กลับไป sathai โฮมเพจ


การแปรรูปผลไม้ (ไวน์และสุรากลั่น)

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง



การแปรรูปผลไม้ (ไวน์และสุรากลั่น)
พื้นที่ศึกษา บ้านร่องไฮ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.พะเยา
นักวิจัยหลัก
คำมูล เงินดี อาชีพ เกษตรกร


วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อให้ทราบถึงคุณภาพ รสชาติ กลิ่นและสี ตลอดจนต้นทุนในการนำผลไม้มาหมักและกลั่นเป็นสุรา

แม้พื้นที่ราบเชิงเขาในเขต จ.พะเยา โดยเฉพาะที่ อ.แม่ใจ จะมีสภาพดินและสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการปลูกลิ้นจี่ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของชาวบ้านแถบนี้ อย่างไรก็ดี ในระยะหลังเกษตรกรมักประสบปัญหาราคาลิ้นจี่ตกต่ำเพราะผลผลิตเริ่มมีมากเกินความต้องการจนถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา กระทั่งหลายรายเริ่มขาดทุนและประสบภาวะหนี้สิน

งานวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการทดลองแปรรูปผลไม้ โดยเฉพาะลิ้นจี่ให้เป็นสุรากลั่นพื้นบ้าน เพื่อแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ การทดลองมีสมมุติฐานว่า สุรากลั่นสามารถผลิตได้จากผลไม้โดยใช้ขั้นตอนและวิธีการเดียวกับการทำสุรากลั่นพื้นบ้านทั่วไป ทั้งนี้ สุรากลั่นทั่วไปใช้เฉพาะข้าวเป็นวัตถุดิบเท่านั้น ผลไม้ที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ ลิ้นจี่ ลำไย และสัปปะรด โดยมีทั้งที่ทำเป็นไวน์และสุรากลั่นพื้นบ้าน

ผลการทดลองพบว่า แม้จะใช้ผลไม้เป็นวัตถุดิบหลัก แต่ในขั้นตอนการหมักจำเป็นต้องใช้ข้าวเหนียวช่วยพยุงให้ผลไม้ลอยตัว โดยจะใช้ข้าวเหนียวในปริมาณแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความสามารถในดูดซับน้ำของผลไม้แต่ละชนิด ส่วนในด้านต้นทุนการผลิตพบว่า ไวน์ลำไยมีต้นทุนการผลิตขวดละ 16 บาท สุรากลั่นลิ้นจี่มีต้นทุนการผลิตขวดละ 59.48 บาท สุรากลั่นสับปะรดมีต้นทุนการผลิตขวดละ 67.7 บาท และสุรากลั่นลำไยมีต้นทุนการผลิตขวดละ 108.7 บาท ขณะที่ในด้านคุณภาพ รสชาติ กลิ่น และสี พบว่า สุรากลั่นลิ้นจี่มีรสชาติดีกว่าสุรากลั่นพื้นบ้านทั่วไปมาก อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของลิ้นจี่คงอยู่มาก จึงเป็นที่พอใจของนักชิม ขณะที่สุรากลั่นสับปะรดและสุรากลั่นลำไยมีรสชาติไม่แตกต่างจากสุราทั่วไปมากนัก ส่วนไวน์ลำไยชนิดหวานจะเป็นที่นิยมของนักชิมมากกว่าชนิดไม่หวาน



หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...