กลับไป sathai โฮมเพจ


ศักยภาพตลาดชุมชนและตลาดท้องถิ่น เครือข่ายเกษตรทางเลือกสุรินทร์

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง



ศักยภาพตลาดชุมชนและตลาดท้องถิ่น เครือข่ายเกษตรทางเลือกสุรินทร์
ภูมินิเวศ สุรินทร์
พื้นที่ศึกษา บ้านทัพไทย ต.ทมอ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์
นักวิจัยหลัก
วิฑูรย์ ปัญญากุล อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน มูลนิธิสายใยแผ่นดิน (กรีนเน็ท)


วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อสำรวจสภาพตลาดท้องถิ่นและราคาของผลิตภัณฑ์เกษตรในโครงการฯ สามารถผลิตทดแทนได้
2. เพื่อสำรวจช่องทางการขายในตลาดท้องถิ่นปัจจุบัน
3. เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ โอกาส และข้อจำกัดของตลาดในสถาบัน/หน่วยงานระดับจังหวัดและอำเภอ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และโรงแรม ฯลฯ

งานศึกษาชิ้นนี้เป็นการสำรวจสถานะทางเศรษฐกิจของชุมชนเพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์สภาวะตลาดในท้องถิ่น กรณีหมู่บ้านทัพไทยพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและแม้จะมีอาชีพเสริมนอกภาคเกษตรหลายอย่าง แต่ฐานะทางเศรษฐกิจก็ยังไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรไม่หลากหลายและการแปรรูปผลผลิตก็ยังมีน้อย ทำให้มีรายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายด้านค่าอาหารสูง

รายจ่ายค่าอาหารส่วนใหญ่เป็นประเภทข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ ขนม และเครื่องดื่มตามลำดับ ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 75) ซื้อจากตลาดในท้องถิ่น เช่น ร้านค้า รถเร่ และตลาดนัดทั้งที่อยู่ภายในหมู่บ้านและใกล้เคียง เป็นต้น เนื่องจากมีความสะดวกสบายกว่า สำหรับร้านค้าในชุมชนพบว่ามี 5 ร้าน ทุกร้านมีสินค้าวางขายหลากหลายชนิดและมีเกือบครบถ้วนตามที่ผู้ซื้อต้องการ ยกเว้นข้าวสารซึ่งครัวเรือนส่วนใหญ่ผลิตได้เอง ร้านค้าเหล่านี้จะรับสินค้ามาจากตลาดในระดับอำเภอเพื่อจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของชุมชนในการตั้งตลาดท้องถิ่นในรูป “ศูนย์สาธิตการตลาด” แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

มูลค่าการซื้ออาหารโดยรวมของชุมชนบ้านทัพไทยเท่ากับ 965,000 บาทต่อปี และเมื่อพิจารณาศักยภาพในการผลิตของชุมชน ซึ่งผู้ผลิตทั่วไปมีผลผลิตหลักคือ ข้าวหอมมะลิ 105 ส่วนกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอาชีพทางเลือกทัพไทย-ถนนมีผลผลิตประเภทขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มสมุนไพร อาหารแปรรูป เช่น น้ำพริก ที่สำคัญมีผลผลิตเกษตรอินทรีย์ เช่น ข้าวหอมมะลิ 105 ผักสด ผลไม้ ถั่วลิสง ฯลฯ ขณะที่กลุ่มเลี้ยงสัตว์ก็มีศักยภาพที่จะผลิตเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อเป็ด เนื้อไก่ ไข่เป็ด และไข่ไก่ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ประมาณการศักยภาพการผลิตของผู้ผลิตในท้องถิ่นไว้ที่ราว 10% ของความต้องการอาหารของชุมชน และประมาณว่าผู้ผลิตหน้าใหม่จะเข้ามาส่วนแบ่งตลาดได้ราว 49,000 บาทต่อปี



หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...