หน้าแรกของเว็บนี้ ติดตามกิจกรรมมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ข่าวแวดวงเกษตรกรยั่งยืน บทความที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน สื่อและสิ่งพิมพ์เกษตรกรรมยั่งยืน ผลผลิตจากเกษตรกร และสนับสนุนสินค้าเพื่องานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เว็บไซด์และเครือข่ายในงานส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ติดต่อมูลนิธิและสถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
 
  มูลนิธิเกษตรยั่งยืนประเทศไทย : ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและพัฒนางานเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยและองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในสังคมวงกว้าง >> ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ประกอบด้วย >>| 1) สนับสนุนให้เกิดการศึกษา รวบรวมและเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและองค์กรชุมชน | 2) เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน กลุ่มต่างๆในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในท้องถิ่น | 3) รณรงค์เผยแพร่ความรู้ และการศึกษาในเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่สาธารณะชน | 4) ประสานความร่วมมือกับองค์กร พันธมิตร นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาในการพัฒนานโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพ  
 
 
เกษตรกรรมยั่งยืน
นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปรับปรุงบำรุงดิน ปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ
ผลกระทบเคมีเกษตร และสมุนไพรทดแทน

พันธุกรรมพืชสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แนวคิดและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืน
เทคนิคการปลูกการจัดการน้ำ
เลี้ยงสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
แปรรูปผลผลิต ตลาดทางเลือก ธุรกิจชุมชน
กระบวนการเข้าสู่เกษตรกรรมยั่งยืน
กระบวนการจัดการหนี้สินในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
บริหารจัดการ และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยองค์กรชุมชน
เกษตรกรรมยั่งยืน กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
สถาบันเกษตรกรรมยั่งยืน
โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน
ฐานทรัพยากรอาหาร
บริการห้องสมุดเกษตรกรรมยั่งยืน
เว็บที่เกี่ยวข้อง
ผักพื้นบ้านยอดนิยม
คุณรู้หรือไม่ว่า ชาวบ้านในเขตชายแดนไทย-เขมร ต้องตาย แขนขาขาดกันปีละหลาย 10 คน เพราะในฤดูฝนที่ผักหวานออก พวกเค้าจะต้องฝ่าดงทุ่นระเบิดที่เขมรแดง ไทย เขมรเสรี วางไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน .... เพียงเพราะในช่วงนี้ผักหวานจะมีราคาถึงกิโลละ 100 กว่าบาท มันมีค่าและให้รายได้มากแต่ชาวบ้านที่ยากจน ไม่มีกินมาตั้งแต่แล้งที่แล้ว ...แต่คงไม่มีค่ามากพอกับชีวิตของเค้า แน่นอน .... นี่คือวิธีนำผักหวานมาปลูก เพื่อพวกเค้าจะได้ไม่ต้องเสี่ยงภัยไปหาเข้าไปหาผักหวานในป่าอีก ทั้งชาวบ้านเกษตรกรทั่วไปก็สามารถปลูกผักหวานกินในบ้านได้อีกด้วย

การปลูกผักหวานบนจอมปลวก

พ่อสมจิตร เอกวารี

บ้านซำผักหนาม จ.ขอนแก่น

เริ่มจากการนำเมล็ดผักหวานมาบ่มให้สุก แล้วนำเมล็ดมาแช่น้ำ ขยำเพื่อแยกเนื้อที่ติดเมล็ดออกให้หมด จากนั้นนำมาผึ่งลมให้แห้งแล้วเก็บใส่ภาชนะปิดป้องกันความชื้น

การเพาะกล้าผักหวาน ให้นำเมล็ดมาเพาะใส่ถุงดำ ดูแลรดน้ำอย่างสม่ำเสมอประมาณ 25-30 วัน ผักหวานจะเริ่มงอกเป็นต้นกล้าขนาดเล็ก ดูแลให้น้ำต่อเนื่องประมาณ 2 ปี

ในระหว่างนั้นควรหมั่นใช้กรรไกรตัดยอดที่แตกออกมาให้เหลือประมาณคืบนิ้วมือ อาจใช้วิธีเด็ดยอดหรือรูดใบอ่อนทิ้ง เมื่อเข้าฤดูฝน (ดินเย็น) ให้นำต้นผักหวานลงปลูกในพื้นที่ที่เป็นจอมปลวก (ดินโพน) โดยให้มีต้นไม้ใหญ่คอยบังแสง หากไม่มี อาจต้องช่วยสร้างแผงเพื่อลดความรุนแรงของแสงแดด

