กลับไป sathai โฮมเพจ


พันธุ์ข้าวพื้นบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง



พันธุ์ข้าวพื้นบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
ภูมินิเวศ ภาคใต้ตอนบน
พื้นที่ศึกษา อ.ชะอวด อ.หัวไทร อ.จุฬาภรณ์ อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.ปากพนัง
จ.นครศรีธรรมราช
กลุ่ม/องค์กรชาวบ้านที่รับผิดชอบ กลุ่มเกษตรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลุ่มน้ำปากพนังตอนบน
นักวิจัยหลัก
จรัส ทองทะวัย อาชีพ เกษตรกร
ชัยณรงค์ คงเกื้อ อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน โครงการการจัดการทรัพยากรโดยองค์กรชุมชนในพื้นที่ลุ่ม
น้ำภาคใต้


วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษารวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นบ้านที่ยังคงอยู่และสูญหายไปแล้วในเขตลุ่มน้ำปากพนังตอนบน
2. เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการลดลงของการทำนาและพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน
3. เพื่อศึกษาทดลองและหาความรู้เกี่ยวกับการปลูกและขยายพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน

ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเป็นแหล่งปลูกข้าวขนาดใหญ่ของภาคใต้ ข้าวจากลุ่มน้ำปากพนังไม่เพียงแต่ส่งไปเลี้ยงผู้คนทั่วภาคใต้เท่านั้น แต่ยังส่งออกไปดินแดนอื่นบริเวณแหลมมลายูอีกด้วย ทั้งนี้ ลุ่มน้ำปากพนังเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ และระบบนิเวศที่เหมาะสมกับการปลูกข้าวเป็นอย่างยิ่ง แต่ปัจจุบันการทำนาในเขตลุ่มน้ำปากพนังลดน้อยลงมาก โดยพื้นที่นาถูกปรับเปลี่ยนเป็นสวนยางพาราและสวนไม้ผล ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คนเลิกทำนาเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้พื้นที่ทำข้าวไร่ลดน้อยลงอย่างมากด้วย กรณีนาดอนแม้รัฐจะพยายามส่งเสริมให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวพันธุ์ส่งเสริม แต่ในระยะหลังความนิยมปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ดังกล่าวก็เริ่มลดลงเนื่องจากสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีพื้นที่นาร้างกระจัดกระจายอยู่ทั่วลุ่มน้ำ ขณะที่นาลึก (นาลุ่ม) ก็ถูกเปลี่ยนเป็นนากุ้งหรือไม่ก็ได้รับผลกระทบด้านน้ำเค็มจากนากุ้งข้างเคียงจนไม่อาจปลูกข้าวได้ดังเดิม อย่างไรก็ตาม ยังมีเกษตรกรบางส่วนที่ยังคงเห็นคุณค่าของการทำนาและการปลูกข้าวพันธุ์พื้นบ้านอยู่ จึงได้ริเริ่มศึกษาวิจัยเพื่อรื้อฟื้นและอนุรักษ์การทำนาและพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน เพื่อสร้างความพอเพียงด้านอาหารในครอบครัวและเพื่อรักษาประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามที่เกี่ยวข้องกับการทำนาเอาไว้

การวิจัยประกอบด้วยการเก็บข้อมูลสถานการณ์พันธุ์ข้าวพื้นบ้านทั้งในระดับภาพรวมของประเทศและในเขตลุ่มน้ำปากพนัง เก็บข้อมูลลักษณะและวิธีการทำนาในอดีต ทดลองปลูกข้าวพันธุ์พื้นบ้าน และจัดกิจกรรมรื้อฟื้นประเพณีเกี่ยวกับการทำนา อาทิ พิธีสมโภชน์ข้าว เป็นต้น

จากการศึกษาพบว่า การทำนาในอดีตจะมีพิธีกรรมต่างๆ ควบคู่ไปด้วยเกือบทุกขั้นตอน และเป็นการทำนาที่เกษตรกรยังสามารถพึ่งตนเองได้มาก เนื่องจากเครื่องมือที่ใช้ส่วนใหญ่ก็ผลิตขึ้นเองและใช้แรงงานสัตว์ ที่สำคัญแต่ละครัวเรือนมีการทำนาหลายแบบ ทั้งนาลึก นาดอน และข้าวไร่ ทำให้ต้องใช้พันธุ์ข้าวหลากหลายชนิดเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่

นอกจากนั้นยังพบว่า ในอดีตลุ่มน้ำปากพนังมีพันธุ์ข้าวต่างๆ มากถึง 114 ชนิด แบ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกนาดอน 40 ชนิด ปลูกนาลึก 35 ชนิด ปลูกทั้งนาลึกและนาดอน 6 ชนิด ปลูกนาลึกดินเหนียว 18 ชนิด ปลูกเป็นข้าวไร่ 12 ชนิด ปลูกนาน้ำตมดินเหนียว 1 ชนิด และปลูกนาดอนดินเหนียว 1 ชนิด ขณะที่ในปัจจุบันมีเหลืออยู่เพียง 18 ชนิดเท่านั้น นอกจากนั้น ทีมวิจัยยังได้คัดเลือกพันธุ์ข้าวพื้นบ้านจำนวน 8 ชนิดจากที่เหลืออยู่มาทดลองปลูก ได้แก่ พันธุ์เล็บนก ดอกพะยอม สังหยด เข้มทอง เหลือง จำปาเหลือง ลูกเขือ (ข้าวนอกเขา) และช่อจงกล โดยทดลองปลูกคนละ 3 ไร่ ใส่ใช้ปุ๋ยหมักในปริมาณที่กำหนด และห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช แต่ละรายจะเลือกพันธุ์ที่ปลูกแตกต่างกันไปตามแต่สภาพพื้นที่ ผลปรากฎว่าส่วนใหญ่ข้าวเจริญเติบโตดี แต่บางแปลงก็มีปัญหาเล็กน้อย เช่น ปัญหาหนูมากินข้าวเล็บนกและดอกพะยอม และข้าวดอกพะยอม สังหยด และเล็บนก พบปัญหาลำต้นล้มหักง่าย



หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...