กลับไป sathai โฮมเพจ

เทคนิคการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง

การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและการคัดเลือกพันธุ์ข้าวบริสุทธิ์ นับเป็นเทคนิคที่น่าสนใจประการหนึ่ง เนื่องจากเกษตรกรสามารถนำเทคนิคนี้มาพัฒนาระบบการผลิตของตนให้ดีขึ้น และสามารถยกระดับจากการเป็นเพียงผู้ซื้อเมล็ดพันธุ์สำหรับการผลิตข้าวเพียงอย่างเดียวมาเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง รวมทั้งหากเกษตรกรและกลุ่มชุมชนสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์จนได้มาตรฐานก็สามารถนำไปจำหน่ายเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรและกลุ่มชุมชนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและคัดเลือกพันธุ์ให้บริสุทธิ์เพียงพอที่จะนำไปใช้งานหรือจำหน่ายให้กับตลาดได้นั้น จำเป็นต้องมีการดำเนินการที่มีรายละเอียดมากกว่าการปลูกข้าวโดยปกติทั่วไป

ด้วยความร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีและเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน ได้มีการจัดอบรมด้านวิชาการเพื่อให้ความรู้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจในเทคนิคการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2549 ณ วิทยาลัยเทคนิคยโสธร โดยมี คุณบุญรัตน์ จงดี จากศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีมาเป็นวิทยากรให้ความรู้ในเทคนิคดังกล่าว และเวทีนี้สามารถแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรชุมชนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

เมล็ดพันธุ์ข้าว : หลากหลายมาตรฐานที่ต่างกัน

เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีการผลิตขึ้นในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 4 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีชื่อเรียกและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป โดยเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดเรียกว่าเมล็ดพันธุ์คัด ซึ่งไม่มีการผลิตเพื่อการค้าแต่จะนำไปผลิตเมล็ดพันธุ์หลักในขั้นต่อไป โดยสามารถสรุปชนิดของเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ดังตารางที่ 1



ทั้งนี้เมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับนำมาใช้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวควรเป็นชนิด “เมล็ดพันธุ์หลัก” เนื่องจากเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี ได้พันธุ์ตรงตามที่ต้องการ ไม่มีพันธุ์อื่นปนหรือมีก็น้อยที่สุด มีสิ่งเจือปนน้อย และมีความงอกไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แหล่งที่มีเมล็ดพันธุ์หลักจำหน่ายคือ ศูนย์วิจัยข้าวหรือสถานีทดลองข้าวของกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น (ภาคอีสานได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี สุรินทร์ สกลนคร ขอนแก่น ชุมแพ อุดร หนองคายและพิมาย) เกษตรกรที่ต้องการซื้อเมล็ดพันธุ์เพื่อนำมาใช้ผลิตเมล็ดพันธุ์ควรหาซื้อจากแหล่งผลิตของทางราชการเนื่องจากเป็นเมล็ดพันธุ์ที่สามารถรับรองได้ว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการนำไปผลิตเมล็ดพันธุ์ต่อไป

การผลิตเมล็ดพันธุ์ต้องดูแลตั้งแต่การเตรียมแปลงนา

หลังจากที่เกษตรได้เมล็ดพันธุ์ที่มีลักษณะตรงตามความต้องการแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยเริ่มจากการเลือกพื้นที่ทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ ซึ่งควรมีความอุดมสมบูรณ์ของดินอยู่ในเกณฑ์ดี เป็นแปลงนาที่มีความสม่ำเสมอ และควรมีแหล่งน้ำที่พอเพียงหรือสามารถควบคุมน้ำได้

เมื่อได้แปลงที่เหมาะสมแล้วเกษตรจะต้องทำการเตรียมดินด้วยการใช้รถไถนา ไถดะ 1 ครั้ง และไถแปร 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 15 วัน เพื่อกำจัดข้าวเรื้อที่อยู่ในแปลงนา เนื่องจากข้าวเรื้อเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งขั้นตอนการเตรียมดินเป็นขั้นตอนที่เกษตรกรมักมองข้ามความสำคัญไป


