|
|
|
คู่มือเลือกตั้ง รวมนโยบาย 12
พรรคการเมือง ด้านเกษตรกรรมและทรัพยากร |
คู่มือเลือกตั้ง รวมนโยบาย 12 พรรคการเมือง พรรคเพื่อแผ่นดิน "นำรอยยิ้มกลับสู่สังคมไทย " พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ประชาสมคิด เพื่อชีวิตที่สมหวัง พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาเสนอตัวเป็นทางเลือกที่เป็นทางออกของสังคม ในตำแหน่งพรรคผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตหมายเลข 2 มีพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นเลขาธิการพรรค นโยบายแผนบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเกษตร จะเอาน้ำไปให้ประชาชน ไม่ให้ประชาชนมาหาน้ำ ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งก็จะหมดไป ถือเป็นนโยบายที่คาดหวังว่าจะให้เห็นผลก่อนครบวาระ 4 ปีของรัฐบาล พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทยได้ถือกำเนิดในช่วงที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังดำเนินการต่อสู้อย่างเข้มข้น นับเป็นการตั้งพรรคการเมืองภาคประชาชนอีกครั้งหนึ่งภายหลังการปราบปรามขบวนการภาคประชาชนในช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 โดยได้จดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองถูกต้องตามกฎหมาย มีนายประเดิม ดำรงเจริญ ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค นายธนพงษ์ เสวีวลลภ เป็นเลขาธิการพรรค และในการเลือกตั้ง 50 ที่จะถึงนี้ลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะผู้สมัครแบบแบ่งเขตหมายเลข 3 นโยบายหลักที่จะใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ คือการทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อผลิตอาหารปลอดสารพิษ
อาหารที่ปลอดภัย โดยคนทุกชนชั้นในสังคมสามารถเข้าถึงได้ รูปธรรมก็คือ ทำการพัฒนาการเกษตรแบบเป็นระบบที่ครอบคลุมทั้งประเทศ
เอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการผลิต ส่วนในเรื่องของอุตสาหกรรม การทำการเกษตร
กับอุตสาหกรรมต้องเป็นสัดส่วน เพราะถ้าในพื้นที่การเกษตรที่อุตสาหกรรมเข้าไปตั้งแค่
20 เปอร์เซ็นต์ อีก 80 เปอร์เซ็นต์จะไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ พรรคประชาธิปัตย์ "ประชาชนต้องมาก่อน" พรรคการเมืองจดทะเบียนที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย กับ วาระประชาชน ที่ยังคงนำเสนอรายละเอียดนโยบายต่างๆ มาเป็นระยะ ล่าสุดหัวหน้าพรรคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาเรียกร้องประชาชนและสื่อช่วยกดดันทุกพรรคการเมืองแข่งขันนโยบาย ประเดิมค้านใช้พลังงานนิวเคลียร์ และการปลูกพืชจีเอ็มโอ ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตในหมายเลข 4 มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค กอบกู้เศรษฐกิจ เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจชนบท ด้วยการลงทุน
300,000 ล้านบาทขยายระบบชลประทานทั่วประเทศ ประกันภัยพืชผล ประกันราคาพืชผลเพื่อผลิตพลังงานทดแทน
(เอทานอล) และตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ในชนบท
นอกจากนี้ยังมีการลดค่าครองชีพ ลดภาระประชาชน โดยลดต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค
พรรคพลังเกษตรกร แผ่นดินนี้ เรามีสิทธิรับผิดชอบ ภายใต้ความคิด เกษตรกรไม่ได้เป็นหนี้ใคร แต่ประเทศไทยเป็นหนี้เกษตรกร โดยการนำของนายอนันต์ กาญจนสุวรรณ หัวหน้าพรรค มีนายผวน เส้งนนท์ ทำหน้าที่เลขาธิการพรรค พรรคการเมืองขนาดเล็กจากจังหวัดสงขลาลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตในหมายเลข 5 นโยบายด้านการเกษตร เสนอการจัดตั้ง สภาเกษตรกร ระดับอำเภอ จังหวัด และระดับชาติโดยเกษตรกร เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้รัฐเป็นผู้สนับสนุนให้สำเร็จให้ได้ ในภาคส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษาจะต้องมีการเกื้อหนุนต่อการพัฒนาของเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นทะเบียนการผลิตสินค้าทางการเกษตรทุกชนิด ทุกพื้นที่ เพื่อหาความเหมาะสมในการผลิตและการประกันราคา ให้เกษตรกรเป็นเจ้าของที่ดินทำกิน พัฒนาระบบขนส่งทุกประเภท พาณิชนาวี รวมไปถึงรถไฟรางคู่เพื่อส่งเสริมธุรกิจด้านการเกษตรและอื่นๆ
