กลับไป sathai โฮมเพจ


พี่ทิ่ม..น้องเขี่ย..เรื่องราวข้าวเม่าภาคใต้

งานสืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านรอบลุ่มทะเลสาบสงขลา : กรณีประเพณีการทำข้าวเม่า (ทิ่มข้าวเม่า)


<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง

เก็บภาพมาเล่าโดย นาถพงศ์ พัฒนพันธ์ชัย



        วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 ระหว่างเวลา 14.00 น. ถึง 20.00 น. วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชนร่วมกับเครือข่ายชุมชนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดชุมชนทะเลน้อย เครือข่ายเกษตรทางเลือกเมืองลุง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) มูลนิธิชีวิตไท และชาวบ้านตำบลทะเลน้อย ได้จัด กิจกรรมสืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านรอบลุ่มทะเลสาบสงขลา เกี่ยวกับประเพณีการทำข้าวเม่า (ทิ่มข้าวเม่า) ของชาวบ้านหมู่ที่ 9 ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้สืบทอดตลอดไป สร้างกระบวนการเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านรอบลุ่มทะเลสาบสงขลาเกี่ยวกับประเพณีการทำข้าวเม่า ให้กับนักเรียน นักวิชาการ และประชาชนในท้องถิ่นเพื่อร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์ สืบสานประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน

       ในกิจกรรมนี้มีทั้งชาวบ้าน ผู้นำชุมชน เยาวชน นักศึกษา นักวิชาการ และแม่บ้านในท้องถิ่น เข้าร่วมงานกว่า 100 คน ซึ่งบรรยากาศภายในงานก็เป็นไปอย่างสนุกสนานและเต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ผมซึ่งมีโอกาสไปร่วมงานครั้งนี้ก็ได้เก็บภาพมาเล่าสู่กันฟังครับ

 

เริ่มต้นจากพิธีเปิดกิจกรรมและเสวนา โดยได้รับเกียรติจากผู้อำนวยการวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน กำนันตำบลทะเลน้อย และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดพัทลุง มาเป็นประธานในพิธีเปิด

 

จากนั้นก็เป็นช่วงของการเรียนรู้และลงมือทำกิจกรรมหลากหลายที่จัดเตรียมไว้ในงาน อันดับแรกที่ผมได้ลองทำก็คือสิ่งนี้ครับ การลองทำปี่ซังและเป่าปี่แข่งกันน้องๆ ที่มาร่วมงาน จนกระทั่งเสียงปี่ซังระงมไปทั่วงาน อ้าว..ปี่..ปี๊...ปี่......

 

อันดับถัดมาพลาดไม่ได้กับการสาธิตทำขนมจาก งานนี้ทั้งสนุกทั้งอร่อยและอิ่มท้องไปพร้อมกัน ใครที่ลองมาได้กินรับรองว่าจะติดใจ ผมเองก็จัดการไปเสียหลายอันจนน้องข้างๆ เริ่มเหลียวมองจึงต้องรีบถอนตัวออกมาก่อน

 

แล้วก็มาถึงช่วงของการเสวนาและเล่าเรื่องประเพณีทำข้าวเม่าเมืองลุง ซึ่งได้รับเกียรติจาก ตาพันธ์ คงวงศ์ มาเป็นผู้นำปาฐกถา พร้อมกับร่วมเสวนาโดย น้าประพัฒน์ จันทร์อักษร น้าสวัสดิ์ แก้วเศษ และน้าเพียร หนูลาย ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ โดยมีอาจารย์อำมร สุขวิน เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

ฟังเรื่องเล่าแล้วก็มาลองดูของจริงกันบ้าง ในภาพเป็นการคั่วข้าวเพื่อให้มีกลิ่นหอมน่ากิน โดยวิธีการเริ่มจากนำข้าวเหนียวดำที่เก็บเกี่ยวในช่วงที่ปลายรวงเริ่มสุก คอรวงยังไม่แข็งแรง มานวดและฝัดเพื่อแยกเอาฟางและเมล็ดที่ลีบออก ก่อไฟตั้งกระทะเอาเมล็ดข้าวเหนียวใส่ในกระทะ ใช้ไฟปานกลางใช้เวลาคั่วสักระยะ จนเมล็ดข้าวเหนียวเริ่มแตกเป็นตอก ก็ยกไปใส่ครกเพื่อทำการทิ่ม (ตำ) ต่อไป

