<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
การฟื้นฟูและอนุรักษ์ผักพื้นบ้านภาคกลาง
ภูมินิเวศ สุพรรณภูมิ
พื้นที่ศึกษา อ.เมือง อ.เดิมบางนางบวช และ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี อ.เลาขวัญ
จ.กาญจนบุรี และ
อ.เสนา จ.อยุธยา
นักวิจัยหลัก
เหรียญ ชำนิ อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน มูลนิธิข้าวขวัญ
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษาถึงชนิดของพืชผักพื้นบ้านที่มีอยู่ในภาคกลาง และการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ
2. เพื่อสร้างกระบวนการให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญ คุณค่า และประโยชน์ของพืชผักพื้นบ้านในด้านต่างๆ
โดยเฉพาะในแง่การเป็นอาหารที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ
3. เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรรวบรวมและปลูกพืชพื้นบ้านในครัวเรือนมากชนิดขึ้น
ผักพื้นบ้านนอกจากจะมีประโยชน์ในแง่ที่เป็นอาหารแล้ว ยังมีคุณค่าในด้านสมุนไพรที่ช่วยปรับธาตุดิน
น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายมนุษย์ให้สมดุล นอกจากนั้น ผักพื้นบ้านยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพท้องถิ่นได้ดี
ทนทานต่อโรคและแมลงรบกวน ไม่ต้องการปุ๋ยและการดูแลมาก หากเกษตรกรปลูกพืชผักพื้นบ้านในครัวเรือนไว้หลากหลายชนิดนอกจากจะทำให้สมาชิกในครอบครัวมีอาหารดีมีคุณค่าบริโภคแล้ว
ยังเป็นการพึ่งตนเองและนำความยั่งยืนมาสู่ครอบครัว ชุนชน และสภาพแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย
ดังนั้น เกษตรกรในโครงการนำร่องฯ ภูมินิเวศสุพรรณภูมิ จึงได้ร่วมกันศึกษาวิจัยเพื่อรวบรวมความรู้เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์และขยายพันธุ์ผักพื้นบ้าน
และเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเห็นความสำคัญของผักพืชบ้านและรู้จักวิธีการนำผักพื้นบ้านชนิดต่างๆ
ไปใช้ประโยชน์
กระบวนการวิจัยประกอบด้วย การวิเคราะห์สถานการณ์ผักพื้นบ้านโดยเกษตรกร ซึ่งพบว่า
สาเหตุหลักของการสูญหายไปของผักพื้นบ้าน ได้แก่ การปลูกพืชเชิงเดี่ยว การใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช
และการขาดกระบวนการถ่ายทอดความรู้การใช้ประโยชน์ผักพื้นบ้านของคนรุ่นก่อน
ส่วนผลการสำรวจข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ทำให้ทราบแม้เกษตรส่วนใหญ่จะรู้จักชนิดของผักพื้นบ้านกันมาก
(รู้จักเฉลี่ยรายละ 94 ชนิด) และมีจำนวนผักพื้นบ้านหลงเหลืออยู่ในแปลงเกษตรไม่น้อย
(เฉลี่ยรายละ 54 ชนิด) แต่เกษตรส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เรื่องการนำพืชผักพื้นบ้านไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ
มากนัก นอกจากนั้นงานวิจัยยังมีขั้นตอนการศึกษาดูงานที่ทำให้เกษตรกรได้รับความรู้เพิ่มเติมในเรื่องการใช้พืชผักพื้นบ้านเป็นสมุนไพรรักษาโรค
รวมทั้งความรู้ด้านการพัฒนาสูตรอาหารจากผักพื้นบ้าน ที่สำคัญการวิจัยยังมีขั้นตอนการวางแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูพืชผักพื้นบ้าน
โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมจะนำพืชผักพื้นบ้านที่สำรวจพบแล้วว่ายังปลูกกันน้อยมาขยายพันธุ์แล้วแบ่งกันไปปลูก
จากนั้นจึงค่อยนำมาแลกเปลี่ยนพันธุ์กันภายในกลุ่มรวม 21 คน โดยกำหนดร่วมกันว่าแต่ละรายต้องขยายพันธุ์ให้ได้
4 ชนิด ชนิดละ 60 ต้น และต้องเก็บข้อมูลตั้งแต่วิธีการขยายพันธุ์ การปลูก
การดูแลรักษา ลักษณะธรรมชาติของพืช และวิธีการนำไปใช้ประโยชน์ด้านอาหารและยาสมุนไพร
โดยจะได้นำข้อมูลที่ได้มาแลกเปลี่ยนกันอีกครั้ง

หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...
|