System
of Rice Intensification
(SRI: เอส อาร์ ไอ)
(กรกฎาคม. 2548)
| การปลูกข้าวต้นเดียว
|
 |
วัตถุประสงค์
- เพื่อการเพิ่มผลผลิตในพื้นที่
- เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นบ้าน
- เพื่อคัดเลือก และผลิตเมล็ดพันธุ์ ด้วยการปลูกแบบข้าวกล้องต้นเดียว
การเตรียมเมล็ดพันธุ์
- เลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ คัดเลือกเมล็ดข้าวที่สมบูรณ์
คือ อวบ ใส และมีตาข้าว
- แช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำประมาณ ๑๒-๒๔ ชั่วโมง
ในน้ำอุ่น ๓๐-๔๐ องศาเซลเซียสจะดีที่สุด หากต้องการป้องกันโรคหรือแมลงไว้ล่วงหน้า
เช่น โรคบั่ว ควร นำเมล็ดพันธุ์แช่น้ำเกลือ หรือ น้ำสะเดา
ไว้ ๑ คืน
- จากนั้นเอาเมล็ดพันธุ์ผึ่งลมให้แห้ง
หมายเหตุ : เนื้อที่เพาะปลูก
๑ ไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์ ๑ กิโลกรัม
การเตรียมแปลงเพาะกล้า
เลือกแปลงเพาะกล้าใกล้แปลงที่จะปลูกข้าว
ทำแปลงเพาะกล้าให้เหมือนแปลงผัก โดยผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพื่อให้ดินร่วนซุย
เอาฟางคลุมพื้นที่แปลงไว้ จากนั้นรดน้ำให้มีความชุ่มชื้นในช่วงเช้า-เย็น
(ไม่ควรรดน้ำในขณะที่แดดร้อนจัด) ความชื้นในแปลงควรเหมาะสม
ไม่ควรให้น้ำท่วมแปลงโดยการทำทางระบายน้ำเล็กๆเพื่อให้น้ำไหลออก
หรืออีกวิธีหนึ่งที่จะสะดวกต่อการขนย้ายต้นกล้า
คือการเพาะเมล็ดในกระบะ ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการขนย้ายแล้วยังช่วยทะนุถนอมต้นกล้าขณะเวลาปักดำ
การเตรียมแปลงปักดำ
หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรไถกลบตอซัง
แล้วบำรุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ชนิดต่างๆ เช่น พืชตระกูลถั่ว
ปลูกพืชหลังนา เช่น โสนอัฟริกัน หรือจะทำปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก
หว่านในนาก็ได้ ก่อนปักดำควรปรับที่นาให้ได้ระดับเดียวกัน
และทำร่องน้ำตามขอบคันนาเพื่อช่วยในการระบายน้ำเข้า-ออก สูบน้ำเข้าแปลงนาให้ดินเป็นโคลนเหนียวข้น
ไม่ควรปล่อยให้ดินเละหรือมีน้ำท่วมขัง
การขนย้ายต้นกล้าออกจากแปลงเพาะ
- .ถอนกล้าเมื่อมีอายุ ๘-๑๒ วัน (มีใบ ๒ ใบเท่านั้น)
อย่างระมัดระวัง ให้ต้นกล้ากระทบกระเทือนน้อยที่สุด
- ถอนต้นกล้าเบาๆตรงโคนต้น ใช้เครื่องมือเล็กๆ
เช่น เกรียง หรือเสียม ขุดให้ลึกถึงใต้ราก ควรระวังอย่าให้ต้นกล้าหลุดออกจากเมล็ดพันธุ์และให้มีดินเกาะรากไว้บ้าง
๓.ระหว่างการย้ายกล้าต้องทำอย่างเบามือ ไม่ควรทิ้งกล้าไว้กลางแดดและรีบนำกล้าไปปักดำทันที
(ภายใน ๑๕-๓๐ นาที)
การปักดำ
- นำต้นกล้ามาปักดำอย่างเบามือ ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จับโคนราก
แล้วนำไปปักให้รากอยู่ในแนวนอนลึกประมาณ ๑ เซนติเมตร
- ปักดำกล้าทีละต้น ให้มีความห่างของระยะต้นไม่น้อยกว่า
๒๕ เซนติเมตรเท่าๆกัน จนเหมือนสี่เหลี่ยมจัตุรัส (ควรปักดำในระยะห่าง
๓๐ x ๓๐ เซนติเมตร สำหรับแปลงนาขนาดเล็ก หรือ ๔๐ x ๔๐ เซนติเมตร
สำหรับแปลงนาขนาดใหญ่)
การบำรุงดูแลรักษา
การจัดการน้ำ
- -แปลงเพาะปลูกควรปรับให้เรียบสม่ำเสมอ
และทำร่องน้ำเพื่อช่วยในการระบายน้ำเข้า-ออก
- แปลงปักดำไม่ควรมีน้ำท่วมขัง เพียงแต่ทำให้ดินเป็นโคลนเท่านั้น
- ขณะที่ข้าวแตกหน่อ (๑-๒ เดือนหลังปักดำ)
ปล่อยน้ำเข้านาให้สูง 2 เซนติเมตรทุกๆเช้า แล้วปล่อยน้ำออกในช่วงบ่าย
หรือสามารถปล่อยทิ้งให้นาแห้งประมาณ ๒-๖ วัน -เมื่อข้าวแตกกอ
ปล่อยให้แปลงข้าวแห้งลงไปในเนื้อดิน ไม่ต้องกังวลหากหน้าดินจะเป็นรอยแตกบนผิวโคลน
- ขณะที่ข้าวตั้งท้องจนเริ่มออกรวง ปล่อยให้น้ำท่วมสูงประมาณ
๑-๒ เซนติเมตรเท่านั้น
- ทันทีที่ต้นข้าวเริ่มลู่ลง เพราะน้ำหนักของเมล็ดข้าว
ให้ปล่อยน้ำออกจากนาจนกว่าจะแห้งและถึงเวลาเก็บเกี่ยว
การกำจัดวัชพืช
ควรมีการกำจัดวัชพืชอย่างน้อย
๓ ครั้ง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ครั้งที่ ๑ เมื่ออายุข้าว
๑๐ วัน ครั้งที่ ๒ เมื่ออายุข้าว ๒๕-๓๐ วัน ครั้งที่ ๓ เมื่ออายุข้าว
๕๐-๖๐ วัน ทั้งนี้การกำจัดวัชพืช สามารถใช้เครื่องมือทุ่นแรง
*ทางที่เหมาะสมและดีที่สุดจึงเป็นการถอนด้วยมือนั่นเอง
นอกจากนี้การจัดน้ำเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
หรือเอาฟางคลุมแปลงจะช่วยกำจัดวัชพืชได้ดี
สำหรับการกำจัดศัตรูของข้าว
เช่น ปู หอยเชอรรี่
ทำได้โดยการเลี้ยงกบ เลี้ยงเป็ดในนาข้าว
แต่เมื่อข้าวออกรวงจะต้องห้ามเป็ดเข้านาโดยเด็ดข้าว หรือทำน้ำหมักชีวภาพฉีดพ่น
๑-๒ ครั้งก็เพียงพอ
สำหรับวิธีการป้องกันนก
ทำได้โดยการขึงเชือกเทปล้อมรอบแปลงนา
เมื่อลมพัดจะทำให้เกิดเสียงดัง แล้วนกจะไม่มารบกวน
***เป็นเครื่องมือที่ชาวนาในญี่ปุ่น
และมาดากัสการ์ใช้กัน เรียกว่า คราดหมุน ซึ่งในขณะที่ไถทับวัชพืช
จะเป็นการพรวนดินไปในตัว ช่วยเพิ่มอากาศในดิน ส่วนซากวัชพืชจะกลายเป็นปุ๋ยหมักสำหรับต้นข้าวอย่างดี
แต่เมื่อทดลองไถพรวนใช้กับดินทางภาคอีสาน นั้นไม่เหมาะสม เนื่องจากดินเป็นดินทราย

เหตุใด ปลูกข้าวต้นเดียวจึงได้ผลผลิตดีกว่า
การใช้กล้าอายุสั้นและปักดำต้นเดียว
- ต้นกล้าที่มีอายุ ๘-๑๒
วัน หรือมีใบเล็กๆสองใบ และยังมีเมล็ดข้าวอยู่ จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตดีและการผลิตหน่อจะมีมาก
- การใช้กล้าต้นเดียวปักดำ
จะช่วยในการแพร่ขยายของราก สามารถดูดซับธาตุอาหารได้ดีกว่าปลูกกล้าหลายต้น
- การปักดำให้ปลายรากอยู่ในแนวนอน
ปลายรากจะชอนไชลงดินได้ง่ายและทำให้ต้นข้าวตั้งตัวได้เร็ว
- การปักดำในระยะห่างช่วยให้รากแผ่กว้างและได้รับแสงแดดมากขึ้น
ง่ายต่อการกำจัดวัชพืช และประหยัดเมล็ดพันธุ์ ทำให้ข้าวแตกกอใหญ่
การจัดการน้ำ
- การปล่อยให้ข้าวเจริญเติบโตในดินที่แห้งสลับเปียกทำให้ข้าวสามารถดึงออกซิเจนจากอากาศได้โดยตรง
และรากของต้นข้าวสามารถงอกยาวออกเพื่อหาอาหาร -การปล่อยให้มีน้ำท่วมขังในแปลง
ทำให้ซากพืชเน่าเปื่อย และก่อให้เกิดก๊าซมีเทนปลดปล่อยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศทำให้โลกร้อนขึ้น
- การปล่อยให้ต้นข้าวเจริญเติบโตในน้ำท่วมขัง
ทำให้รากต้นข้าวต้องสร้างถุงลมเล็กๆ เพื่อดูดออกซิเจนจากผิวดินทำให้การส่งอาหารไปสู่หน่อและใบถูกรบกวน
รากข้าวจะหายใจลำบาก
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ประหยัดเมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูก
- ประหยัดน้ำได้ครึ่งหนึ่งจากการทำนาแบบปกติ
- สามารถใช้ได้กับทุกสายพันธุ์ข้าว
แต่หากต้องการผลผลิตสูงควรเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่
และสภาพอากาศ
- จากประสบการณ์ของเกษตรกร
พบว่าหากเป็นนาอินทรีย์ ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย ๖๐ % และในประเทศลาวพบว่าเพิ่มขึ้นถึง
๑๐๐ %
- ประหยัดแรงงานในการลงกล้า
(ประหยัดต้นทุนในการผลิต)
- การกำจัดวัชพืชทำได้ง่าย
เพราะมีช่องว่างระหว่างกอข้าว หรือการควบคุมน้ำเข้า-ออก
|