เมื่อเตรียมดินแล้วขั้นตอนต่อมาคือการตกกล้า โดยการทำแปลงตกกล้าให้กว้างประมาณ 2 เมตร และมีทางเดินตรงกลาง และใช้เมล็ดพันธุ์สำหรับการตกกล้าประมาณ 50 กรัมต่อตารางเมตร หรือ 5 กิโลกรัม ต่อ 100 ตารางเมตร เพื่อไม่ให้ต้นกล้าหนาแน่นจนเกินไป

ขั้นตอนการปลูกต้องระวังเรื่องข้าวเรื้อข้าวปน

หลังจากได้ต้นกล้าที่มีอายุประมาณ 20-25 วัน ก็เป็นขั้นตอนการนำกล้าไปปลูกในแปลงนา โดยวิธีการปลูกมี 2 แนวทาง คือ
1. การปลูกโดยการปักดำ แปลงปักดำควรมีขนาดกว้างประมาณ 5 เมตร และเว้นทางเดิน 50 เซนติเมตร โดยในการปักดำควรปักดำข้าว 1 ต้นต่อหนึ่งจับ
2. การปลูกโดยวิธีหว่าน แปลงควรแบ่งให้มีทางเดิน โดยให้แปลงกว้างประมาณ 5 เมตร และมีทางเดิน 50 เซนติเมตร (เช่นเดียวกับแปลงปักดำ) โดยไม่ควรหว่านให้แน่น เพราะจะทำยากต่อการดูแลปัญหาข้าวเรื้อข้าวปน และเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้

การทำแปลงโดยให้มีทางเดินกลางอาจทำให้รู้สึกว่าเสียเนื้อที่การปลูกไปบ้าง แต่แปลงในลักษณะนี้จะทำให้เกษตรกรดูแลข้าวได้ง่าย และสะดวกต่อการกำจัดข้าวเรื้อข้าวปนการกำจัดข้าวเรื้อข้าวปนนับเป็นสิ่งที่สำคัญในการปลูกข้าวเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ การกำจัดข้าวเรื้อข้าวปนจะทำใน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแตกกอ ระยะออกดอก และ ระยะโน้มรวง โดยเมื่อเกษตรกรตรวจเจอข้าวเรื้อข้าวปนจะต้องทำการถอนทิ้งทั้งกออย่ารู้สึกเสียดายข้าว เพราะหากมีข้าวเรื้อข้าวปนจะทำให้เมล็ดพันธุ์ไม่บริสุทธิ์ได้


การเก็บเกี่ยว การนวด และเก็บรักษา : ทุกขั้นตอนต้องสะอาดและไม่ให้มีการปะปน

ในการเก็บเกี่ยวข้าวควรต้องรอให้ข้าวแก่จัดเพื่อลดความชื้นให้ได้มากที่สุด โดยการเก็บเกี่ยวควรแยกเก็บเกี่ยวตามแปลงที่ได้แบ่งไว้เพื่อให้สะดวกต่อการตรวจสอบคุณภาพและหากพบปัญหาในแปลงใดก็สามารถแยกข้าวในแปลงนั้นออกจากข้าวที่ได้จากแปลงอื่นๆ ได้ง่าย ทั้งนี้การเก็บเกี่ยวไม่ควรใช้รถเกี่ยวข้าว เนื่องจากมีโอกาสเกิดการปะปนของข้าวพันธุ์อื่นๆ ได้ แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้รถเกี่ยวข้าวก็ต้องทำความสะอาดให้ดีอย่าให้มีเมล็ดพันธุ์อื่นหลงเหลืออยู่ในเครื่องเกี่ยวได้ เช่นเดียวกันในการนวดข้าวด้วยเครื่องต้องมีการทำความสะอาดอย่างดี ซึ่งการเกี่ยวและนวดข้าวที่เหมาะสมมีความสำคัญมาก เพราะแม้ว่าเกษตรกรจะได้พยายามปลูกข้าวมาอย่างดี แต่ถ้าไม่ระมัดระวังในขั้นตอนนี้ก็จะทำให้เมล็ดพันธุ์ที่ได้เกิดการไม่บริสุทธิ์ได้ง่าย

เมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยว ก่อนที่จะนำไปเก็บรักษาจะต้องลดความชื้นให้เหลือน้อยที่สุด โดยการตากกองข้าวให้แยกตากตามแปลงที่เก็บเกี่ยว เพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบ ซึ่งการตากกองข้าวควรให้หนาประมาณ 5-10 เซนติเมตร มีการพลิกกลับวันละ 4-5 ครั้ง โดยควรทิ้งไว้ประมาณ 1-2 วัน จนข้าวแห้งได้ที่ก่อนนำไปเก็บรักษา

ทั้งนี้จะต้องมีการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ โดยการสุ่มเก็บตัวอย่างข้าวจากแต่ละกอง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเกี่ยวกับ ข้าวปน ความงอก และ สิ่งเจือปนอื่นๆ ต่อไป ส่วนการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวต้องบรรจุในภาชนะที่สะอาด หากเป็นกระสอบป่านจะเหมาะสมกว่ากระสอบปุ๋ยเนื่องจากมีปัญหาเรื่องความชื้นน้อยกว่า ทั้งนี้แต่ละกระสอบต้องเขียนป้ายชื่อพันธุ์ระบุไว้ให้ชัดเจน ก่อนนำไปเก็บรักษาในยุ้งฉางที่สะอาดและแยกเก็บตามพันธุ์ข้าวนั้นๆ


สรุปได้ว่าทุกขั้นตอนของการผลิตเมล็ดพันธุ์ เกษตรกรจะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดการปะปนของเมล็ดพันธุ์อื่นหรือสิ่งเจือปนอื่นๆ ได้ ซึ่งสามารถสรุปขั้นตอนการผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ดังแผนภูมิที่ 1 ดังนี้



การคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ : เทคนิคที่ต้องใช้เวลาและความเอาใจใส่

การคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ เป็นการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกอยู่เดิมแต่มีการปะปนหรือพันธุ์ที่ได้มาจากที่อื่นมาทำการคัดเลือก ทั้งนี้เกษตรกรที่ต้องการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อการจำหน่ายจำเป็นต้องดำเนินการทำพันธุ์ข้าวให้บริสุทธิ์เสียก่อน ซึ่งขั้นตอนการปลูกเป็นเช่นเดียวกับขั้นตอนการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่จะต้องดำเนินการในระยะเวลา 3-4 ปี จนกว่าจะได้เมล็ดพันธุ์ที่มีความบริสุทธิ์เพียงพอตามมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ขยายหรือเมล็ดพันธุ์จำหน่าย

ปีที่ 1 ทำการปลูกข้าวโดยวิธีการปักดำ 1 ต้นต่อจับ เมื่อข้าวออกรวงพร้อมเก็บเกี่ยวให้คัดเลือกต้นที่มีลักษณะตามที่ต้องการ ทำการเก็บเกี่ยวแต่ละรวงที่ได้จากแต่ละต้นแยกออกจากกัน เพื่อนำรวงเหล่านี้ไปใช้ปลูกในปีที่ 2 (ข้าว 1 รวงมาจากข้าว 1 เมล็ด)

ปีที่ 2 นำข้าวแต่ละรวงมาตกกล้าแยกออกจากกันเพื่อนำกล้าไปปลูกในแปลง ซึ่งข้าวที่ปลูกในแต่ละแปลงต้องมาจากข้าวรวงเดียวกัน ทั้งนี้ วิธีการตกกล้าอาจทำโดยการนำรวงข้าวไปวางไว้ในแปลงตกกล้าทั้งรวงโดยไม่ต้องนวดข้าวออกจากรวง เพื่อไม่ให้เกิดการปะปนของข้าว
แปลงข้าวในปีที่ 2 จึงเป็นแปลงที่แบ่งเป็นแถวๆ โดยข้าวในแถวนั้นจะมาจากข้าวรวงเดียวกัน เมื่อข้าวออกรวงพร้อมเก็บเกี่ยวให้คัดเลือกแถวที่มีลักษณะตามที่ต้องการ ทำการเก็บเกี่ยวข้าวแต่ละแถวแยกออกจากกัน เพื่อนำข้าวแต่ละแถวไปใช้ปลูกในปีที่ 3 (ข้าว 1 แถวมาจากข้าว 1 เมล็ด)

ปีที่ 3 นำข้าวแต่ละแถวมาตกกล้าแยกออกจากกันเพื่อนำกล้าไปปลูกในแปลง ซึ่งข้าวที่ปลูกในแต่ละแปลงต้องมาจากข้าวแถวเดียวกัน ทั้งนี้ วิธีการตกกล้าอาจทำโดยการนำรวงข้าวทั้งแถวไปวางไว้ในแปลงตกกล้าทั้งรวงโดยไม่ต้องนวดข้าวออกจากรวง เพื่อไม่ให้เกิดการปะปนของข้าว
แปลงข้าวในปีที่ 3 จึงเป็นแปลงที่แบ่งเป็นแปลงๆ โดยข้าวในแปลงหนึ่งๆ จะมาจากข้าวแถวเดียวกัน เมื่อข้าวออกรวงพร้อมเก็บเกี่ยวให้คัดเลือกแปลงที่มีลักษณะตามที่ต้องการ ทำการเก็บเกี่ยวข้าวแต่ละแปลงแยกออกจากกัน เพื่อนำข้าวแต่ละแปลงไปใช้ปลูกในปีที่ 4 (ข้าว 1 แปลงมาจากข้าว 1 เมล็ด)

ปีที่ 4 เป็นการปลูกเพื่อขยายเมล็ดและรักษาพันธุ์ โดยนำข้าวที่ได้จากแปลงในปีที่ 3 มาแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกนำข้าวแต่ละรวงในแปลงไปปลูกรวมกันในแปลงนารวมเพื่อขยายพันธุ์ สำหรับส่วนที่สองนำข้าวแต่ละรวงมาตกกล้าแยกออกจากกันเพื่อนำกล้าไปปลูกในแปลงที่แบ่งเป็นแถวๆ (กลับไปเหมือนปีที่ 2 อีกครั้ง) เพื่อรักษาพันธุ์ให้บริสุทธิ์
เมื่อข้าวออกรวงพร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้จะแบ่งเป็นสองส่วน คือ
ส่วนแรก ที่ได้จากการปลูกรวมกันจะได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่สามารถนำไปจำหน่ายเป็นเมล็ดพันธุ์ขยายหรือเมล็ดพันธุ์จำหน่ายตามความบริสุทธิ์ที่ได้
ส่วนที่สอง ที่ได้จากการปลูกข้าวรวงต่อแถว ให้คัดเลือกแถวที่มีลักษณะตามที่ต้องการเก็บไว้ เพื่อนำมาปลูกรวงต่อแถวในปีต่อๆ ไป ส่วนแถวที่ไม่เลือกไว้ก็ใช้จำหน่ายเป็นเมล็ดพันธุ์ขยายหรือเมล็ดพันธุ์จำหน่ายตามความบริสุทธิ์ได้

ซึ่งสามารถสรุปวิธีการปลูกและคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ได้ดังรูปต่อไปนี้


การผลิตเมล็ดพันธุ์ : โอกาสของชุมชนท้องถิ่น

แม้ว่าเทคนิคการผลิตเมล็ดพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์จะเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบและความเอาใจใส่เป็นอย่างมาก แต่เทคนิคเหล่านี้ก็ไม่ได้ยากเกินความพยายามของเกษตรกรที่จะนำมาปรับใช้ในพื้นที่ อีกทั้งในปัจจุบันการผลิตเมล็ดพันธุ์โดยหน่วยงานของราชการ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์วิจัยข้าวหรือสถานีทดลองข้าวทั่วประเทศก็ยังไม่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวออกมาจำหน่ายให้กับเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องหาซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัทเอกชน ซึ่งบางครั้งก็เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

นอกจากนี้ในปัจจุบันนโยบายของภาครัฐก็ได้ให้ความสำคัญต่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ของชุนชน โดยกำหนดเป็น “โครงการส่งเสริมการผลิตกระจายพันธุ์ดีโดยชุมชน” ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งในแผนงานส่งเสริมการผลิตและใช้พันธุ์ดี ภายใต้ยุทธศาสตร์ของกรมส่งเสริมการเกษตร ระหว่างปี 2549 –2552 จึงเป็นโอกาสดีที่เกษตรกรและองค์กรชุมชนจะรวมตัวกันเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้รวมถึงผลิตเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกให้เกษตรกรกลุ่มอื่นๆ ต่อไป

หลากหลายประเด็นคำถามเกี่ยวกับการผลิตเมล็ดพันธุ์

ผู้เข้าอบรม : สาเหตุหลักของการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้มาตรฐานคืออะไร?
วิทยากร : เมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมีสาเหตุหลักมาจากการปะปนของเมล็ดพันธุ์อื่นๆ ระหว่างขั้นตอนการผลิตเป็นสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาจากข้าวเรื้อและกระบวนการเก็บเกี่ยว การนวด และเก็บรักษาที่ไม่ระมัดระวังจนทำให้เกิดการปะปนของเมล็ดพันธุ์หรือสิ่งเจือปนอื่นๆ ได้

ผู้เข้าอบรม : การกลายพันธุ์เป็นสาเหตุหนึ่งของผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่?
วิทยากร : โดยปกติเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมีสาเหตุหลักมาจากการปะปนของเมล็ดพันธุ์อื่นๆ ส่วนการกลายพันธุ์ของข้าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้บ้างแต่น้อยมาก แม้แต่ข้าว กข 6 (ข้าวเหนียว)ที่เกิดจากการนำข้าวขาวดอกมะลิ 105 (ข้าวเจ้า) มาผ่านกระบวนการฉายรังสีเพื่อเปลี่ยนพันธุกรรม ก็สามารถนำมาปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ได้เพราะข้าวเมื่อถูกทำให้เปลี่ยนพันธุกรรมแล้วก็จะเปลี่ยนไปเลยไม่กลายพันธุ์กลับมา นอกจากนี้การที่ข้าวจะมีการผสมข้ามสายพันธุ์ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย เนื่องจากธรรมชาติของดอกข้าวและช่วงเวลาในการแตกดอกมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้สามารถพิจารณาได้ว่าข้าวที่ไม่ได้มาตรฐานเกิดจากสาเหตุของการกลายพันธุ์หรือการปะปนของเมล็ดพันธุ์ โดยดูจากรวงข้าวหากทั้งรวงเป็นพันธุ์ข้าวที่ผิดแผกไปแสดงว่ามีสาเหตุมาจากการปะปนของเมล็ดพันธุ์อื่น แต่ถ้ามีการกลายพันธุ์จะมีข้าวเพียงบางส่วนในรวงเท่านั้นที่ผิดแผกไป

ผู้เข้าอบรม : การปรับปรุงข้าวโดยการฉายรังสีหรือการใช้สารเคมีจะมีผลกระทบต่อมนุษย์หรือไม่?
วิทยากร : ข้าวที่ผ่านการฉายรังสีหรือการใช้สารเคมีเพื่อปรับปรุงพันธุ์จะไม่มีผลกระทบต่อมนุษย์ที่บริโภคข้าวเหล่านี้

ผู้เข้าอบรม : หากใช้เทคนิคการปลูกข้าวกล้องจะเป็นวิธีการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ดีกว่าหรือไม่?
วิทยากร : โดยปกติการใช้ข้าวกล้องมาปลูกมีข้อดีคือทำให้สามารถพิจารณาคัดเลือกข้าวที่มีลักษณะไม่ดีออกไปได้ แต่ข้อด้อยคือต้องเสียเวลาและแรงงานมากรวมทั้งหากสาเหตุของความผิดปกติของเมล็ดพันธุ์เกิดจากสภาพแวดล้อม การเลือกด้วยข้าวกล้องก็ไม่ใช้วิธีการแก้ปัญหา ซึ่งโดยทั่วไปปัญหาที่เกิดขึ้นกับข้าวมีทั้งสาเหตุที่มาจากพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ดังตารางที่ 2



ผู้เข้าอบรม : หากได้มีการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ตามขั้นตอนที่อบรมทุกขั้นตอนแล้ว จะสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์เอาไว้ใช้ได้นานกี่ปี?
วิทยากร : หากมีการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ที่ดีแล้ว สามารถปลูกติดต่อกันได้อีกนานหลายๆ ปี จนกว่าจะเกิดปัญหาการปะปนของเมล็ดพันธุ์อื่นหรือปัญหาโรคและแมลง

ผู้เข้าอบรม : เมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรหรือชุมชนพัฒนาขึ้นถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่? และมีการรับรองสิทธิประโยชน์ของผู้พัฒนาอย่างไร?
วิทยากร : เมล็ดพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นเองและมีคุณลักษณะแตกต่างจากพันธุ์ข้าวที่มีอยู่เดิมถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้พัฒนา ซึ่งเกษตรกรหรือชุมชนสามารถนำไปจดความเป็นเจ้าของหรือจดสิทธิบัตรได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้พัฒนา โดยหากเลือกจดสิทธิบัตรเมล็ดพันธุ์ข้าวก็จะได้รับความคุ้มครองในกรณีที่มีผู้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวนี้ไปผลิตเพื่อการค้าเมล็ดพันธุ์ แต่ทั้งนี้การจดสิทธิบัตรจะไม่ควบคุมไปถึงการนำเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไปปลูกเป็นข้าวเพื่อการบริโภคหรือจำหน่าย

บทสรุป : การผลิตเมล็ดพันธุ์กับการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวท้องถิ่น

เกษตรกรหรือชุมชนสามารถนำเทคนิคการผลิตเมล็ดพันธุ์มาใช้สำหรับการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวท้องถิ่นได้ แต่ทั้งนี้ต้องทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม แบ่งหน้าที่กันทำงาน และที่สำคัญพันธุ์ข้าวท้องถิ่นที่อนุรักษ์จะต้องเป็นพันธุ์ข้าวที่ชุมชนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากการผลิตเมล็ดพันธุ์เป็นงานที่ต้องลงทุนลงแรงค่อนข้างมาก หากผลิตแล้วไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ก็จะเป็นภาระกับชุมชนที่อนุรักษ์พันธุ์ข้าวเหล่านี้

นอกจากนี้ หากชุมชนต้องการพัฒนาพันธุ์ข้าวขึ้นเองจากพันธุ์ที่มีอยู่เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามต้องการ ก็สามารถทำได้แต่ชุมชนต้องใช้กำลังคน เวลาและงบประมาณค่อนข้างมาก รวมทั้งโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้พันธุ์ที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดคือชุมชนอาจประสานมายังหน่วยงานราชการ เช่น ศูนย์วิจัยข้าว เพื่อให้ช่วยพัฒนาพันธุ์ให้และจึงนำพันธุ์ที่ได้ไปผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ใช้ภายในชุมชนต่อไป ซึ่งหน่วยงานราชการก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่

โดยสรุปแล้วการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและการคัดเลือกพันธุ์ข้าวบริสุทธิ์ นับเป็นเทคนิคที่น่าสนใจ ชุมชนสามารถนำเทคนิคนี้มาปรับใช้ในพื้นที่ของตัวเอง รวมทั้งสามารถนำมาสนับสนุนงานอนุรักษ์พันธุ์ข้าวท้องถิ่นได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ของแต่ละกลุ่มชุมชน...