กลับไป sathai โฮมเพจ

ประมวลภาพแห่งความประทับใจในงาน
“ รับข้าวคืนนา พาแม่โพสพกลับบ้าน”
28 พฤษภาคม 2551

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง

ถ่ายภาพโดย : สุมาลี พะสิม







คำกล่าวรายงานในพิธีเปิดงาน “ ข้าวคืนนา”
โดย คุณภาคภูมิ อินทร์แป้น ผู้แทนเกษตรกร

เรียน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (คุณประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์) อธิบดีกรมการข้าว และผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน

ในนามของคณะผู้จัดงานขอขอบพระคุณท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ที่กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีการเปิดงานข้าวคืนนา ซึ่งเป็นงานที่เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ( ประเทศไทย) เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายเกษตรกรในจังหวัดต่างๆ เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันวิชาการและกรมการข้าว

ในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรในเครือข่ายต่างๆ ได้ริเริ่มการทำงานเพื่ออนุรักษ์และปรับปรุงพันธุ์ข้าวโดยเฉพาะพันธุกรรมข้าวพื้นบ้าน โดยความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนและนักวิชาการจากภาครัฐ ซึ่งได้ก่อให้เกิดการสร้างความรู้และกระบวนการเรียนรู้ในกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในการคัดพันธุ์ข้าวให้บริสุทธิ์ การศึกษาทดลองเพื่อค้นหาและพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นบ้านที่สอดคล้องและเหมาะสมกับระบบนิเวศของชุมชน กระบวนการดังกล่าวได้ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในไร่นาของเกษตรกร ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพในการผลิตข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้สร้างการพึ่งตนเองของเกษตรกรในเรื่องพันธุกรรมข้าวพื้นเมือง อีกทั้งยังได้ยกระดับสู่การสร้างสำนึก และทำให้เห็นคุณค่าของพันธุกรรมพื้นเมืองที่เชื่อมโยงสู่สังคมและวัฒนธรรมของชุมชน รวมทั้งความสำคัญในฐานะที่เป็นฐานอาหารของสังคมไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ปัจจุบัน สถานการณ์ภาคการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งจากปัญหาสภาพภูมิอากาศแปรปรวน น้ำท่วม ฝนแล้งและพายุซึ่งส่งผลต่อภาคการผลิตโดยตรง นอกจากนั้นนโยบายพัฒนาการเกษตรของประเทศที่เน้นการค้าเสรี สร้างแรงจูงใจให้เกิดการเกษตรแบบมีพันธะสัญญาหรือการเข้ามาของบรรษัทข้ามชาติ ดังเห็นได้ว่าในบางพื้นที่เกิดความขัดแย้งในการใช้ที่ดินเพื่อปลูกพืชพลังงานและพืชอาหาร ล้วนส่งผลต่อภาคเกษตรไม่ว่าความมั่นคงทางอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ

ดังนั้นงานอนุรักษ์ และพัฒนาด้านพันธุกรรมข้าวโดยเฉพาะพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านจึงต้องเพิ่มมากขึ้นในไร่นาของเกษตรกร การนำพันธุ์ข้าวพื้นเมืองจากธนาคารพันธุกรรมออกมาอนุรักษ์ พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ในชุมชนท้องถิ่นหรือจังหวัดนั้นๆจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งนี้เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพให้เพิ่มมากขึ้นในระดับไร่นาและเป็นฐานทรัพยากรอาหารที่สำคัญของชุมชน งานข้าวคืนนาที่จัดขึ้นจึงมีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้

1) เพื่อสนับสนุนให้ชาวนาและชุมชนท้องถิ่น มีการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองไว้ในภูมินิเวศต่าง ๆ เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และเกิดความภูมิใจในสมบัติทางพันธุกรรม
2) เพื่อให้เกิดการพัฒนา และใช้ประโยชน์จากพันธุ์ข้าวพื้นเมืองสอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละท้องถิ่น
3) เป็นการป้องกันการสูญพันธุ์ของข้าวที่จะเกิดในอนาคต โดยสาเหตุด้านการตลาด และสาเหตุต่างๆ ที่เกิดจากการพัฒนาที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า
4 ) เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยทำให้พันธุกรรมข้าวที่มีสามารถปรับตัวกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศได้ตามสภาพจริง
5 ) เพื่อให้เกษตรกรมีส่วนร่วมแบ่งเบาภาระในการอนุรักษ์พันธุ์ข้าว การบริหารความงอกของเมล็ดพันธุ์ ข้าว และเพื่อลดข้อจำกัดของการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวในรูปแบบธนาคารพันธุกรรม

