หน้าแรกของเว็บนี้ ติดตามกิจกรรมมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ข่าวแวดวงเกษตรกรยั่งยืน บทความที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน สื่อและสิ่งพิมพ์เกษตรกรรมยั่งยืน ผลผลิตจากเกษตรกร และสนับสนุนสินค้าเพื่องานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เว็บไซด์และเครือข่ายในงานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ติดต่อมูลนิธิและสถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
 
  มูลนิธิเกษตรยั่งยืนประเทศไทย : ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและพัฒนางานเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยและองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในสังคมวงกว้าง >> ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ประกอบด้วย >>| 1) สนับสนุนให้เกิดการศึกษา รวบรวมและเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและองค์กรชุมชน | 2) เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน กลุ่มต่างๆในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในท้องถิ่น | 3) รณรงค์เผยแพร่ความรู้ และการศึกษาในเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่สาธารณะชน | 4) ประสานความร่วมมือกับองค์กร พันธมิตร นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาในการพัฒนานโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพ  
 
 
เกษตรกรรมยั่งยืน
นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปรับปรุงบำรุงดิน ปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ
ผลกระทบเคมีเกษตร และสมุนไพรทดแทน

พันธุกรรมพืชสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แนวคิดและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปลูกการจัดการน้ำ
เลี้ยงสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แปรรูปผลผลิต ตลาดทางเลือก ธุรกิจชุมชน
กระบวนการเข้าสู่เกษตรกรรมยั่งยืน
กระบวนการจัดการหนี้สินในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
บริหารจัดการ และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยองค์กรชุมชน
เกษตรกรรมยั่งยืน กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
สถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน
ฐานทรัพยากรอาหาร
บริการห้องสมุดเกษตรกรรมยั่งยืน
เว็บที่เกี่ยวข้อง
 












ผลกระทบเคมีเกษตร กับสมุนไพรทดแทน

 

สกัดสารสมุนไพรด้วยการกลั่น

การสกัดสารสมุนไพรแบบหมัก คั้น บดผง จะต้องทำและใช้เลย ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน เมื่อจะใช้จึงค่อยทำ บางครั้งหากเกษตรกรละเลยการตรวจแปลง มาพบที่หลังว่ามีการระบาดก็จะควบคุมแมลงศัตรูพืชไม่ทันกาล ดังนั้นหลายคนจึงได้พยายามพัฒนาวิธีการสกัดสาร เพื่อให้สารสกัดที่ได้ สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น สะดวกต่อการใช้มากขึ้น

ปัจจุบันจึงได้ใช้การกลั่นในการสกัดสารสมุนไพรออกมา เมื่อได้สารสกัดมาแล้ว ก็จะนำมาผสมกับน้ำ หรือแอลกอฮอล์ เพียงจำนวนน้อย แล้วนำไปฉีดพ่นแทน

หลักการสกัดด้วยการกลั่น

พืชสมุนไพรที่นำมาสกัดด้วยการกลั่นนี้ไม่สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด สมุนไพรที่นำมากลั่นส่วนใหญ่จะเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่น กลิ่นดังกล่าวเกิดจากน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในพืชเหล่านั้น น้ำมันหอมเหล่านี้จะระเหยเมื่ออุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ดังนั้นมีกลั่นออกมาแล้ว ควรเก็บไว้ในภาชนะทีบแสง หรือขวดสีชา สีน้ำเงิน หรือสีเขียว และเก็บไว้ในที่ค่อนข้างเย็น

อุปกรณ์ในการกลั่น ก็จะมีหม้อนึ่ง กับหมอควบแน่น เกษตรกรส่วนใหญ่จะดัดแปลงเอาหม้อกลั่นเหล้ามาใช้ บางคนก็เอาแกลลอนน้ำมันมาดัดแปลง บางคนก็ใช้หม้อก๋วยเตี๋ยว บางคนก็ใช้ถังน้ำแข็งมาดัดแปลง (ดูรูป)

