<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
๑.สิทธิของเกษตรกร
(อ้างอิงกับหมวด ๓ เดิมในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๔๐)
สิทธิเกษตรกรในการเข้าถึงที่ดิน น้ำ ทรัพยากรพันธุกรรม และปัจจัยการผลิต
รวมทั้งสิทธิในมรดกทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรมใดๆของชุมชน จะต้องได้รับการรับประกันและคุ้มครอง
ฐานทรัพยากรที่เป็นพื้นฐานเพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารและรักษาวิถีวัฒนธรรมของชุมชนจะนำไปแปรรูปเป็นของเอกชนมิได้
กิจกรรมใดๆเกี่ยวกับทรัพยากรพันธุกรรรมและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ
การจดสิทธิบัตรในทรัพยากรและมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษจะกระทำมิได้
เกษตรกรพึงได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทาง
เศรษฐกิจพอเพียง
ชุมชนท้องถิ่น และการรวมตัวกันของเกษตรกร ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
๒.หมวดว่าด้วยองค์กรอิสระ
- อ้างอิงจากมาตรา ๕๖(๒)
จัดให้มีองค์กรอิสระเพื่อพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
โดยมีคณะกรรมการบริหารที่มาจากเกษตรกร ชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา
และภาคธุรกิจด้านเกษตรกรรมยั่งยืน
๓.หมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ(อ้างอิงกับหมวด
๕)
๓.๑ รัฐต้องสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นแนวทางหลัก
โดยอาศัยกลไกความร่วมมือของทุกภาคีที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา และมีมาตรการในการปกป้องวิถีชีวิตของชุมชน
และอธิปไตยของประเทศมิให้ได้รับผลกระทบ
๓.๒ รัฐต้องดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้มีผลปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยต้องกระจายการถือครองที่ดิน
จำกัดการถือครองโดยเก็บอัตราภาษีก้าวหน้า กำหนดเพดานการถือครอง และการจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม
๓.๓ รัฐต้องคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม มิให้ได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรม
พาณิชยกรรม และอื่นๆ
๓.๔ รัฐต้องสนับสนุนให้มีการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำเพื่อเกษตรกรรมให้เกษตรกรอย่างทั่วถึง
๓.๕ ส่งเสริมการรวมตัวของเกษตรกรเพื่อวางแผนการผลิต การตลาดและรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร
โดยให้รับรององค์กรของชุมชนให้มีฐานะนิติบุคคล
๓.๖ รัฐต้องกำหนดนโยบายกรรมยั่งยืนเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศ
๓.๗ รัฐพึงสนับสนุนให้เกิดองค์กรภาคประชาชนในการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
และกิจกรรมอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของสาธารณะ
๓.๘ รัฐต้องจัดให้มีหลักประกัน เช่น เงินให้เปล่า เงินชดเชย หรือเงินกู้
สำหรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โรคระบาด และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐ
๓.๙ รัฐต้องจัดให้มีการบริหารและจัดการกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร และกองทุนสวัสดิการอื่นๆโดยเกษตรกรและประชาชนที่เกี่ยวข้อง
๔.หมวดว่าด้วยการตรวจสอบโดยภาคประชาชน
๔.๑ ชุมชน ประชาชนที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อพิทักษ์ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม
หรือข้อตกลงทางการค้า หรือนโยบายใดๆที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะสามารถฟ้องร้องรัฐหรือผู้กระทำผิดได้โดยตรง
ทั้งนี้โดยรัฐต้องจัดให้มีกองทุนสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว
ชุมชน และองค์กรของประชาชนที่ได้พิสูจน์ตนเองอย่างแจ้งชัดในการดำเนินการตรวจสอบข้างต้น
ต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ
๔.๒ ชุมชน ประชาชนที่รวมตัวกันต้องได้รับการประกันสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทางนโยบายที่ทำให้เกิดประโยชน์และผลกระทบต่อตนเองและสาธารณะ
รวมถึงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจข้างต้น
ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
กองเลขาคณะทำงานประชาชนเพื่อฟื้นฟูแผ่นดิน
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 (ซอยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/โทรสาร: 02-591-1195-6, 02-580-2035
อีเมล์ : sathai@sathai.org, walai_04@yahoo.com, narttapp@yahoo.com
เวปไซต์ : www.sathai.org
|