กลับไป sathai โฮมเพจ


องค์ความรู้การปรับปรุงดินที่เหมาะสมกับระบบเกษตรยั่งยืน (รูปแบบเกษตรอินทรีย์)

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง



องค์ความรู้การปรับปรุงดินที่เหมาะสมกับระบบเกษตรยั่งยืน (รูปแบบเกษตรอินทรีย์)
ภูมินิเวศ สุรินทร์
พื้นที่ศึกษา ต.ทมอ อ.ปราสาท และ ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์
นักวิจัยหลัก
ฉลวย อินทร์แป้น อาชีพ เกษตรกร
จงจิตร์ หงษ์บุญเรือง อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน โครงการเสริมประสิทธิภาพเกษตรกรสุรินทร์


วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อศึกษารวบรวมองค์ความรู้เรื่องการปรับปรุงดินที่เหมาะสมกับระบบเกษตรยั่งยืน อันจะเป็นทางเลือกแก่เกษตรกรในการตัดสินใจหาวิธีการปรับปรุงดินที่เหมาะสมต่อไป

การเกษตรสมัยใหม่หรือการเกษตรเชิงเดี่ยวแม้จะช่วยเพิ่มผลผลิตแต่ก็ส่งผลให้ดินเสื่อมสภาพลง เนื่องจากใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีการเกษตรมาก อีกทั้งยังขาดการเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ทั้งนี้ แม้จะมีกลุ่มเกษตรกรเล็งเห็นถึงผลกระทบดังกล่าวและพยายามปรับเปลี่ยนระบบมาทำการผลิตในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ดังกรณีกลุ่มเกษตรธรรมชาติสุรินทร์และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาอาชีพทางเลือกทัพไทย-ถนนที่ก็ตาม แต่การจะหันกลับมาปรับปรุงบำรุงดินให้มีสภาพดีดังเดิมนั้นก็มิใช่เรื่องง่าย ที่ผ่านมาเกษตรกรได้พยายามค้นหาความรู้และทดลองวิธีการปรับปรุงดินกันหลายแนวทางด้วยกัน ซึ่งแต่ละวิธีให้ผลดีมากน้อยแตกต่างกันไปตามปัจจัยเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง อาทิ ระยะของการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน โครงสร้างของดินและสภาพพื้นที่ เป็นต้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพื่อรวบรวมถึงวิธีการ ประสบการณ์ และผลที่เกิดขึ้นจากปรับปรุงบำรุงดินของเกษตรกรหลายๆ ราย เพื่อประมวลเป็นความรู้การปรับปรุงดินที่เหมาะสมกับปัจจัยเงื่อนไข สำหรับให้เกษตรกรรายอื่นๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ต่อไป

คณะผู้ศึกษาได้รวบรวมเทคนิคการปรับปรุงดินของเกษตรกรทั้งหมด 32 ราย แบ่งเป็นเกษตรกรที่ปรับปรุงดินในระบบเกษตรยั่งยืนมาแล้ว 1-2 ปี จำนวน 18 ราย เกษตรกรที่ปรับปรุงดินในระบบเกษตรยั่งยืนมาแล้ว 3-5 ปี จำนวน 20 ราย และเกษตรกรที่ปรับปรุงดินในระบบเกษตรยั่งยืนมาแล้วมากกว่า 5 ปี จำนวน 20 ราย เกษตรกรแต่ละรายมีวิธีการปรับปรุงบำรุงดินแตกต่างกันไป โดยมีทั้งการใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และการปลูกพืชหมุนเวียน โดยแต่ละวิธีจะใช้วัตถุดิบที่แตกต่างกัน อาทิ ใช้โสน ถั่วพุ่มดำ หรือถั่วพร้าในทำปุ๋ยพืชสด เป็นต้น และการใช้มูลวัว หรือมูลควาย หรือมูลหมู หรือมูลไก่ทำปุ๋ยคอก เป็นต้น ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าการที่เกษตรกรแต่ละรายจะใช้เลือกใช้รูปแบบการปรับปรุงแบบใดขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และวัตถุดิบต้นทุนต่ำที่หาได้ในท้องถิ่น สำหรับหลักการสำคัญที่สุดของการปรับปรุงดินที่เกษตรกรส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันก็คือ การใส่อินทรีย์วัตถุที่หลากหลายลงในดินเพื่อปรับโครงสร้างและเพิ่มธาตุอาหารในดิน



หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...