สมุนไพรจะถูกหั่น สับ หรือทุบให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน แล้วนำมาวางอยู่ในหม้อนึ่ง โดยวางไว้บนตะแกรงเหนือน้ำ ความร้อนจากน้ำเดือดจะกลายเป็นไอผ่านสมุนไพรที่วางบนตะแกรง ความร้อนนี้จะทำให้น้ำมันหอมระเหยในสมุนไพรกลายเป็นไอออกมา ผ่านท่อไปสู่หม้อควบแน่น

ในหม้อควบแน่นก็จะมีท่อขดอยู่รอบด้านในของหม้อ (หากจะทำให้ได้สารมีคุณภาพดีแนะนำให้ใช้ท่อสแตนเลท) ท่อเหล่านี้จะจุ่มอยู่ในน้ำเย็น (จะมีท่อปั้มเอาน้ำเย็นใส่ บางคนเริ่มแรกก็ก็น้ำแข็งใส่ พอมีเงินก็ปรับปรุงใช้เป็นคอนเดนเซอร์แทน)

เมื่อไอน้ำและไอน้ำมันหอมระเหยไหลผ่านท่อมาเจอน้ำเย็น ไอเหล่านั้นก็จะควบแน่นเป็นของเหลว ไหลออกปลายท่อไปยังภาชนะรองรับ ส่วนที่เป็นน้ำจะอยู่ด้านล่าง ส่วนที่เป็นน้ำมันหอมระเหยจะอยู่ด้านบน

ในการสกัดแต่ละครั้ง ถ้าใช้น้ำในการนึ่ง 10 ลิตร จะได้สารสกัด (น้ำและน้ำมันหอมระเหย) ประมาณ 6 ลิตร ปริมาณที่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้

สารที่สกัดได้สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เพราะเป็นสารที่ผ่านความร้อนมาแล้ว หากเก็บที่ภาชนะที่สะอาด และทึบแสง ปิดฝาให้สนิท และเก็บไว้ในที่เย็นก็จะรักษาคุณภาพของสารให้คงทีมากยิ่งขึ้น

วิธีการใช้สมุนไพรกลั่นในการฉีดพ่นไล่แมลงศัตรูพืช

สารสกัด ที่มีทั้งน้ำกลั่นและน้ำมันที่ได้จะนำไปฉีดพ่นพืชผักผลไม้ เพื่อไล่แมลง จะเจือจางสารสกัดด้วยน้ำก่อน สารสกัด 50 ซีซี ละลายกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 5-10 วัน กรณีที่แยกสารสกัดเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมันหอมระเหยมาใช้ โดยนำน้ำมันหอมระเหยหลายชนิดมาผสมกัน ควรผสมกันอย่างน้อย 5 วัน และให้เขย่าขวดที่ผสมทุกวันเช้าเย็น ครั้งละ 5 นาที เพื่อให้น้ำยาเข้ากับ จากนั้นนำสารสกัดที่ผสมแล้ว 2 0-30 ซีซี ไปผสมน้ำ 20 ลิตร เขย่าและนำไปฉีดพ่น (ที่ให้เขย่าเพาะน้ำกับน้ำมันไม่เข้ากันนัก ทางที่ดีน้ำที่เหลือจากการนึ่ง ควรเก็บใส่ถังไว้ผสมด้วย)

เวลาในการฉีดพ่น ควรฉีดในตอนเย็นจะได้ผลดีกว่า เพราะแมลงศัตรูพืชมักออกหากินในตอนกลางคืน

ส่วนน้ำต้มในถังนึ่ง/ถังต้ม ก็นำไปรถต้นไม้ มีสรรพคุณเท่ากับยูเรีย ต้นไม้ใบเหลืองไม่งาม เมื่อใช้น้ำนี้รดจะกลับมาสมบูรณ์ งอกงาม เศษกากพืชบนตะแกรงก็นำไปทำเป็นปุ๋ยหมักได้อีก