ต้นผักหวานที่เจริญเติบโตและมีระบบรากที่แข็งแรงเพียงพอต่อการเลี้ยงลำต้น มักจะมีการแตกรากและเกิดต้นหน่อใหม่ ช่วยให้เกษตรกรสามารถขยายพันธุ์ผักหวานด้วยวิธีการแยกหน่อไว้อีกทาง นอกจากนั้นพบว่า หากเกษตรกรใช้เสียมสับบริเวณราก จะทำให้ต้นผักหวานแตกต้นอีกจำนวนมาก

ในขณะเดียวกันเกษตรกรต้องหมั่นรูดใบทิ้งเพื่อเร่งให้ผักหวานแตกใบเร็วขึ้น

 

การปลูกผักหวานผสมกับป่าลำไย

นายคำมูล ชินนาค

บ้านซำผักหนาม จังหวัดขอนแก่น

เริ่มต้นจากการเตรียมดินสำหรับเพาะเมล็ดผักหวานโดยใช้ดินจอมปลวก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า

  • ดินโพน อัตราส่วน 2 ถัง
  • แกลบดิบ (แกลบขาว) 2 ถัง และ
  • แกลบเผา (แกลบดำ) 1 ถัง ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน

นำเมล็ดผักหวานที่บ่มสุกแล้ว มาล้างน้ำแยกเนื้อที่หุ้มออก เช็ดเมล็ดให้แห้ง จากนั้นนำมาเพาะใส่ถุงดำ เพาะเมล็ดลึกประมาณนิ้วครึ่งแล้วใช้ดินกลบ

เลี้ยงดูแลในที่ร่ม ให้มีแสงแดดประมาณร้อยละ 50 ดูแลรดน้ำ 2-3 วันต่อครั้ง

จากนั้นประมาณ 3 อาทิตย์ เมล็ดผักหวานจะเริ่มแตกยอดอ่อน

เกษตรกรควรใช้กรรไกรตัดยอดที่แตกออกมา ให้เหลือไว้ประมาณคืบนิ้วมือ พอมีการแตกใบใหม่อีกก็ให้ตัดกิ่งอีกครั้ง จะทำให้ยิ่งแตกกิ่งดี

และการตัดยอดผักหวานจะช่วยเสริมให้ต้นมีระบบรากที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อกล้าผักหวานอายุได้ประมาณ 1 ปี ให้เปลี่ยนย้ายถุงเป็นถุงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ระบบรากกระจายดี

จากนั้นดูแลเพาะเลี้ยงจนครบปีที่ 2 กล้าผักหวานจะมีขนาดใหญ่และแข็งแรงพอที่จะปลูกลงดินได้ การปลูกผักหวานในสวนลำไยนั้น อาศัยหลักการในเรื่องความเกื้อกูลกันของต้นพืช

โดยปลูกผักหวานผสมในพื้นที่ของสวนลำไย เพื่ออาศัยต้นลำไยที่โตแล้วช่วยพรางแสงแดด เนื่องจากผักหวานไม่ชอบแดดจัดจนเกินไป นอกจากนี้ความชุ่มชื้นจากสวนลำไยทำให้ผักหวานเจริญเติบโตได้ดีขึ้นด้วย

 

| home | aboutus | news | article |
| media-publications | products-supporting | Links | contacts us |

www.sathai.org
Year 2005-2006
คลิกที่เข็มทิศ เพื่อดูแผนที่ไปมูลนิธิ
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)

Sustainable Agriculture Foundation Thailand

912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซ่อยย่อยที่ 7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/โทรสาร: 2 591 1195-6, 2 580 2035
อีเมล์ : sathai@sathai.org
มีปัญหาดาวน์โหลด/แนะนำเว็บไซด์/ต้องการนำเสนอข่าวสารติดต่อ ผู้ดูแลเว็บนี้
 
hotnews
movement
hotissue
smart article

คลิกที่นี่ !!
บอกเล่าเก้าสิบ เรื่องกรณีศึกษาเกษตรยั่งยืน

คลิกที่นี่ !!
เรื่องเล่าจากต่างแดน

ในเวดวงเกษตรกร
สนับสนุนสินค้าเกษตรกรรมยั่งยืน


ข้าวหอมมะลิชั้นหนึ่งจากนาเกษตรอินทรีย์ จ.สุรินทร์

สนับสนุนสินค้าเพื่อกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

เสื้อยืด ของที่ระลึกสวย จากศิลปินผู้สนับสนุนการส่งเสริม วิจัย และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน