<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
สถานภาพการคงอยู่และสูญหายของพันธุกรรมข้าวพื้นบ้าน ภูมินิเวศกาฬสินธุ์
ภูมินิเวศ กาฬสินธุ์
พื้นที่ศึกษา บ้านเหล่าไห่งาม อ.กุฉินารายณ์ บ้านนากระเดาและบ้านกุดตาใกล้
ต.สายนาวัง อ.นาคู จ.
กาฬสินธุ์ และบ้านนาท่ม ต.บ้านแมดนาท่ม อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
นักวิจัยหลัก
อารีวรรณ คูสันเที๊ยะ อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน ชมรมศิษย์เก่าบูรณะชนบทและเพื่อน
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษารวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นบ้านในที่ยังคงอยู่และสูญหายไปในเขตภูมินิเวศกาฬสินธุ์
2. เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่และการสูญหายไปของพันธุกรรมพื้นบ้าน
3. เพื่อศึกษาถึงรูปแบบการอนุรักษ์และพัฒนาพันธุกรรมพื้นบ้านโดยเกษตรกรและชุมชน
แม้ปัจจุบันเกษตรกรภูมินิเวศกาฬสินธุ์จะทำการผลิตแผนใหม่ โดยในเขตพื้นที่ราบลุ่มทำนาโดยใช้ข้าวพันธุ์ใหม่อย่างพันธุ์
กข 6 และพันธุ์หอมมะลิ ส่วนเขตพื้นที่ก็ดอนปลูกพืชไร่เศรษฐกิจจำพวกอ้อยและมันสำปะหลัง
อย่างไรก็ตาม ครัวเรือนจำนวนไม่น้อยยังคงมีวิถีการผลิตแบบดั้งเดิมควบคู่ไปด้วย
โดยเฉพาะการปลูกข้าวพันธุ์พื้นบ้าน
จากการสำรวจของคณะผู้วิจัยพบว่า ปัจจุบันในภูมินิเวศกาฬสินธุ์ยังปลูกพันธุ์ข้าวพื้นบ้านอยู่ถึง
38 สายพันธุ์ แม้จะสูญหายไปแล้วราว 37 สายพันธุ์ก็ตาม นอกจากนั้นยังพบว่า
ปัจจัยที่ส่งผลให้ยังมีการปลูกข้าวพันธุ์พื้นบ้านกันอยู่มากก็คือ 1) รูปแบบการบริโภคและรสนิยม/ความชอบของครัวเรือน
ทำให้มีการปลูกข้าวหลายพันธุ์ นอกจากนั้น กลุ่มชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันก็มักมีรสนิยม/ความชอบในข้าวพันธุ์ที่แตกต่างกันด้วย
เช่น ชาวไทยญ้อและภูไทชอบกินเป็นข้าวเมล็ดอ้วนสั้นและอ้วนใหญ่อย่างข้าวลำตาม
ข้าวแม่ฮ้าง และข้าวปลาเข็ง ส่วนคนลาวอีสานชอบข้าวเมล็ดเรียวเล็กอย่างข้าวพันธุ์เหลืองทอง
เป็นต้น 2) การใช้ประโยชน์จากข้าวบางพันธุ์ในด้านสมุนไพร/การรักษาโรค ตลอดจนความเชื่อบางประการ
เช่น เชื่อว่าข้าวพื้นบ้านบางพันธุ์มีน้ำตาลน้อยกว่าข้าวพันธุ์ กข. ทำให้ไม่เป็นโรคเบาหวาน
3) การที่ข้าวพันธุ์พื้นบ้านมีต้นทุนการปลูกน้อยกว่าข้าวพันธุ์ส่งเสริมเนื่องจากไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมี
แม้จะขายได้ราคาต่ำกว่าก็ตาม 4) ความสอดคล้องกับการจัดการแรงงานในครัวเรือน
เนื่องจากข้าวพันธุ์พื้นบ้านต่างๆ มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่พร้อมกัน โดยมีทั้งพันธุ์ข้าวเบา
ข้าวกลาง และข้าวหนัก จึงง่ายต่อการจัดการแรงงานที่มีอยู่จำกัดในครัวเรือน
5) การมีประโยชน์ด้านอื่นนอกเหนือจากผลตอบเป็นตัวเงิน เช่น ถอนกล้าง่าย เกี่ยวง่าย
ต้นสูงใหญ่ให้ฟางสำหรับใช้เลี้ยงวัวควายได้มาก เป็นต้น 7) การที่ข้าวเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมต่างๆ
ดังนั้น หากข้าวพันธุ์ใดมีระยะเก็บเกี่ยวตรงกับช่วงงานบุญประเพณีหรือเป็นพันธุ์ที่เหมาะกับการทำขนมในงานบุญก็มักจะถูกคัดเลือกมาปลูก
8) การที่ในชุมชนมีกระบวนการแลกเปลี่ยนหรือแบ่งปันพันธุ์ข้าวที่ดีให้แก่กันบนฐานความมีน้ำใจและเอื้ออาทร
9) ความหลากหลายของพื้นที่/ระบบนิเวศ ที่มีทั้งที่ราบ ที่ดอน ที่เนิน และป่าเขา
แต่ละพื้นที่มีความเหมาะสมกับพันธุ์ข้าวแตกต่างกันไป ที่ผ่านมาเกษตรกรมีวิธีการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่ปลูกได้อย่างสอดคล้องกับสภาพพื้นที่
หากนำพันธุ์มาปลูกในบริเวณใดแล้วไม่งอกงาม ปีถัดไปก็จะนำพันธุ์อื่นมาปลูกแทน
และ 10) กิจกรรมการแลกเปลี่ยนพันธุ์ข้าวของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเมื่อปี
พ.ศ. 2542 ได้ส่งผลให้เกษตรกรกว่า 20 ครอบครัวหันกลับปลูกข้าวพันธุ์พื้นบ้าน
นอกจากนั้นยังทำให้บางพันธุ์กลับมาเป็นที่ชื่นชอบของเกษตรกรอีกครั้ง ดังกรณีข้าวพันธุ์เล้าแตก
ที่ให้ผลผลิตสูงและเมล็ดเรียวยาวเป็นที่ต้องการของตลาด
ส่วนสาเหตุที่ทำให้พันธุ์ข้าวพื้นบ้านเดิมสูญหายไปก็คือ การส่งเสริมข้าวพันธุ์ใหม่ของหน่วยงานรัฐ
ที่ในบางพื้นที่เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 และเริ่มอย่างจริงจังกว้างขวางในช่วงปี
พ.ศ. 2518-25250 โดยเฉพาะการส่งเสริมข้าวพันธุ์ กข 6 ที่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าหญ้าควบคู่ด้วยตลอด
ประกอบกับการที่ข้าวพันธุ์ใหม่มีราคาดีแตกต่างจากข้าวพันธุ์พื้นบ้านอย่างเห็นได้ชัดก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองสูญหายไปไม่น้อยด้วย
นอกจากนั้น ในกรณีที่ดอนใกล้เชิงเขาการที่ทางการสั่งห้ามชาวบ้านขึ้นไปทำกินบนเขาเพราะเกรงจะไปสนับสุนนพรรคคอมมิวนิสต์
ก็ทำให้พันธุ์ข้าวไร่สูญหายไปมากด้วยเช่นกัน เช่น ข้าวกระแสน ข้าวฮ้าง และข้างเหลืองทอง
เป็นต้น

หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...
|