กลับไป sathai โฮมเพจ


การเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง



การเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์
ภูมินิเวศ ภาคใต้ตอนบน
พื้นที่ศึกษา บ้านในจอก ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
กลุ่ม/องค์กรชาวบ้านที่รับผิดชอบ กลุ่มกองทุนชุมชน หมู่ 10 บ้านในจอก
นักวิจัยหลัก
อารีย์ เศษทอง อาชีพ เกษตรกร


วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อค้นหาพันธุ์ปลาที่เหมาะสมกับการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ โดยมีต้นทุนการเลี้ยงต่ำ และเหมาะแก่การเป็นอาหารของเกษตรกร

การเลี้ยงปลาเป็นกิจกรรมหนึ่งในระบบเกษตรกรรมยั่งยืนที่ช่วยสร้างความหลากหลายของการผลิตในแปลง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการเลี้ยงปลาของเกษตรกรลุ่มน้ำหลังสวนยังประสบปัญหาการขาดแคลนพันธุ์ปลาที่เหมาะสม พันธุ์ปลาที่ซื้อมาจากภายนอกไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพน้ำและอากาศในท้องถิ่นได้ จึงตายไปมาก ทั้งนี้ ลุ่มน้ำหลังสวนมีสายแร่ดีบุกมากอุณหภุมิของน้ำจึงต่ำกว่าปกติ นอกจากนั้นสภาพพื้นที่ของเกษตรกรบางรายก็เป็นที่ลาดชัน เกิดการกัดเซาะได้ง่ายในยามที่ฝนตก บ้างก็เป็นที่สูงไม่มีน้ำเพียงพอจากใต้ดิน ดังนั้น จึงนำมาสู่การทดลองเลี้ยงและขยายพันธุ์ปลาในบ่อซีเมนต์ โดยมีขนาด 4 เมตร x 13 เมตร x 1.5 การทดลองนี้นอกจากจะเป็นการสนับสนุนพันธุ์ปลาให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะพันธุ์ปลาในท้องถิ่นที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่แล้ว ยังเป็นการรื้อฟื้นพันธุ์ปลาที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ รวมทั้งเป็นการลดรายจ่ายด้านพันธุ์ปลาและเสริมสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวเกษตรกรด้วย

อย่างไรก็ดี ในการทดลองได้เลี้ยงปลาทั้งปลากินพืชที่ซื้อพันธุ์จากภายนอก คือ ปลานิล ปลาดุก และปลาพันธุ์พื้นเมือง คือ ปลาบ้องโทน ปลาเพลง ผลการทดลองพบว่า ลูกปลานิลเจริญเติบโตได้ดี เพราะได้อาหารจากธรรมชาติที่ไหลมากับน้ำ และคุ้มทุนหากจะเลี้ยงเพื่อบริโภค นอกจากนั้นยังพบว่าปลาทั้ง 2 ชนิดเติบโตได้ดีในระบบน้ำหมุนวน แต่ปลาเพลงซึ่งเป็นปลาพื้นบ้านจะไม่ไข่ในบ่อซีเมนต์แม้ทีมวิจัยจะจำลองสภาพบ่อให้ใกล้เคียงกับสภาพธรรมชาติแล้วก็ตาม ขณะที่ปลาบ้องโทนไม่เหมาะกับการเลี้ยงเป็นอาหาร แต่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงเป็นปลาสวยงามมากกว่า

ขณะเดียวกันก็ได้ข้อสรุปว่า การเลี้ยงปลาพื้นบ้านแม้จะต้นทุนต่ำ แต่ก็โตช้า ขยายพันธุ์ยาก ส่วนปลากินพืชจากภายนอกขยายพันธุ์ง่าย โตไว แต่ต้นทุนสูง ดังนั้น ถ้าต้องการลดต้นทุนก็ต้องขยันหาอาหารจากธรรมชาติที่ไม่ต้องซื้อ เช่น ปลวก ฯลฯ นอกจากนั้นยังพบว่าการเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์ต้องอาศัยเงื่อนไขที่เหมาะสมหลายๆ อย่าง เช่น ให้อาหารในเวลาที่เหมาะสม คือ เวลาเช้ากับเย็น ระดับน้ำในบ่อไม่ควรลึกเกินไปโดยควรอยู่ระหว่าง 50-100 เซ็นติเมตร การจัดระบบน้ำให้ไหลวน ไม่ปล่อยให้มีอาหารตกค้าง และต้องมีบ่ออนุบาลหลายๆ บ่อแยกตามขนาดของลูกปลาเพื่อป้องกันปลากินกันเอง



หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...