<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
รูปแบบเกษตรกรมยั่งยืนที่เหมาะสม พื้นที่น้ำพอง
ภูมินิเวศ เทือกเขาเพชรบูรณ์
พื้นที่ศึกษา บ้านพองหนีบ ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย บ้านไร่ใต้ บ้านวังกวาง
บ้านส่องใต้ บ้านโปร่งนกแก้ว
และบ้านห้วยหินลับ ต.วังกวาง และบ้านนาสอพอง ต.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์
นักวิจัยหลัก
อกนิษฐ์ ป้องภัย อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน โครงการพัฒนาและฟื้นฟูระบบนิเวศน์ลำน้ำพอง
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษารูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืนที่เหมาะสมสำหรับต้นน้ำพอง
2.เพื่อศึกษาถึงปัจจัย/เงื่อนไขที่ส่งผลต่อการทำเกษตรยั่งยืนและรูปแบบเกษตรยั่งยืน
สำหรับประเทศไทยแล้วภาคการเกษตรมีศักยภาพในการรองรับปัญหาสังคมเมืองหรือผู้ที่ล้มเหลวจากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมได้ค่อนข้างมาก
ดังจะเห็นได้จากกรณีฟองสบู่แตกเมื่อปี พ.ศ. 2540 อย่างไรก็ดีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยยังคงประสบปัญหาหนี้สิน
เนื่องจากต้องลงทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะในรายที่ยังปลูกพืชเศรษฐกิจแบบเชิงเดี่ยว
ทั้งนี้ หากเกษตรมีการระบบผลิตเพื่อบริโภคและอุปโภคในครัวเรือนเป็นหลัก และหากมีการค้าขายก็เน้นการค้าขายภายในประเทศแทนการส่งออก
รวมทั้งหากมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อยู่กับไร่กับนา ลดการบริโภคฟุ่มเฟือย
ก็จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับภาคเกษตรได้มากยิ่งขึ้น แต่กระนั้น การค้นหารูปแบบของระบบการผลิตดังกล่าวต้องขึ้นกับปัจจัยหลายประการ
ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ สภาพพื้นที่ หรือสภาพแหล่งน้ำ โดยเฉพาะกรณีต้นน้ำพองที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาและเนินเขาน้อยใหญ่
มีที่ลาดชันมาก และมีที่ราบเพียงเล็กน้อย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยทำเพื่อความเข้าใจถึงรูปเกษตรกรรมยั่งยืนที่เหมาะสมกับพื้นที่
ตลอดจนปัจจัยเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ชุมชนในพื้นที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่ บางแห่งมีอายุกว่า 100 ปี รูปแบบเกษตรในยุคแรกเริ่มก่อตั้งชุมชน
ได้แก่ การปลูกข้าวไร่ การเลี้ยงสัตว์ และการหากินจากธรรมชาติ เช่น หาเห็ด
หน่อไม้ และไข่มดแดง เป็นต้น มีเป้าหมายการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน ผลผลิตบางส่วนถูกใช้ในงานพิธีกรรม
และสัตว์เลี้ยงอย่างวัว-ควายก็เป็นแรงงานในครัวเรือน ขณะที่ปัจจุบันชาวบ้านปลูกข้าวโพดเพื่อขายเป็นหลัก
ไม่มีการเลี้ยงสัตว์ใหญ่อย่างวัว-ควาย แม้จะยังมีการปลูกข้าวไร่ไว้กิน เลี้ยงสัตว์เล็ก
และปลูกผักสวนครัวเล็กๆ น้อยๆ ด้วยก็ตาม ทั้งนี้ การปลูกข้าวโพดมักขาดทุนเพราะราคาตกต่ำ
ฝนแล้ง รวมทั้งต้องลงทุนปัจจัยการผลิตสูงทั้งเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยเคมี นอกจากนั้น
ครัวเรือนก็มีค่าใช้จ่ายในการบริโภคมากขึ้นจากกระแสวัฒนธรรมบริโภคนิยม ที่เกิดจากการอพยพไปทำงานในเมืองด้วย
ปัจจัยที่ทำให้มีการเปลี่ยนมาทำเกษตรแผนใหม่ในพื้นที่ศึกษาก็คือ การส่งเสริมของรัฐและทุน
และเงื่อนไขของธนาคารเอการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ที่เอื้อต่อการปลูกข้าวโพดเศรษฐกิจมากกว่าการปลูกพืชชนิดอื่น
ส่วนลักษณะการปรับเปลี่ยนสู่การเกษตรแผนใหม่ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) การขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างขนานใหญ่
จากเดิมที่แม้จะจับจองที่ไว้หลายแปลง แต่ก็ใช้ประโยชน์หมุนเวียนเพื่อปลูกข้าวไร่ทีละเล็กละน้อย
และ 2) การเปลี่ยนจากการปลูกหลายชนิดมาปลูกข้าวโพดเพื่อขายอย่างเดียวรวมทั้งมีการปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นอย่างขิงเป็นต้น
ขณะที่การกลับมาทำเกษตรยั่งยืนเกิดขึ้นจากการแบกรับภาระหนี้สินและราคาผลผลิตที่ตกต่ำไม่ไหว
โดยได้ลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดและหันมาปลูกข้าวกินแทน นอกจากนั้น การส่งเสริมการปลูกไม้ผลยืนต้นโดยองค์กรพัฒนาเอกชนและการจัดเวทีวิเคราะห์ผลกระทบจากการผลิตแผนใหม่
ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรยั่งยืนด้วย
องค์ประกอบของรูปแบบเกษตรยั่งยืนในพื้นที่ศึกษาประกอบด้วย
1) ระบบนาขั้นบันไดในพื้นที่ลาดเอียง เนื่องจากการปลูกข้าวไร่มักให้ผลผลิตได้ไม่เพียงบริโภคตลอดปี
เกษตรกรจึงต้องหาทางเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าว ประกอบกับในเขตต้นน้ำพองมีพื้นที่ราบน้อยมาก
ชาวบ้านจึงต้องหาทางปรับที่ลาดเทของตนให้มีคันรองรับทิศทางการไหลของน้ำหรือมีคันขวางความลาดเท
ระบบนาขั้นบันไดมีทั้งนาในร่องห้วย นาในร่องน้ำ (ซึ่งมีความลาดเอียงน้อยกว่าและแคบกว่านาในร่องห้วย)
รวมทั้งนาที่มีการขุดสระหรือฝายไว้ที่สูงและมีแปลงนาอยู่ถัดลงมาตามทิศทางน้ำไหล
และนาที่การซอยที่นาเป็นผืนเล็กๆ ตามความลาดเอียง
2) ระบบการจัดการน้ำและการเก็บกักน้ำเพื่อใช้รดต้นไม้ ผัก และเลี้ยงปลา โดยมีทั้งสระน้ำ/ฝายกั้นน้ำในหุบเขา
การผันน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำโดยใช้ท่อ พี.วี.ซี และการใช้เครื่องตะบันน้ำ
3) ระบบการปลูกพืช มีการปลูกข้าวไร่เป็นหลัก โดยปลูกทั้งพันธุ์ข้าวไร่ ข้าวเหนียว
และข้าวเจ้าหลากหลายพันธุ์ เป็นข้าวเหนียว 13 พันธุ์ ข้าวเจ้า 7 พันธุ์ นอกนั้นก็มีการปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้นในแปลงเกษตรและสวนหลังบ้าน
ที่พบมีอยู่ราว 29 ชนิด เช่น มะม่วง ขนุน ลำไย ส้มโอ ชมพู่ มะไฟ มะนาว แค
ขี้เหล็ก ฯลฯ การปลูกไม้ยืนต้นนั้นหากเป็นพื้นที่ไร่จะปลูกเป็นแนวห่างกัน
เพราะต้องการใช้พื้นที่ปลูกข้าวไร่/ข้าวโพดแซมในช่วง 3-4 ปีแรก แต่หากเป็นสวนหลังบ้านก็จะปลูกแบบไม่เป็นแถวเป็นแนว
นอกจากนั้นก็มีการปลูกพืชผักและพืชล้มลุกกว่า 38 ชนิด และมีพืชสมุนไพรอีก
18 ชนิด
4) การเลี้ยงปศุสัตว์ มีทั้งที่สัตว์เลี้ยงเพื่อเป็นอาหารรายวัน เช่น เป็ด
ไก่ และปลา เป็นต้น และสัตว์เลี้ยงสำหรับใช้บริโภคในงานพิธีสำคัญอย่างหมูพื้นบ้าน
การเลี้ยงหมูพื้นบ้านเลี้ยงใช้เศษพืชผักผลไม้ที่เหลือเป็นอาหาร ทั้งนี้ การเลี้ยงหมูชนิดนี้เกษตรกรจะมีรายได้จากการเพาะลูกหมูขายด้วย
รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ใหญ่อย่างวัว-ควายเพื่อเป็นแหล่งออมทรัพย์ เอาเงินไว้ใช้ในยามจำเป็นหรือใช้ส่งลูกเรียนหนังสือ
การเลี้ยงวัว-ควายของพื้นที่นี้มักเลี้ยงกันในป่าโดยทำคอกเลี้ยงรวม เข้าไปดูแลเพียง
2-3 วันต่อครั้งเท่านั้น
5) การหาอยู่หากินจากป่า โดยเฉพาะการเก็บหน่อไม้ ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการป่าชุมชนเพื่อให้สามารถเก็บผลผลิตจากป่าได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ทั้งองค์ประกอบของระบบเกษตรยั่งยืนทั้ง 5 ประการต้องมีอยู่ควบคู่กัน
ประกอบต้องมีการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่หลงฟุ้งเฟ้อไปกับกระแสบริโภคนิยม
จึงจะช่วยให้เกษตรกรอยู่รอด มั่นคง และยั่งยืนอย่างแท้จริง

หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...
|