<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
การศึกษารวบรวมพันธุกรรมพื้นบ้าน ภูมินิเวศทุ่งกุลาร้องไห้
ภูมินิเวศ ทุ่งกุลาร้องไห้
พื้นที่ศึกษา อ.เกษตรวิสัย อ.ปทุมรัตน์ อ.สุวรรณภูมิ อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด
อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ และ
อ.ราษีไศล จ.ศรีษะเกษ
นักวิจัยหลัก
ธีรนันท์ คะบุตร อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของ
เกษตรกรรายย่อย ภูมินิเวศทุ่งกุลาร้องไห้
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษาสถานะการคงอยู่และการสูญหายไปของพันธุกรรมพื้นบ้านในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้
2. เพื่อศึกษาถึงลักษณะประจำพันธุ์ของพันธุกรรมพื้นบ้าน
3. เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์และพัฒนาพันธุกรรมพื้นบ้านโดยเกษตรกรและองค์กรชุมชน
การเปลี่ยนมาทำเกษตรเชิงเดี่ยวทำให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้น้อยลง
โดยเฉพาะการใช้เมล็ดพันธุ์แผนใหม่ที่เดิมคาดว่าจะให้ผลผลิตดีกว่าเมล็ดพันธุ์พื้นเมือง
แต่กลับทำให้เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชควบคู่ในปริมาณมาก
ต้นทุนการผลิตจึงเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาผลผลิตก็ตกต่ำผันผวนอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนั้น
การเปลี่ยนแบบแผนการผลิตยังทำให้เกษตรกรไทยทอดทิ้งภูมิปัญญาการเกษตรที่เคยมี
ที่สำคัญคือละทิ้งการใช้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ซึ่งมักเป็นพันธุ์ที่ได้รับเลือกสรรจากคนรุ่นก่อนจนมีความเหมาะสมสอดคล้องแต่ละสภาพพื้นที่
ปัจจุบันเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านลดน้อยลงไปมาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องศึกษาและสำรวจเพื่อรวบรวมความรู้เกี่ยวกับพันธุกรรมพื้นบ้านที่มีอยู่และที่กำลังจะสูญหายไป
เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์พืชพื้นบ้านในภูมินิเวศทุ่งกุลาร้องไห้ต่อไป
ในการศึกษาได้สำรวจสถานะพันธุกรรมพื้นบ้านทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และพันธุ์ข้าว
โดยพบว่าแม้พันธุ์พื้นบ้านจะสูญหายไปแล้วมาก แต่ก็ยังมีบางส่วนคงเหลืออยู่
โดยพื้นที่ที่ยังคงมีชนิดพันธุ์ข้าวพื้นบ้านคงเหลืออยู่มากที่สุด คือ อ.
ปทุมรัตต์ ซึ่งมีถึง 21 ชนิด อย่างไรก็ดี พันธุ์ข้าวที่สูญหายไปแล้วก็มีมากถึง
38 ชนิด นอกจากนั้นยังพบว่า สาเหตุที่ทำให้พันธุ์ข้าวพื้นบ้านหายไป ได้แก่
การที่ตลาดไม่ต้องการ การที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งช่วยให้การทำนาสะดวกสบายขึ้นนั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อข้าวพันธุ์ใหม่มากกว่าพันธุ์พื้นบ้าน
การมีที่นาจำนวนน้อยจนไม่เพียงพอต่อการปลูกข้าวหลายชนิดๆ ความยุ่งยากในการเก็บรักษาของพันธุ์พื้นบ้าน
และการที่รัฐส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวหอมมะลิ ส่วนสาเหตุที่ทำให้พืชพื้นบ้านหายไปก็คือ
การที่พื้นที่ป่าโคกและป่าทามหมดไป และการหันไปปลูกพืชอื่นที่มีราคากว่าแทน
ขณะที่สาเหตุที่ทำให้พันธุ์สัตว์พื้นบ้านหายไปก็คือ การที่พื้นที่ป่าหมดไป
การที่คนมักจับสัตว์กินเป็นอาหาร และการที่ปัจจุบันไม่มีการใช้ประโยชน์จากสัตว์ต่างๆ
เท่าที่ควร สำหรับสาเหตุที่พันธุกรรมพื้นบ้านบางอย่างยังคงอยู่เนื่องมาก็คือการที่ยังมีบทบาท/คุณประโยชน์ในหลายด้าน
เช่น ไว้บริโภคในครัวเรือน ไว้ใช้ในงานบุญและพิธีกรรมต่างๆ รวมทั้งการที่ปลูกง่าย/ทนทาน
และเกษตรกรเห็นว่าการบริโภคพันธุ์พื้นบ้านนั้นปลอดภัยจากสารเคมี

หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...
|