การใช้สมุนไพรในการควบคุมจำนวนแมลงศัตรูพืช
หรือโรคพืชนั้น เกษตรกรต้องรู้จักสรรพคุณของสมุนไพรว่าอย่างไหนออกฤทธิ์อย่างไร
เช่น ออกฤทธิ์ยับยั้งการกินอาหาร ยับยั้งการเจริญเติบโต ยับยั้งการลอกคราบ
ไล่ ฆ่า หรือทำลาย เป็นต้น เมื่อทราบแล้วจะใช้นำสมุนไพรนั้นมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับแมลงศัตรูพืช
โรคพืช ตามช่วงระยะที่มีการระบาด
การใช้สมุนไพรในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชนั้น
เกษตรกรต้องนำสมุนไพรนั้นมาสกัดเอาสารตัวยาสำคัญออกมาใช้ การสกัดทำได้ง่ายๆ
โดยการ คั้น การแช่ การหมัก การต้ม การตำเป็นผงแล้วละลายน้ำ การหมักกับน้ำตาล
การหมักกับแอลกอฮอล์ แล้วจึงนำสารสกัดน้ำไปทำให้เจือจางโดยละลายในน้ำฉีนพ่นพืชผัก
หรือผสมกับสารจับใบ เช่น แป้งมันละลายน้ำ พ่นฉีดไล่ หรือป้องกันแมลง
สมุนไพรที่มีในทุกท้องถิ่น เช่น
สะเดา
เกษตรกรจะนำใบสะเดาแก่มาประมาณ 200 กรัม ตำให้ละเอียด หมักกับน้ำ
1 ลิตร ทิ้งไว้ 2 คืน แล้วกรองเอากากออก (กากนำไปทำปุ๋ยหมักก็ได้)
แล้วนำน้ำยาที่ได้ไปผสมน้ำ ฉีดพ่นในแปลงผัก สามารถป้องกันหนองกะทู้ผัก
และหนอนใยผักได้ดี
ดอกดาวเรือง
(พันธุ์พื้นบ้าน) นำมาคั้นกับน้ำ ได้น้ำยาแล้วเอามาผสมกับน้ำอัตราส่วน
1-3 ส่วน ฉีดพ่นกำจัดหนอนใยผักและเพลี้ยอ่อน
ต้นและใบสาบเสือ
นำมาตากแดดให้แห้ง นำมาบดผง ผงสาบเสือ 400 กรัม ผสมกับน้ำ
8 ลิตร ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แล้วนำมากรองเอาตะกอนออกด้วยผ้าขาวบาง
นำน้ำยามาผสมสารจับใบ ใช้ฉีดพ่นกำจัด เพลี้ย หนอนกะทู้ หนองใยผัก
วิธีสกัดด้วยการคั้นเอาน้ำ
หมักกับน้ำ บดเป็นผงเพื่อละลายน้ำ ต้มกับน้ำนี้ เป็นวิธีที่เกษตรกรใช้กับอย่างกว้างขวาง
ข้อด้อยก็คือ เมื่อทำแล้วต้องใช้ทันที เก็บไว้นานไม่ได้ และต้องใช้บ่อยๆจึงจะได้ผล