ในงานนี้ มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้นประมาณ 250 คน เป็นเกษตรกรจากภูมินิเวศต่างๆทั้งภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ และข้าราชการจากกรมการข้าว

บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ขอเรียนเชิญท่านกล่าวเปิดงาน เพื่อเป็นเกียรติต่อผู้เข้าร่วมงานต่อไป





คำกล่าว ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
พิธีเปิดงานข้าวคืนนา

ท่านอธิบดีกรมการข้าว พี่น้องเกษตรกร องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ข้าราชการกรมการข้าว และผู้มีเกียรติทุกท่าน

ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานข้าวคืนนา ในวันนี้ งานพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับการพัฒนาการเกษตรของชาวนา เนื่องจากเป็นฐานทรัพยากรสำหรับการผลิตอาหาร และจะช่วยสร้างความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดขึ้นในไร่นา พันธุกรรมข้าวพื้นเมืองของไทยนั้นมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ ลักษณะดีบางอย่างในพันธุ์ข้าวพื้นเมือง เช่น ความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช คุณภาพเมล็ดหรือความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เป็นต้น ลักษณะเหล่านี้เป็นฐานพันธุกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อชุมชน ที่จะสามารถนำมาพัฒนาหรือปรับปรุงให้มีคุณภาพดี และสอดคล้องกับระบบนิเวศที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งจะสามารถสร้างผลผลิตทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพได้เป็นอย่างดี ทั้งความสำคัญนี้ ไม่เพียงก่อเกิดประโยชน์แต่เฉพาะการผลิตของชาวนา แต่ยังเป็นฐานอาหารที่หลากหลายให้กับประชาชนไทย เนื่องจากข้าวเป็นทั้งอาหารหลัก และใช้ในการแปรรูปได้หลากหลาย ทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการ และมีคุณค่าทางยาที่ให้คุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้บริโภค

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของการพัฒนา และวิกฤติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งสถานการณ์วิกฤติอาหาร และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมที่นำไปสู่ปัญหาอันเกิดจากภาวะโลกร้อน ล้วนส่งผลต่อความหลากหลายของพันธุกรรมข้าว และทำให้พันธุกรรมข้าวพื้นเมืองมีบทบาทที่เด่นชัดมากขึ้น รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่พี่น้องเกษตรกรกลุ่มต่างๆ รวมทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนให้ความสำคัญกับพันธุกรรมข้าวพื้นเมือง และต้องการนำพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองกลับคืนสู่ไร่นา เพื่อทำการอนุรักษ์ คัดเลือก และปรับปรุงพันธุ์ เพื่อหาพันธุ์ ที่สอดคล้องกับระบบนิเวศของชุมชน รวมทั้งเพื่อให้เกิดการพึ่งตนเองด้านเมล็ดพันธุ์ของชุมชน รัฐบาลได้มีนโยบายในการสนับสนุนเรื่องพันธุกรรมข้าวพื้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอนุรักษ์ การวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งกรมการข้าวได้ทำหน้าที่นี้อยู่ ทั้งยังมีนโยบายสนับสนุนที่จะให้เกษตรกรได้มีบทบาทในการอนุรักษ์ และพัฒนาปรับปรุงพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองในไร่นา ควบคู่กับการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมืองในธนาคารเมล็ดพันธุ์ของหน่วยงานภาครัฐ บทบาทของเกษตรกรและองค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งนักวิชาการ จากสถาบันการศึกษาที่ต้องการสนับสนุน หรือหนุนช่วยให้เกิดการพึ่งตนเองของเกษตรกร จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะร่วมกันสร้างหลักประกันความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นแก่ชุมชน และสังคมไทยโดยรวม

บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ผมขอเปิดงานข้าวคืนนา ณ บัดนี้ และขออวยพรให้การสัมมนาและการนำข้าวพันธุ์พื้นเมืองกลับสู่ผืนนา บรรลุผลด้วยความเรียบร้อย สำเร็จประโยชน์ตามความมุ่งหมายทุกประการ ขออวยพรให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมในพิธีนี้ จงประสบแต่ความสุขความเจริญโดยทั่วกัน

ขอขอบคุณ