กลับไป sathai โฮมเพจ


กระบวนการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ภูมินิเวศยโสธร

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง



กระบวนการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ภูมินิเวศยโสธร
ภูมินิเวศ ยโสธร
พื้นที่ศึกษา ภูมินิเวศยโสธร
นักวิจัยหลัก
นันทิยา หุตานุวัต อาชีพ นักวิชาการ
หน่วยงาน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ณรงค์ หุตานุวัตร อาชีพ นักวิชาการ
หน่วยงาน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี


วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อศึกษาถึงลักษณะและกระบวนการปรับเปลี่ยนของเกษตรกรในการเข้าสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

งานชิ้นนี้ต้องการศึกษาถึงกระบวนการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเกษตรยั่งยืนของเกษตรภูมินิเวศยโสธร โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงใน 3 ด้าน คือ กระบวนทัศน์ของเกษตรกร ความรู้ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน และการอยู่รอดได้ทางเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยความพอเพียงด้านอาหารและการหมุนเวียนของรายได้ กระบวนการวิจัยเน้นการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ที่ทำเกษตรยั่งยืนอันจะนำมาสู่การพัฒนา “ชมรมเรียนรู้เกษตรยั่งยืนจังหวัดยโสธร” ต่อไป

จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เงื่อนไขที่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนประบวนทัศน์ของเกษตรกรประกอบด้วยหลายประการ คือ การประสบการณ์ชีวิตภายนอกชุมชน การได้มีโอกาสไปศึกษาดูงาน การร่วมมือกันของสมาชิกในครอบครัว และการเห็นผลดีของการทำเกษตรยั่งยืน เช่น ผลดีในด้านการลดรายจ่าย ผลดีต่อสุขภาพ เป็นต้น รวมทั้งการมีผู้นำชุมชนเป็นต้นแบบ ส่วนวิธีการเข้าสู่เกษตรยั่งยืนที่พบในกลุ่มตัวอย่างมีอยู่ 4 ลักษณะ คือ 1) ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและเพิ่มการใช้ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกทุกแปลง รวมทั้งเพิ่มการทำเกษตรผสมผสาน 2) เปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมีมาเป็นการใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกทั้งหมดทีละแปลงและเพิ่มการทำเกษตรผสมผสาน 3) เริ่มทำเกษตรผสมผสานแต่ยังใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ จากนั้นจึงค่อยลดการใช้ และ 4) ทำเกษตรอินทรีย์ทันทีและเพิ่มการทำเกษตรผสมผสาน ในส่วนของความรู้เกษตรกรที่เข้าสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับการเกื้อกูลกันระหว่างกิจกรรมต่างๆ ในแปลง รวมทั้งมีความรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรกำจัดศัตรูพืช การจัดการแหล่งน้ำ การปรับปรุงดินโดยชีววิธี และการลดการชะล้างหน้าดิน อย่างไรก็ดี ยังต้องมีการพัฒนาความรู้บางด้านที่จำเป็นต่อการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในชุมชนต่อไป เช่น การจัดระบบน้ำโดยวิธีธรรมชาติและใช้วัสดุในชุมชน การจัดการไม้ผล การจัดการสัตว์พื้นเมือง การประมง และการแปรรูป ส่วนในด้านเศรษฐกิจพบว่าหลังการทำเกษตรยั่งยืนส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายด้านกับข้าวลดน้อยลงเช่นเดียวกับค่าใช้ด้านเชื้อเพลิง ค่าปุ๋ย และค่าเมล็ดพันธุ์ อย่างไรก็ตาม มีข้อน่ากังวลในด้านแรงงานที่เริ่มขาดแคลน เนื่องจากไม่มีคนรุ่นใหม่มาสืบทอด ขณะที่คนเดิมก็เริ่มมีอายุมากขึ้นและร่างกายอ่อนกำลังลง



หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...