<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
เกษตรกรรมยั่งยืนกับภาวะหนี้สินของเกษตรกรรายย่อย ภูมินิเวศภูกามยาว (พะเยา)
ภูมินิเวศ ภูกามยาว (พะเยา)
พื้นที่ศึกษา อ.แม่ใจ และ อ.เมือง จ.พะเยา
นักวิจัยหลัก
สายพิณ ปัญญาคำ อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกร
รายย่อย ภูมินิเวศภูกามยาว (พะเยา)
อารีรัตน์ เจติติ๊บ อาชีพ อาสาสมัคร
หน่วยงาน โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกร
รายย่อย ภูมินิเวศภูกามยาว (พะเยา)
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษาถึงสภาวะหนี้สินของเกษตรกรก่อนเริ่มโครงการนำร่องฯ
2. เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดหนี้สินของเกษตรกรในโครงการฯ
3.เพื่อศึกษาถถึงความสัมพันธ์ระหว่างระบบการผลิตของครัวเรือนกับสภาวะการเป็นหนี้ของเกษตรกรในโครงการฯ
4. เพื่อประเมินผลกระทบและความเดือนร้อนจากปัญหาหนี้สินของเกษตรกรในโครงการฯ
ด้วยเกษตรกรภูมินิเวศภูกามยาว (พะเยา) ตระหนักถึงผลกระทบ/ความเดือดร้อนจากภาวะหนี้สิน
ดังนั้น จึงได้ทำการวิจัยเพื่อศึกษาถึงสภาวะหนี้สินและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
เพื่อนำผลที่ได้มาเป็นแนวทางดำเนินงานลดหนี้สินหรือแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรในโครงการฯ
ต่อไป
งานวิจัยชิ้นนี้เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่สุ่มตัวอย่างจากครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายในโครงการนำร่องฯ
จำนวน 28 ครัวเรือน และกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ได้บันทึกค่าใช้จ่ายประจำเดือนในแบบบันทึกที่ร่วมกันกำหนดขึ้นเป็นระยะเวลา
6 เดือน
ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่มีที่ดินทำกิน 2-3 แปลง โดยมีระบบการผลิตร่วมกันระหว่างการทำนากับสวนไม้ผล
รวมทั้งการเพาะปลูกทั้งแบบเชิงเดี่ยวและแบบผสมผสาน ขณะที่ในส่วนของการทำเกษตรยั่งยืนพบว่าส่วนใหญ่
(ร้อยละ 53.57) มีความก้าวหน้าในระดับเริ่มต้น ซึ่งยังต้องปรับปรุงระบบการผลิตเพิ่มเติม
สำหรับสภาวะหนี้สินพบว่า ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 35.72) เป็นหนี้ครั้งแรกในช่วงระหว่างปี
พ.ศ. 2531-2535 โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายลงทุนทำเกษตร หนี้สินเฉลี่ยในระยะแรกส่วนใหญ่มีไม่เกินครัวเรือนละ
5,000 บาท ขณะที่ปัจจุบันส่วนใหญ่มีเงินต้นคงค้างชำระอยู่ระหว่าง 10,000
59,999 บาท นอกจากนั้น ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นหนี้โครงการนำร่องฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
(ธกส.) และกองทุนหมู่บ้าน ตามลำดับ อย่างไรก็ดี น่าสนใจว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีทัศนะว่าหนี้โครงการนำร่องฯ
มีข้อดีมากกว่าหนี้จากแหล่งอื่น เนื่องจากดอกเบี้ยถูกและบางกิจกรรมก็ไม่คิดดอกเบี้ย
ที่สำคัญมีการส่งเสริมระบบเกษตรยั่งยืนที่ชัดเจน ในส่วนของสาเหตุการเป็นหนี้ในปัจจุบันเกิดจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนทางการเกษตรเป็นหลัก
และรองลงมาคือ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาบุตร
ส่วนผลการบันทึกรายรับรายจ่ายของทั้ง 28 ครัวเรือน พบว่า รายจ่ายหลักในรอบ
6 เดือนเป็นค่าใช้จ่ายในด้านการผลิต โดยรวมกันได้มากถึง 256,197 บาท สูงสุดเป็นค่าปุ๋ยเคมี
รองลงมาเป็นค่าอาหารสัตว์ และค่าจ้างไถ/ปลูก/เก็บเกี่ยวตามลำดับ ส่วนค่าใช้จ่ายหมวดอาหารมี
216,113 บาท สูงสุดเป็นค่าอาหารประเภทเนื้อสัตว์

หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...
|