 

และก็มาถึงช่วงที่สนุกสนานและเหนื่อยที่สุดของงาน คือการทิ่ม (ตำ) ข้าวเม่า งานนี้ผมเองก็นึกว่าทำได้ง่ายๆ เพราะเห็นคนเฒ่าคนแก่ช่วยกันทิ่มอย่างสนุกสนาน แต่พอได้ลงมือทำจริงๆ จึงได้รู้ว่างานนี้ไม่หมูอย่างที่คิด กว่าจะเสร็จสักครกทำเอาแขนระบมไปหมด ได้ฟังลุงๆ น้าๆ เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนช่วยนี้เป็นเวลาที่หนุ่มสาวจะได้ใกล้ชิดกัน พี่ทิ่ม..น้องเขี่ย.. แหมโรแมนติกไม่น้อย

 

และนี้คือโฉมหน้าของข้าวเม่าที่พร้อมจะรับประทานหรือเอาไปคลุกเคล้ากับมะพร้าวขูดก็อร่อยไม่หยอก

 

นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมที่เรียกเสียงหัวเราะอีกอย่าง นั่นก็คือการแข่งขันขูดมะพร้าวซาวเม่า งานนี้ต่างคนต่างส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน

 

พอถึงช่วงเย็นแดดร่มลมตก ก็ถึงเวลาที่ชวนผู้เฒ่าผู้แก่มาเล่าเรื่อง ร้องเพลงเรือ ว่าเพลงบอก ร้องเพลงกล่อมเด็ก และเล่าตำนานต่างๆ ให้เด็กๆ ได้ฟังกัน

 

และเพื่อให้เยาวชนของเครือข่ายเกษตรทางเลือกเมืองลุงได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้และได้ฝึกปฏิบัติการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของท้องถิ่นผ่านสื่อชนิดต่างๆ เราจึงได้ชวนน้องๆ มาทดลองเป็นผู้ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์กัน ในภาพคือการเตรียมตัวน้องๆ ให้ฝึกเขียนสคริปต์วีดีโอ

 

จากนั้นก็ลงมือปฏิบัติกันเลย น้องๆ ที่เป็นช่างกล้องก็ควงแขนน้องที่รับเป็นพิธีกรไปยังจุดต่างๆ ที่เขียนสคริปต์ไว้

 

ส่วนน้องอีกกลุ่มหนึ่งเราก็ชวนกันมาเป็นผู้สื่อข่าวและเขียนบทความจากงานนี้

 

น้องๆ ก็ตั้งใจฝึกเขียนบทความกันอย่างเต็มที่ ผมเห็นแล้วก็อดยิ้มกับภาพเหล่านี้ไม่ได้

 

กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เยาวชนสนุกสนานกับการร่วมงานได้เป็นอย่างดี ถึงตอนนี้ใครใคร่เขียนก็เขียนไป ส่วนคนที่จะถ่ายก็ถ่ายกันตามสะดวก และผู้ใหญ่ก็รู้สึกสนุกไปด้วยที่ที่เด็กๆ มาชวนคุย ชวนถ่ายวีดีโอ

 

และนี้คือตัวอย่างของบทความที่เยาวชนได้เขียนขึ้นมาในวันนั้น โดย ด.ญ.ศิริรัตน์ หมาดนุ้ย หรือน้องฟ้า นักเรียน ชั้น ป.5

 

กิจกรรมสืบสานภูมิปัญญาเกี่ยวกับประเพณีการทำข้าวเม่า (ทิ่มข้าวเม่า) ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมที่ดีงามของชุมชน และทำให้เยาวชนได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ภูมิปัญญาอันล้ำค่าเหล่านี้แล้ว สิ่งหนึ่งอันเป็นแง่มุมดีงามคือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างคนรุ่นเก่ากับเยาวชนรุ่นใหม่ ให้ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน สนุกด้วยกัน และเรียนรู้ร่วมกันไป จนบางครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่าวิธีการแบบนี้เองน่าเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยส่งผ่านภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นได้เป็นอย่างดี   หรือท่านทั้งหลายคิดว่ายังไงครับ...


ขอขอบคุณ...ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ที่ให้การตอนรับและเป็นเจ้าภาพที่แสนอบอุ่น...หวังว่าวันหน้าเราคงมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมกันอีกนะครับ