สกัดสารสมุนไพรด้วยการกลั่น
การสกัดสารสมุนไพรแบบหมัก
คั้น บดผง จะต้องทำและใช้เลย ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน เมื่อจะใช้จึงค่อยทำ
บางครั้งหากเกษตรกรละเลยการตรวจแปลง มาพบที่หลังว่ามีการระบาดก็จะควบคุมแมลงศัตรูพืชไม่ทันกาล
ดังนั้นหลายคนจึงได้พยายามพัฒนาวิธีการสกัดสาร เพื่อให้สารสกัดที่ได้
สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น สะดวกต่อการใช้มากขึ้น
ปัจจุบันจึงได้ใช้การกลั่นในการสกัดสารสมุนไพรออกมา
เมื่อได้สารสกัดมาแล้ว ก็จะนำมาผสมกับน้ำ หรือแอลกอฮอล์ เพียงจำนวนน้อย
แล้วนำไปฉีดพ่นแทน
หลักการสกัดด้วยการกลั่น
พืชสมุนไพรที่นำมาสกัดด้วยการกลั่นนี้ไม่สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด
สมุนไพรที่นำมากลั่นส่วนใหญ่จะเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่น กลิ่นดังกล่าวเกิดจากน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในพืชเหล่านั้น
น้ำมันหอมเหล่านี้จะระเหยเมื่ออุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ดังนั้นมีกลั่นออกมาแล้ว
ควรเก็บไว้ในภาชนะทีบแสง หรือขวดสีชา สีน้ำเงิน หรือสีเขียว และเก็บไว้ในที่ค่อนข้างเย็น
อุปกรณ์ในการกลั่น
ก็จะมีหม้อนึ่ง กับหมอควบแน่น เกษตรกรส่วนใหญ่จะดัดแปลงเอาหม้อกลั่นเหล้ามาใช้
บางคนก็เอาแกลลอนน้ำมันมาดัดแปลง บางคนก็ใช้หม้อก๋วยเตี๋ยว บางคนก็ใช้ถังน้ำแข็งมาดัดแปลง
(ดูรูป)
สมุนไพรจะถูกหั่น
สับ หรือทุบให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน แล้วนำมาวางอยู่ในหม้อนึ่ง โดยวางไว้บนตะแกรงเหนือน้ำ
ความร้อนจากน้ำเดือดจะกลายเป็นไอผ่านสมุนไพรที่วางบนตะแกรง ความร้อนนี้จะทำให้น้ำมันหอมระเหยในสมุนไพรกลายเป็นไอออกมา
ผ่านท่อไปสู่หม้อควบแน่น
ในหม้อควบแน่นก็จะมีท่อขดอยู่รอบด้านในของหม้อ
(หากจะทำให้ได้สารมีคุณภาพดีแนะนำให้ใช้ท่อสแตนเลท) ท่อเหล่านี้จะจุ่มอยู่ในน้ำเย็น
(จะมีท่อปั้มเอาน้ำเย็นใส่ บางคนเริ่มแรกก็ก็น้ำแข็งใส่ พอมีเงินก็ปรับปรุงใช้เป็นคอนเดนเซอร์แทน)
เมื่อไอน้ำและไอน้ำมันหอมระเหยไหลผ่านท่อมาเจอน้ำเย็น
ไอเหล่านั้นก็จะควบแน่นเป็นของเหลว ไหลออกปลายท่อไปยังภาชนะรองรับ
ส่วนที่เป็นน้ำจะอยู่ด้านล่าง ส่วนที่เป็นน้ำมันหอมระเหยจะอยู่ด้านบน
ในการสกัดแต่ละครั้ง
ถ้าใช้น้ำในการนึ่ง 10 ลิตร จะได้สารสกัด (น้ำและน้ำมันหอมระเหย)
ประมาณ 6 ลิตร ปริมาณที่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้
สารที่สกัดได้สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี
เพราะเป็นสารที่ผ่านความร้อนมาแล้ว หากเก็บที่ภาชนะที่สะอาด และทึบแสง
ปิดฝาให้สนิท และเก็บไว้ในที่เย็นก็จะรักษาคุณภาพของสารให้คงทีมากยิ่งขึ้น
วิธีการใช้สมุนไพรกลั่นในการฉีดพ่นไล่แมลงศัตรูพืช
สารสกัด
ที่มีทั้งน้ำกลั่นและน้ำมันที่ได้จะนำไปฉีดพ่นพืชผักผลไม้
เพื่อไล่แมลง จะเจือจางสารสกัดด้วยน้ำก่อน สารสกัด 50 ซีซี
ละลายกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 5-10 วัน กรณีที่แยกสารสกัดเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมันหอมระเหยมาใช้
โดยนำน้ำมันหอมระเหยหลายชนิดมาผสมกัน ควรผสมกันอย่างน้อย 5 วัน และให้เขย่าขวดที่ผสมทุกวันเช้าเย็น
ครั้งละ 5 นาที เพื่อให้น้ำยาเข้ากับ จากนั้นนำสารสกัดที่ผสมแล้ว
2 0-30 ซีซี ไปผสมน้ำ 20 ลิตร เขย่าและนำไปฉีดพ่น
(ที่ให้เขย่าเพาะน้ำกับน้ำมันไม่เข้ากันนัก ทางที่ดีน้ำที่เหลือจากการนึ่ง
ควรเก็บใส่ถังไว้ผสมด้วย)
เวลาในการฉีดพ่น
ควรฉีดในตอนเย็นจะได้ผลดีกว่า เพราะแมลงศัตรูพืชมักออกหากินในตอนกลางคืน
ส่วนน้ำต้มในถังนึ่ง/ถังต้ม
ก็นำไปรถต้นไม้ มีสรรพคุณเท่ากับยูเรีย ต้นไม้ใบเหลืองไม่งาม เมื่อใช้น้ำนี้รดจะกลับมาสมบูรณ์
งอกงาม เศษกากพืชบนตะแกรงก็นำไปทำเป็นปุ๋ยหมักได้อีก
แนะนำสมุนไพรที่จะนำมาสกัด และประสิทธิภาพ
|
ตะไคร้หอม
น้ำสกัดจากตะไคร้หอม สามารถขับไล่แมลงพวกเพลี้ยและหนอนต่างๆ
ได้ดี ทั้งยังใช้ไล่ยุง ไล่แมลงตามบ้านเรือนได้ด้วย อย่างไรก็ตามน้ำสกัดจากตะไคร้หอมนี้ไม่ใช้ผลในทางการทำลายแมลง
(ลดการทำบาปจ๊ะ)
วิธีใช้ที่ปลอดภัยก็คือ เทน้ำมันหอมจากตะไคร้หอมใส่ถ้วยแก้ว
กระเบื้อง หรือสแตนเลท ตั้งทิ้งไว้ในห้องเพื่อไล่ยุง หรือใส่ขวดป๊อกกี้ที่มีหัวฉีดพ่น
ใช้พ่นตามตัวสัตว์เพื่อกำจัดเห็บหมัด โดยใช้น้ำสกัดจากตะไคร้หอม
ผสมกับน้ำสกัดจากยูคาลิปตัส ฉีดพ่นให้สุนัข ทุก 3-7 วัน จะขับไล่เห็ดหมัดได้ดี
(ไม่ต้องใช้ส่วนที่เป็นน้ำมัน ใช้ส่วนที่เป็นน้ำก็ได้ หากไม่ได้ผลจึงเอาส่วนที่เป็นน้ำมันมาผสมเพิ่ม)
|
หางไหลแดง
หางไหลแดงเป็นสมุนไพรที่ต่างประเทศให้ความสนใจสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะประเทศเยอรมัน
การสกัดให้นำหางไหลแดงมาทุบก่อน
สารสกัดจะมีลักษณะเป็นของเหลวสีแดง มีประสิทธิภาพในการฆ่าแมลงได้ทุกชนิด
แมลงตายหมดทั้งตัวแม่และตัวหนอน |
ยาสูบ
น้ำสกัดจากต้นและใบยาสูบ จะมีสารทาร์และนิโคตินอยู่มาก ใช้ฉีดพ่นต้นมะม่วงเพื่อป้องกันเพลี้ยจั๊กจั่น
หรือแมลงตัวเต็มวัย (ตัวแม่) แมลงเหล่านี้จะไม่มารบกวนเลย แต่สารนี้ไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าทำลาย |
ยูคาลิปตัส
น้ำสกัดใบยูคาลิปตัส ใช้ฆ่าหอยเชอรี่ในนาข้าว โดยใช้น้ำสกัดยูคาฯ
เทลงไปในนาข้าว นอกจากนั้นยังใช้ฉีดไล่เพลี้ย แมลงที่กินพืชผักผลไม้ได้ผลดี
|
รายละเอียดเครื่องสกัดสารสมุนไพรด้วยไอน้ำ
(ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อ.สำเนาว์ ฤทธิ์นุช ภาควิชาพืชศาสตร์
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยนาท 01 953 2597, 056 431 512