กลับไป sathai โฮมเพจ

คำประกาศ
คณะทำงานประชาชนเพื่อฟื้นฟูแผ่นดิน
วันที่ 16 ธันวาคม 2549
ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง

 

อารัมภบท

นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศเมื่อปี 2475 และแม้เมื่อมีการเริ่มต้นพัฒนาประเทศโดยเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกเมื่อปี 2504 เป็นต้นมา แต่จนถึงบัดนี้ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นในชนบทได้รับผลกระทบจากการพัฒนายิ่งกว่าจะได้รับประโยชน์ ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศยังคงยากจน ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานเพื่อการดำรงชีวิต และถูกพันธนาการด้วยปัญหาหนี้สินที่ยากจะบรรเทาเบาบางไปได้

การพัฒนาประเทศได้ทำให้เกิดความแตกต่างเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน ระหว่างชนบทกับในเมือง ระหว่างเกษตรกรรมกับอุตสาหกรรมและบริการ วัฒนธรรมบริโภคนิยมและโลกาภิวัตน์หลั่งไหลเข้ามาคุกคามประเทศโดยปราศจากความรู้เท่าทันที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ผู้ปกครองประเทศและชนชั้นนำละเลยไม่ให้ความสำคัญ และขาดความเคารพต่อวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นจนกลายเป็นความขัดแย้งถึงขั้นวิกฤติ ในขณะที่ความพยายามที่จะ ปฏิรูปการศึกษานอกจากไม่มีความก้าวหน้าใดๆแล้วยังมีแนวโน้มที่จะทำให้การศึกษากลายเป็นสินค้ามากกว่าจะทำให้ประชาชนเกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและรอบด้านอย่างแท้จริง

การพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมายังหาได้สร้างประชาธิปไตยตามความหมายที่แท้จริงไม่ เพราะการกำหนดนโยบายในการบริหารประเทศล้วนแล้วอยู่ในมือชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและการเมือง ในขณะที่ภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นไม่มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศและกำหนดแนวทางการพัฒนาประเทศ ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่จากเกษตรกรและประชาชนในชนบทกลับเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศที่ทำให้เกษตรกรที่ลงคะแนนเลือกตั้งพวกเขาถูกบังคับให้ละทิ้งภาคเกษตรกรรมกลายเป็นผู้ไร้อาชีพและสูญเสียวิถีชีวิตที่ตนเองได้เลือกแล้ว

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ยังไม่อาจให้หลักประกันได้ว่าจะทำให้เกิดการปฏิรูปสังคมและการเมือง ตราบใดที่ประชาชนส่วนใหญ่ เกษตรกรรายย่อย และชุมชนท้องถิ่นในชนบทไม่ลุกขึ้นมามีส่วนร่วมกับการฟื้นฟูแผ่นดินด้วยตัวของเราเอง

เจตนารมณ์
ประชาชนต้องเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยที่เป็นมากกว่าการเลือกตั้ง เราจะต้องสร้างหลักประกันว่าประชาชนส่วนใหญ่ทั้งชายและหญิง เกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ชุมชนท้องถิ่น และกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มในประเทศ ต้องมีสิทธิ์กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ กำหนดแผนพัฒนาของชาติ มีแผนและงบประมาณการบริหารด้านต่างๆภายในชุมชนของตนได้ด้วยตัวเอง สร้างสันติ-สุขภาวะให้เกิดขึ้นภายในประเทศ ทั้งนี้โดยยืนอยู่บนหลักการพัฒนาที่มีคนเป็นศูนย์กลาง หลักเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะทำงานประชาชนเพื่อฟื้นฟูแผ่นดินมิได้ประกาศตัวเพื่อยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล และมิได้สนับสนุนต่อรัฐบาลในทุกกรณี แต่จะร่วมมืออย่างสมานฉันท์กับบุคคล กลุ่ม และสถาบันที่มีเจตนารมณ์เดียวกันเพื่อผลักดันให้ภารกิจในการฟื้นฟูแผ่นดินดำเนินต่อไป ทั้งในระหว่างที่มีรัฐบาลชั่วคราวบริหารประเทศ ระหว่างที่มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือหลังจากการเลือกตั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลถาวรขึ้นมาบริหารประเทศ

คณะทำงานฯจะให้ความสำคัญกับการเสนอแนะประเด็นต่างๆต่อสาธารณชนและต่อรัฐบาลภายใต้พื้นฐานของความรู้และความถูกต้อง จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะ ให้ความสำคัญกับสื่อมวลชนทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น และจัดให้มีการเคลื่อนไหวทางสังคมในกรณีที่จำเป็นและสำคัญ เพื่อผลักดันให้เจตนารมณ์ข้างต้นบรรลุผล

ภารกิจ

ภารกิจหลัก
คือการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปสังคมและการเมืองซึ่งครอบคลุมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การออกกฎหมายฉบับต่างๆ ที่จะถูกผลักดันขึ้นมาในช่วงรัฐบาลชั่วคราวและภายหลังจากนี้ ให้เป็นไปในทิศทางที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสุขภาวะยิ่งกว่าการแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เคารพสิทธิของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเสมอภาค ขจัดความเหลื่อมล้ำแตกต่าง สร้างหลักประกันขั้นพื้นฐานให้กับผู้ด้อยโอกาส การเข้าถึงทรัพยากร การรับรองสิทธิของเกษตรกรและชุมชน รวมทั้งการสร้างกลไกเพื่อปกป้องผลกระทบของโลกาภิวัตน์ที่จะกระทบต่อประชาชน ชุมชน และอธิปไตยของประเทศ

ภารกิจระยะยาว
คือการผลักดันแนวทางการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนบนรากฐานปรัชญาแบบเศรษฐกิจพอเพียง สร้างเครือข่ายการศึกษาของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของประชาชนเพื่อเกษตรกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างครือข่ายการพัฒนาของท้องถิ่นที่เป็นอิสระจากระบบพรรคการเมืองกระแสหลักและแผนพัฒนาประเทศที่ไม่เคารพท้องถิ่น ผลักดันให้เกิดแผนการพัฒนาและการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาของชุมชนโดยชุมชนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ภารกิจเฉพาะหน้า
คือการผลักดันให้รัฐบาลชั่วคราวที่บริหารประเทศอยู่ในขณะนี้ทบทวนข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่ลงนามไปแล้วและสร้างผลกระทบต่อเกษตรกรและคนส่วนใหญ่ ยุติการเจรจาและลงนามเอฟทีเอกับต่างประเทศทั้งหมดเอาไว้จนกว่าจะมีกติกาใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีหลักประกันการมีส่วนร่วมของเกษตรกร ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ รวมผลักดันให้มีการตั้งองค์กรอิสระเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียงให้เกิดขึ้น คู่ขนานไปกับการปฏิรูประบบเกษตรกรรมที่ดำเนินการโดยรัฐบาล

ประกาศ ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2549