DESIGNED BY JOOMLATD
พิมพ์

การจัดการวัชพืชโดยไม่ใช้สารเคมสังเคราะห์ - 2

เขียนโดย Super User. Posted in บทความทั่วไป category

   ...วัชพืช เป็นทั้งเครื่องบ่งชี้และที่มาของความอุดมสมบูรณ์ของดิน...

             โดยคุณชิมเป ให้ข้อสังเกตว่า วัชพืชแต่ละชนิดมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว บางชนิดชอบขึ้นในดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ บางชนิดขึ้นในดินที่ดีพอประมาณ ลักษณะเหล่านี้ทำให้เราทราบถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ปลูก สภาพความเป็นกรดด่าง ฯลฯ หญ้าคาเป็นวัชพืชที่ชอบขึ้นในดินเร็วมาก จึงเป็นตัวบ่งชี้ว่าดินขาดความอุดมสมบูรณ์ มีวัชพืชอีกหลายชนิดที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เรา

             ในแง่มุมเดียวกันนี้ คุณเถียน ได้อธิบายว่า หญ้าคาเป็นหญ้าที่ชอบดินแห้งๆ แข็งๆ จึงมักพบได้ง่าย เกษตรกรมักชอบตัดและถอนรากถอนโคนหญ้าคา แต่แท้จริงแล้ว หญ้าคาขึ้นมาบริเวณนั้นเพื่อมาช่วยทำให้ดินร่วนซุยขึ้น ใบหญ้าที่ตกลงมาก็จะช่วยเก็บความชื้นผิวดินให้ แต่ยิ่งเราไปตัดและขนวัชพืชออกมาจากผืนดิน ความชุ่มชื้นก็จะไม่เหลือ ก็เลยยังมีแต่หญ้าคาที่ยังโตได้ เนื่องจากดินมันแห้งและแข็งเกินกว่าพืชชนิดอื่นจะเติบโตได้ 

        วัชพืชต่างๆ จึงช่วยทำหน้าที่แผ่ขยายพื้นที่ให้ดินหายใจได้ หรือมีช่องว่างให้เกิดอากาศและน้ำแทรกลงไปได้ จึงสามารถใช้วัชพืชอย่างพืชตระกูลหญ้าและพืชชนิดอื่นๆ ไถกลบหรือปลูกร่วมกับพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดได้ในการปรับปรุงบารุงดิน ดังประสบการณ์ของคุณเถียน

 

 

Huang Tien Khuan

เกษตรกรผู้ปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรมจากเกษตรอินทรีย์สู่เกษตรชีวพลวัต

ผู้ฝึกสอนเกษตรชีวพลวัตจากประเทศมาเลเซียและในภูมิภาคเอเชีย

...เปลี่ยนหญ้าในแปลงให้กลายเป็นปุ๋ย ไม่ต้องขนปุ๋ยเข้าแปลง...

...ตอนที่ผมทำเกษตรอินทรีย์ช่วงแรกๆ ผมก็มักเอาปุ๋ยคอก ขี้วัวมาใช้ในแปลง แต่เมื่อเราสังเกตดีๆ วัวก็กินหญ้าในแปลง แล้วเราจะทำอย่างไรให้หญ้าในแปลงสามารถย่อยสลายกลายเป็นสภาพเดียวกับขี้วัวที่ผ่านระบบย่อยอาหารของวัวไปแล้ว แทนที่เราจะต้องขนหญ้าขนฟางเข้าๆ ออกๆ...

            ดังนั้น การพยายามกำจัดวัชพืชโดยการเผาหรือนำเอาออกไปทิ้งนอกไร่นานั้นเป็นความผิดพลาดอย่างยิ่ง เพราะวัชพืชดูดเอาธาตุอาหารจากดินเพื่อไปผลิตสารอาหาร อย่างคาร์โบไฮเดรตจานวนมาก โดยผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง ธาตุอาหารและคาร์โบไฮเดรตในวัชพืชนั้น สามารถนามาทำปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยพืชสดเพื่อหมุนเวียนกลับลงไปในดินเพื่อให้ดินมีอินทรียวัตถุและฮิวมัสมากขึ้นและทำให้ดินดีขึ้น

            ดังนั้น เมื่อพิจารณาให้ดีแล้ว หากเกษตรกรมีความเข้าใจในการทำการเกษตร เกษตรกรจะเป็นดั่งนักมายากลที่แปรเปลี่ยนเอาผืนดินให้เป็นพืชพรรณที่อุดมไปด้วยอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ดังที่คุณสุ่ย หยุน ได้กล่าวเอาไว้ว่า การสังเกตและเข้าใจดินและสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่มาและกระบวนการสาคัญที่ทาให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรง งอกงาม และมีรสชาติดี จะทำให้เราเข้าใจว่าพืชชนิดใดเหมาะกับพื้นที่ของเรา และถ้าพื้นที่ของเรายังไม่ค่อยเหมาะกับพืชตัวนั้น เราจะเข้าใจว่าเราควรจะเสริมสิ่งใดให้กับพืชตัวนั้น เพราะแท้จริงแล้ว สิ่งที่เราทำได้มากที่สุดคือ รักษาและบารุงให้สภาพแวดล้อมเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพราะพืชหาอาหารเองได้ และเขาต้องการหาอาหารเองมากกว่า เราทาหน้าที่เพียงคืนอาหารให้ดินเมื่อเราทาเกษตรเสร็จในแต่ละฤดูกาล การไถกลบปุ๋ยพืชสดที่มีทั้งพืชตระกูลถั่วและวัชพืชหลายชนิด ไม่ต่ำกว่า 20-30 ชนิด จึงเป็นสิ่งสำคัญในการคืนกลับให้กับผืนดิน เป็นเหมือนดั่งทรัพย์ในผืนดินที่ฝากไว้เป็นฮิวมัสหรืออาหารให้กับพืชในการเพาะปลูกของปีถัดไป 

TOP