กลับไป sathai โฮมเพจ

ข้อเสนอการปฏิรูปสังคมและการเมือง ว่าด้วยชุมชน เกษตรกรรมและ
เศรษฐกิจพอเพียง ต่อ รัฐธรรมนูญปี 2550
โดยคณะทำงานประชาชนฟื้นฟูแผ่นดิน
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง

 

๑.สิทธิของเกษตรกร (อ้างอิงกับหมวด ๓ เดิมในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๔๐)
สิทธิเกษตรกรในการเข้าถึงที่ดิน น้ำ ทรัพยากรพันธุกรรม และปัจจัยการผลิต รวมทั้งสิทธิในมรดกทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรมใดๆของชุมชน จะต้องได้รับการรับประกันและคุ้มครอง ฐานทรัพยากรที่เป็นพื้นฐานเพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารและรักษาวิถีวัฒนธรรมของชุมชนจะนำไปแปรรูปเป็นของเอกชนมิได้ กิจกรรมใดๆเกี่ยวกับทรัพยากรพันธุกรรรมและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ การจดสิทธิบัตรในทรัพยากรและมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษจะกระทำมิได้
เกษตรกรพึงได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทาง
เศรษฐกิจพอเพียง
ชุมชนท้องถิ่น และการรวมตัวกันของเกษตรกร ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

๒.หมวดว่าด้วยองค์กรอิสระ - อ้างอิงจากมาตรา ๕๖(๒)
จัดให้มีองค์กรอิสระเพื่อพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีคณะกรรมการบริหารที่มาจากเกษตรกร ชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจด้านเกษตรกรรมยั่งยืน

๓.หมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ(อ้างอิงกับหมวด ๕)
๓.๑ รัฐต้องสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นแนวทางหลัก โดยอาศัยกลไกความร่วมมือของทุกภาคีที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา และมีมาตรการในการปกป้องวิถีชีวิตของชุมชน และอธิปไตยของประเทศมิให้ได้รับผลกระทบ
๓.๒ รัฐต้องดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้มีผลปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยต้องกระจายการถือครองที่ดิน จำกัดการถือครองโดยเก็บอัตราภาษีก้าวหน้า กำหนดเพดานการถือครอง และการจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม
๓.๓ รัฐต้องคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม มิให้ได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และอื่นๆ
๓.๔ รัฐต้องสนับสนุนให้มีการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำเพื่อเกษตรกรรมให้เกษตรกรอย่างทั่วถึง
๓.๕ ส่งเสริมการรวมตัวของเกษตรกรเพื่อวางแผนการผลิต การตลาดและรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร โดยให้รับรององค์กรของชุมชนให้มีฐานะนิติบุคคล
๓.๖ รัฐต้องกำหนดนโยบายกรรมยั่งยืนเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศ
๓.๗ รัฐพึงสนับสนุนให้เกิดองค์กรภาคประชาชนในการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และกิจกรรมอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของสาธารณะ
๓.๘ รัฐต้องจัดให้มีหลักประกัน เช่น เงินให้เปล่า เงินชดเชย หรือเงินกู้ สำหรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โรคระบาด และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐ
๓.๙ รัฐต้องจัดให้มีการบริหารและจัดการกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร และกองทุนสวัสดิการอื่นๆโดยเกษตรกรและประชาชนที่เกี่ยวข้อง

๔.หมวดว่าด้วยการตรวจสอบโดยภาคประชาชน
๔.๑ ชุมชน ประชาชนที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อพิทักษ์ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม หรือข้อตกลงทางการค้า หรือนโยบายใดๆที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะสามารถฟ้องร้องรัฐหรือผู้กระทำผิดได้โดยตรง ทั้งนี้โดยรัฐต้องจัดให้มีกองทุนสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว
ชุมชน และองค์กรของประชาชนที่ได้พิสูจน์ตนเองอย่างแจ้งชัดในการดำเนินการตรวจสอบข้างต้น ต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ
๔.๒ ชุมชน ประชาชนที่รวมตัวกันต้องได้รับการประกันสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทางนโยบายที่ทำให้เกิดประโยชน์และผลกระทบต่อตนเองและสาธารณะ รวมถึงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจข้างต้น



ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

กองเลขาคณะทำงานประชาชนเพื่อฟื้นฟูแผ่นดิน
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 (ซอยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/โทรสาร: 02-591-1195-6, 02-580-2035
อีเมล์ : sathai@sathai.org, walai_04@yahoo.com, narttapp@yahoo.com
เวปไซต์ : www.sathai.org