข้าวพื้นบ้านให้เพื่อนชาวนาในชุมชนได้รู้จัก
ทั้งในเรื่องของกลุ่มอาสาสมัครอนุรักษ์พันธุกรรมพื้นบ้านฯ การแสดงผลงานที่ทำกันมาตลอดทั้งปี
และการเผยแพร่เมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นบ้านให้ชุมชนได้กลับมารู้จักกันอีก
แว่ว ๆ มาในวันที่เขียนรายงานข่าวนี้ว่า
กลุ่มอาสาสมัครฯ จะไปร่วมงานบุญกุ้มข้าวของโรงเรียนกำแมด และงานประจำปีของโรงสีชมรมรักษ์ธรรมชาติ
อำเภอกุดชุมเร็ว ๆ นี้ ก็ได้โปรดติดตามชมภาพงานรื่นเริงของชาวนาที่มีความตั้งใจที่จะรื้อฟื้นพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน
ที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการผลิตข้าวอินทรีย์หรือข้าวหลากสี เพื่อสุขภาวะที่ปลอดภัย
หรือเพื่อตอบสนองด้านเศรษฐกิจและการตลาด แต่ความตั้งใจไปไกลถึงพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับผืนดินในท้องนา
พันธุ์ข้าวที่กินอยู่ตามวัฒนธรรม และพันธุ์ข้าวที่เป็นสิทธิของตนและชุมชนเอง
|
ตรวจสอบร่วมกัน |
|
บรรยากาศการประชุม |
|
เปรียบเทียบข้าวที่แกะเปลือก |
|
วัดความกว้างข้าวเปลือก |
|
สังเกตคุณลักษณะ |
|