กลับไป sathai โฮมเพจ


การศึกษารูปแบบการทำนาเพื่อพึ่งพาตนเอง

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง



การศึกษารูปแบบการทำนาเพื่อพึ่งพาตนเอง
ภูมินิเวศ ภาคใต้ตอนล่าง
พื้นที่ศึกษา ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
กลุ่ม/องค์กรชาวบ้านที่รับผิดชอบ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านแพรกหา
นักวิจัยหลัก
นิคม อินทองแก้ว อาชีพ เกษตรกร


วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษาถึงรูปแบบและวิธีการทำนาในอดีตของชุมชน
2. เพื่อหาแนวทางปรับปรุงคุณภาพของดินและทำนาโดยไม่ใช้ปุ๋ยและสารเคมี
3. เพื่อทดลองสร้างระบบนิเวศน์ในนาข้าวที่มีความอุดมสมบูรณ์
4. เพื่อค้นหารูปแบบการทำนาเพื่อพึ่งตนเอง

ในอดีตชาวนาตำบลแพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง มีวิถีการทำนาแบบดั้งเดิม โดยใช้ปุ๋ยคอกจากมูลค้างคาวหรือที่ชาวบ้านภาคใต้เรียกกันว่า “ดินเขา” เพื่อบำรุงดิน ส่งผลให้ต้นข้าวงอกงามสมบูรณ์ สามารถต้านโรคต่างๆ ได้ดี อีกทั้งผลผลิตยังมีคุณภาพ น้ำหนักดี รสชาติอร่อย แต่ปัจจุบัน ชาวนาส่วนใหญ่ทำนาโดยใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีต่างๆ จำนวนมาก ทำให้ดินเสื่อมคุณภาพ และข้าวที่ได้ก็มีปริมาณและคุณภาพต่ำลงด้วย จนแทบไม่คุ้มกับการลงทุน ดังนั้น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านแพรกหาจึงได้ทำวิจัยเรื่องนี้เพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวิธีการทำนาในอดีต และจะนำข้อมูลที่ได้มาเป็นแนวทางออกแบบการทดลองปรับปรุงคุณภาพดินและสร้างระบบนิเวศน์ในนาข้าวให้มีความสมบูรณ์

จากการเก็บรวบรวมข้อมูลรูปแบบการทำนาของตำบลแพรกหาในอดีตพบว่า ในกรณี “นาลึก” จะไถนาโดยใช้ควายฝูงหรือที่เรียกว่า “ควายเวียนเทือก” โดยจะมีเสาวางไว้ในแปลงสำหรับผูกเชือกแล้วควายเดินวนรอบ ส่วนการทำนาโคกต้องมีการ “ขุนนา” หรือขุดเพื่อยกคันนา จากนั้นก็ค่อยใช้วัวไถนา ส่วนการปรับปรุงดินจะใส่ขี้ค้างคาวประมาณ 3 หาบต่อไร่ บ้างก็ใส่มูลวัวที่ได้เอานำไปปล่อยไว้ในนาก่อนการตกกล้า ขณะที่การกำจัดศัตรูข้าวก็จะใช้หลายวิธีผสมกัน เช่น ทำหุ่นไล่กาเพื่อไล่นกลา จับปูมากินเป็นอาหาร ใส่ขี้ค้างคาวกำจัดพยาธิงอ เป็นต้น รวมทั้งการกำจัดโดยพิธีกรรมความเชื่อ เช่น เมื่อเพลี้ยลงกินข้าวจะใช้ไม้ไผ่ปักไล่ นอกจากนั้นการศึกษายังทำให้ทราบอีกว่าข้าวที่ปลูกบริเวณชายปลวกจะได้ผลผลิตมากมากว่าพื้นที่ทั่วไป

ในส่วนการทดลองทำแปลงสาธิตมีทั้งการใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก การหว่านถั่วพร้อมกับหว่านข้าวชนิดต่างๆ การปลูกพริกขี้หนูโดยใช้เทคนิคที่แตกต่างกัน การกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชในแปลง และการทดลองเลี้ยงปลาในท้องร่อง




หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...