กลับไป sathai โฮมเพจ


การศึกษาพันธุ์ปลาในลำน้ำพรม

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง



การศึกษาพันธุ์ปลาในลำน้ำพรม
ภูมินิเวศ เทือกเขาเพชรบูรณ์
พื้นที่ศึกษา ต.โนนทอง ต.บ้านหัน อ.เกษตรสมบูรณ์ และ ต.บ้านแก้ง ต.กุดยม อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ
นักวิจัยหลัก
สุพจน์ ทาแก้ง อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน สหกรณ์การเกษตรลุ่มน้ำพรม จำกัด


วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษาถึงจำนวน และชนิดพันธุ์ปลาในลำน้ำพรมช่วงก่อนและหลังการสร้างเขื่อน
2. เพื่อศึกษาถึงสาเหตุการสูญพันธุ์ของปลาในลำน้ำพรม และผลกระทบที่เกิดขึ้น
3. เพื่อศึกษาถึงแนวทางการพัฒนา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ปลาและสิ่งแวดล้อมในลำน้ำพรม

ลำน้ำพรมมีต้นกำเนิดมาจากเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ ไหลผ่าน 4 อำเภอใน จ.ชัยภูมิ คือ อ.คอนสาน อ.เกษตรสมบูรณ์ อ.ภูเขียว และ อ.บ้านแท่น ชุมชนแถบนี้ได้อาศัยลำน้ำพรมเป็นแหล่งอาหารสำคัญ เนื่องจากเดิมมีพันธุ์ปลาอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีรายได้เสริมจากการจับปลาขายอีกด้วย ทั้งนี้ ชุมชนมีความรู้ในการผลิตเครื่องมือประมงและมีวิธีการทำประมงที่หลากหลายที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ซึ่งล้วนเป็นการทำประมงไม่ทำลายล้าง นอกจากนั้นปลาที่จับได้จากลำน้ำพรมยังเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมและงานบุญในชุมชน ดังเช่นในงานบุญแจกข้าว ญาติมิตรจะช่วยกันทำ “เยาะ” ด้วยการตัดต้นไม้ตามริมฝั่งและปักลงแช่น้ำ 8-12 เดือนเพื่อเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของปลา เมื่อใกล้ถึงวันงานก็ช่วยกันไปเอาปลาที่เยาะมาแบ่งกัน แต่นับแต่มีการสร้างเขื่อนห้วยกุ่ม เขื่อนโนนเขวา และนับแต่เขื่อนจุฬาภรณ์เปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2516 ได้มีการผันน้ำออกจากลำน้ำพรมลงสู่ลำน้ำเซินเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า ทำให้ลำน้ำพรมเหือดแห้งเป็นเวลานานในแต่ละปี ทำให้น้ำไม่ไหลเวียน เน่าเสีย และบางแห่งก็ตื้นเขินเนื่องจากการทับถมของตะกอน ปลาก็เริ่มมีน้อยและบางชนิดได้สูญพันธุ์ไป ดังนั้น กลุ่มชาวบ้านลำน้ำพรมจึงต้องการศึกษาวิจัยเพื่อให้ทราบแน่ชัดถึงชนิดและจำนวนพันธุ์ปลาที่เคยมีในอดีตและที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนสาเหตุการสูญหายไปซึ่งนอกเหนือจากผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแล้วก็ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น การใช้สารเคมีในแปลงเกษตร การใช้เครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อนำหาแนวทางอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ปลาโดยกลุ่ม/องค์กรชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป

คณะวิจัยได้แบ่งพื้นที่การเก็บข้อมูลเป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่ต้นน้ำพรม พื้นที่กลางน้ำพรม และพื้นที่ท้ายน้ำพรม โดยนักวิจัยได้สัมภาษณ์พรานปลาและชาวบ้านทั่วไปของทั้ง 3 พื้นที่ ผลจากการศึกษาพบว่า ก่อนการสร้างเขื่อนมีพันธุ์ปลาในลำน้ำพรมอยู่ 57 ชนิด หลังการสร้างเขื่อนมีพันธุ์ปลาเหลือเพียง 27 ชนิด อย่างไรก็ดี ระยะหลังมีพันธุ์ปลาใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ปลายี่สก ปลานิล ปลาสวาย ฯลฯ เนื่องจากหน่วยงานรัฐและชาวบ้านนำมาปล่อย ขณะที่เครื่องมือประมงที่ใช้ช่วงก่อนสร้างเขื่อนมีอยู่กว่า 20 ชนิด เช่น จ่อหว่อ กะแตง ตุ้มปลากด บั้งลัน พุ แหป่าน ยอป่าน ฯลฯ ทั้งหมดผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และเครื่องมือประมงแต่ละอย่างเหมาะกับการจับปลาที่ต่างชนิดกัน ขณะที่ช่วงหลังการสร้างเขื่อนใช้เพียงเบ็ดเป็นอุปกรณ์หลักในจับปลาเท่านั้น นอกจากนั้น ในผลการวิจัยยังมีข้อเสนอต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาพันธุ์ปลาและสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำพรมไว้ 2 ระดับ คือ ระดับการจัดการโดยชุมชนด้วยการกำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและการปลูกป่าและอนุรักษ์ป่าไม้ริมฝั่งลำน้ำ และระดับนโยบายที่เน้นให้ภาครัฐปรับบทบาทในการบริหารจัดการน้ำโดยต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมด้วย โดยเฉพาะกรณีการปล่อยน้ำและเก็บกักน้ำจากเขื่อน



หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...