<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
การจัดการหนี้สินของเกษตรกร ภูมินิเวศทุ่งกุลาร้องไห้
ภูมินิเวศ ทุ่งกุลาร้องไห้
พื้นที่ศึกษา อ.เกษตรวิสัย อ.ปทุมรัตน์ อ.สุวรรณภูมิ อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด
อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ และ
อ.ราษีไศล จ.ศรีษะเกษ
นักวิจัยหลัก
นครชัย บุญจบ อาชีพ นักพัฒนา
หน่วยงาน โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรยั่งยืนของเกษตรกรราย
ย่อย ภูมินิเวศทุ่งกุลาร้องไห้
รัชนี หม่องพรม อาชีพ อาสาสมัคร
หน่วยงาน โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรยั่งยืนของเกษตรกรราย
ย่อย ภูมินิเวศทุ่งกุลาร้องไห้
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษาสาเหตุและสภาวะหนี้สินของเกษตรกรสมาชิกโครงการนำร่องฯ
ภูมินิเวศทุ่งกุลาร้องไห้
2. เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการหนี้สินของเกษตรกรโครงการนำร่องฯ ภูมินิเวศทุ่งกุลาร้องไห้
การพัฒนาประเทศที่ผ่านมาก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการกระจายรายได้ระหว่างเมืองกับชนบท
ที่สำคัญคือการที่รายได้ของครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมมีน้อยกว่าครัวเรือนนอกภาคเกษตรกรรมมาก
รายได้จากการขายผลผลิตเกษตรจึงไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ เป็นเหตุให้มีการอพยพแรงงานเข้าสู่เมืองใหญ่
ทั้งนี้ แม้ที่ผ่านมาเกษตรกรจะพยายามลงทุนด้านการเกษตรให้มากขึ้นเพื่อให้ได้เพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้
แต่ก็ยังไม่สามารถยกระดับรายได้ได้อย่างแท้จริง และยังก่อให้เกิดภาวะพึ่งพิงระบบเศรษฐกิจภายนอก
ทั้งในเรื่องราคาผลผลิตซึ่งมักมีราคาต่ำ และปัจจัยการผลิตที่ต้องซื้อหามาในราคาแพง
รวมทั้งสภาวะความเสี่ยงเนื่องจากดินฟ้าอากาศที่ไม่แน่นอน ดังนั้น เกษตรกรส่วนใหญ่จึงขาดทุนและขาดแคลนเงินทุนในการประกอบอาชีพ
กระทั่งเกิดภาวะหนี้สินในที่สุด
งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 149 ราย ใน 6 อำเภอ พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่
(ร้อยละ 39.5) มีหนี้ปานกลาง คือมีหนี้สินตั้งแต่ 50,001 100,000 บาท และมีแหล่งหนี้รวม
11 แหล่ง โดยวงเงินที่กู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
มีมากกว่าแหล่งหนี้อื่นๆ เกษตรกรที่มีหนี้มากมักมีที่ทำกินมาก มีแหล่งหนี้หลายแหล่ง
และมีระยะเวลาการเป็นหนี้นาน ในส่วนของการจัดการหนี้พบว่ามี 3 ลักษณะ คือ
การขายผลผลิตทางการเกษตรใช้หนี้ การผัดผ่อนหนี้ และการหารายได้นอกภาคเกษตรของสมาชิกในครอบครัวเพื่อมาใช้หนี้
แต่ละครัวเรือนอาจใช้หลายวิธีผสมกันขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง อาทิ
แหล่งหนี้แตกต่างกันวิธีการจัดการหนี้ก็แตกต่างกันด้วย ดังในกรณีที่หาเงินมาชำระหนี้ไม่ทัน
หากเป็นหนี้ ธกส. ก็จะใช้วิธีการพักชำระหนี้ หากเป็นหนี้สหกรณ์การเกษตรก็จะทำเรื่องขอผ่อนผัน
หากเป็นหนี้ธนาคารพาณิชย์ก็จะส่งเฉพาะดอกเบี้ยไปก่อนและค่อยชำระเงินต้นในปีถัดไป
หรือหากยืมเงินจากญาติพี่น้องก็จะส่งคืนเมื่อมีความพร้อม นอกจากนั้น ช่วงอายุของเกษตรกรก็ส่งผลต่อศักยภาพการจัดการหนี้สินด้วย
โดยพบว่าเกษตรกรที่มีช่วงอายุ 41-50 ปีสามารถจัดการหนี้สินได้ดี เพราะแม้จะมีหนี้มากแต่ก็มีรายได้หมุนเวียนมากด้วยเช่นกัน

หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...
|