แนะนำสมุนไพรที่จะนำมาสกัด และประสิทธิภาพ

ตะไคร้หอม
น้ำสกัดจากตะไคร้หอม สามารถขับไล่แมลงพวกเพลี้ยและหนอนต่างๆ ได้ดี ทั้งยังใช้ไล่ยุง ไล่แมลงตามบ้านเรือนได้ด้วย อย่างไรก็ตามน้ำสกัดจากตะไคร้หอมนี้ไม่ใช้ผลในทางการทำลายแมลง (ลดการทำบาปจ๊ะ)

วิธีใช้ที่ปลอดภัยก็คือ เทน้ำมันหอมจากตะไคร้หอมใส่ถ้วยแก้ว กระเบื้อง หรือสแตนเลท ตั้งทิ้งไว้ในห้องเพื่อไล่ยุง หรือใส่ขวดป๊อกกี้ที่มีหัวฉีดพ่น ใช้พ่นตามตัวสัตว์เพื่อกำจัดเห็บหมัด โดยใช้น้ำสกัดจากตะไคร้หอม ผสมกับน้ำสกัดจากยูคาลิปตัส ฉีดพ่นให้สุนัข ทุก 3-7 วัน จะขับไล่เห็ดหมัดได้ดี (ไม่ต้องใช้ส่วนที่เป็นน้ำมัน ใช้ส่วนที่เป็นน้ำก็ได้ หากไม่ได้ผลจึงเอาส่วนที่เป็นน้ำมันมาผสมเพิ่ม)

 

หางไหลแดง
หางไหลแดงเป็นสมุนไพรที่ต่างประเทศให้ความสนใจสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศเยอรมัน

การสกัดให้นำหางไหลแดงมาทุบก่อน สารสกัดจะมีลักษณะเป็นของเหลวสีแดง มีประสิทธิภาพในการฆ่าแมลงได้ทุกชนิด แมลงตายหมดทั้งตัวแม่และตัวหนอน

ยาสูบ
น้ำสกัดจากต้นและใบยาสูบ จะมีสารทาร์และนิโคตินอยู่มาก ใช้ฉีดพ่นต้นมะม่วงเพื่อป้องกันเพลี้ยจั๊กจั่น หรือแมลงตัวเต็มวัย (ตัวแม่) แมลงเหล่านี้จะไม่มารบกวนเลย แต่สารนี้ไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าทำลาย

ยูคาลิปตัส
น้ำสกัดใบยูคาลิปตัส ใช้ฆ่าหอยเชอรี่ในนาข้าว โดยใช้น้ำสกัดยูคาฯ เทลงไปในนาข้าว นอกจากนั้นยังใช้ฉีดไล่เพลี้ย แมลงที่กินพืชผักผลไม้ได้ผลดี

รายละเอียดเครื่องสกัดสารสมุนไพรด้วยไอน้ำ (ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อ.สำเนาว์ ฤทธิ์นุช ภาควิชาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยนาท 01 953 2597, 056 431 512

 


ข้อมูลจากโครงการนำร่อง ...ติอต่อขอข้อมูลที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน

 

 

 

| home | aboutus | news | article |
| media-publications | products-supporting | Links | contacts us |

www.sathai.org
Year 2005-2006
คลิกที่เข็มทิศ เพื่อดูแผนที่ไปมูลนิธิ
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)

Sustainable Agriculture Foundation Thailand

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซ่อยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/โทรสาร: 2 591 1195-6, 2 580 2035
อีเมล์ : sathai@sathai.org
มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซด์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้
 
hotnews
movement
hotissue
smart article

คลิกที่นี่ !!
บอกเล่าเก้าสิบ เรื่องกรณีศึกษาเกษตรยั่งยืน

คลิกที่นี่ !!
เรื่องเล่าจากต่างแดน

ในเวดวงเกษตรกร
สนับสนุนสินค้าเกษตรกรรมยั่งยืน


ข้าวหอมมะลิชั้นหนึ่งจากนาเกษตรอินทรีย์ จ.สุรินทร์

สนับสนุนสินค้าเพื่อกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

เสื้อยืด ของที่ระลึกสวย จากศิลปินผู้สนับสนุนการส่งเสริม วิจัย และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน