กลับไป sathai โฮมเพจ


นโยบายการพัฒนาบนที่สูงและภูมิปัญญาท้องถิ่น: ผลกระทบโครงการรัฐต่อแบบแผนการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนบนพื้นที่สูง

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง



นโยบายการพัฒนาบนที่สูงและภูมิปัญญาท้องถิ่น: ผลกระทบโครงการรัฐต่อแบบแผนการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนบนพื้นที่สูง

ภูมินิเวศ เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.)
พื้นที่ศึกษา บ้านโป่งน้อย และบ้านขุนวิน (ลุ่มน้ำแม่วาง) อ.แม่วาง และ บ้านแม่ลานคำ และบ้านป่าคา (ลุ่ม
น้ำขาน) อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่
นักวิจัยหลัก
ไพบูลย์ เฮงสุวรรณ อาชีพ นักวิชาการ
หน่วยงาน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


วัตถุประสงค์การวิจัย
1.เพื่อศึกษาความเป็นมาและพัฒนาการของนโยบายรัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชนบนพื้นที่สูงในด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรกรรม รวมทั้งศึกษาความสัมพันธ์ของกลไกทางสถาบันและระบบราชการของหน่วยงานต่างๆ ที่นำนโยบายมาปฏิบัติผ่านโครงการต่างๆ บนพื้นที่สูง
2.เพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายและมาตรการปฏิบัติต่อระบบการผลิตและการจัดการทรัพยากรของชุมชน
3.เพื่อศึกษาศักยภาพของชุมชนในการปรับตัว รวมทั้งเงื่อนไข/ปัจจัยภายในและภายนอกที่เอื้อให้เกิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และจารีตประเพณี

สมาชิกของภูมินิเวศเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) กว่าร้อยละ 90 เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกากะญอ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “กะเหรี่ยง” ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นกลุ่มที่มีวิถีชีวิตใกล้ชิดและพึ่งพาธรรมชาติ รวมทั้งมีวัฒนธรรมและความรู้ในการใช้ประโยชน์จากป่ามายาวนาน ที่สำคัญมีระบบการผลิตแบบไร่หมุนเวียน ที่ทำให้สามารถจัดการทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายของพันธุกรรมพื้นบ้านได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม กว่า 30 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐและเอกชนจำนวนมากได้เข้ามา “พัฒนา” ชุมชน ทำให้ระบบการผลิตแบบดั้งเดิมเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชเศรษฐกิจ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการประกาศเขตป่าต่า
งๆ ทั้งเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตป่าอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี ส่งผลให้ชาวบ้านถูกกดดันในหลายลักษณะเพื่อให้ออกจากพื้นที่ เช่น จำกัดการพัฒนา ข่มขู่ จับกุม รวมทั้งถูกบังคับให้เปลี่ยนวิธีการผลิต เช่น ลดรอบการทำไร่หมุนเวียน เป็นต้น อย่างไรก็ดี แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่เข้ามามากมาย แต่ชุมชนและระบบการผลิตก็ไม่ได้เปลี่ยนไปทั้งหมด โดยยังคงมีทั้งชุมชนที่ทำผลิตแบบดั้งเดิมอยู่ ชุมชนที่อยู่ระหว่างการปรับตัว/เปลี่ยนแปลง และชุมชนที่เปลี่ยนมาสู่การพัฒนาแบบใหม่แล้ว ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้จึงมีกรอบคำถามสำคัญ 3 ประการ คือ 1) สภาพปัญหาความขัดแย้งในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นที่สูงที่มีผลกระทบต่อแบบแผนการผลิตและจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า คืออะไรบ้าง 2) สาเหตุและปัจจัยของความขัดแย้งคืออะไร 3) ศักยภาพของท้องถิ่นในการมีส่วนร่วมจัดการและปรับตัวเป็นอย่างไร

งานชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมที่เน้นการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปข้อมูลร่วมกับชาวบ้านเป็นระยะๆ เนื้อหางานวิจัยประกอบด้วย ประวัติศาสตร์ ลักษณะทางนิเวศ พัฒนาการการการใช้ทรัพยากรของชุมชน ส่วนเนื้อหาว่าด้วยบทบาทการพัฒนาของรัฐประกอบด้วยบทบาทการขยายการควบคุมทรัพยากรป่าไม้และโครงการพัฒนาต่างๆ บนพื้นที่สูง โดยจะเจาะลึกกรณีศึกษาของ 3 โครงการ/หน่วยงาน คือ โครงการหลวง โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ และการดำเนินการของหน่วยจัดการต้นน้ำ สำหรับเนื้อหาว่าด้วยผลกระทบจากโครงการพัฒนา จะเน้นผลกระทบด้านการสูญเสียที่ทำกิน การเกิดความขัดแย้งในชุมชน การเกิดหนี้สินจากโครงการพัฒนา รวมทั้งผลกระทบต่อความเชื่อ/พิธีกรรม ต่อการรวมตัวของกลุ่ม/องค์กร ตลอดจนการลดลงของความมั่นคงทางอาหาร และผลกระทบต่อระบบนิเวศ สุดท้ายเป็นเนื้อหาว่าด้วยการตอบโต้ของชาวบ้านในรูปแบบต่างๆ เช่น ดื้อแพ่ง เลือกรับบางอย่าง รื้อฟื้นภูมิปัญญาเดิม รวมทั้งการพยายามเพิ่มอำนาจต่อรอง ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายนอก การสร้างสื่อ การสร้างเครือข่ายระดับต่างๆ และการจัดการป่าชุมชน เป็นต้น



หมายเหตุ...สามารถขอดูงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ในวันและเวลาทำงานทุกวันครับ...