ทั้งภายในและนอกประเทศ
พรรคแรงงาน "สร้างสรรค์ สังคม" พรรคการเมืองผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หมายเลข 7
มีพันจ่าเอกเตชินท์ ทับพลี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ นายวีริศนันต์ เทพตู่
ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค ตั้งขึ้นด้วยนโยบายหลักที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาความยากจนของคนในชนบทให้หมดไป
โดยยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ
การตลาดเสรีที่มีกลไกกำกับการแข่งขันอย่างเป็นธรรม สร้างระบบสังคมที่มีสวัสดิการ
และหลักประกันเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพ ที่อยู่ดีกินดี มีความปลอดภัยในชีวิต
และทรัพย์สิน พรรคประชาราช ประเทศร่มเย็น ประชาชนเป็นสุข พรรคการเมืองผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หมายเลข 9 มีนายเสนาะ เทียนทอง ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ มี ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร เป็นเลขาธิการพรรค นโยบายหาเสียงของพรรคก่อน นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย อดีตเลขาธิการพรรคประชาราช จะแยกตัวออกไป มีดังนี้ 1. ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง พรรคพลังประชาชน เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยพลังประชาชน พรรคพลังประชาชน เน้นนโยบายที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในสมัยรัฐบาลทักษิณ
ซึ่งมี 4 เป้าหมายหลักคือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และสร้างปัญญา
รวมทั้งเร่งฟื้นฟูประชาธิปไตย สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เป็นวาระแห่งชาติ
โดย มีนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
เป็นเลขาธิการพรรค ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หมายเลข 12 นโยบายที่ใช้เป็นอาวุธในการหาเสียง
คือ เพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ให้แก่ประชาชน แบ่งได้ 12 ข้อ คือ พรรคชาติไทย ยืนหยัด ชัดเจน เปลี่ยนความคิด เป็นความจริง พรรคการเมืองผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หมายเลข 13
มีนายบรรหาร กับโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) ภายใต้แนวคิด พัฒนาคน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
นำโดยนายศิลปะอาชา หัวหน้าพรรค และ นายประภัตร โพธสุธน ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค
แบ่งแนวนโยบายตามภูมิภาค กล่าวคือ แบ่งเป็นระดับประเทศ ระดับภาค และส่วนของกรุงเทพมหานคร แนวนโยบายในส่วนภูมิภาคสอดคลองกับนโยบายในระดับประเทศ โดยภาคกลางเน้น น้ำมี หนี้ลด ถนนดี ชีวิตเข้มแข็ง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำนโยบายภายใต้หัวข้อ น้ำมี หนี้ลด คนมีที่ทำกิน ชีวิตเข้มแข็ง ภาคเหนือมีการผลักดัน พ.ร.บ.ป่าชุมชน ให้คนอยู่ร่วมกับป่า และพัฒนาชีวิตเกษตรกร ในส่วนภาคตะวันออกมีนโยบายเก็บกวาดมลพิษ บังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดการปัญหาน้ำเสีย ฝุ่นละออง ขยะพิษอย่างเข้มงวดจริงจัง ส่งเสริมการค้าผลผลิตทางการเกษตร และเชื่อมการขนส่งระบบรางและถนน ระหว่างภาคเหนือ ภาคอีสาน กรุงเทพฯ กับท่าเรือแหลมฉบัง มัชฌิมาประชาธิปไตย ทางสายกลาง ความพอดี ความพอเพียง พรรคมัชฌิมาประชาธิปไตยที่มีนโยบายชาตินิยมผสมประชานิยม และรัฐสวัสดิการนิยม ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หมายเลข 15 มีนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษาพรรคประชาราช ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และนายฉัตรชัย ชูแก้ว ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค ด้านการเพิ่มรายได้เกษตรกร 19.จะแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างกลไกการตลาดและราคาที่เป็นธรรมผ่านระบบสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน โดยให้มีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนแนวทางกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 20.ประกันความเสี่ยงให้เกษตรกรรายย่อย 21.จะส่งเสริมการเลี้ยงโคเพศเมียให้เกษตรกร 1 ล้านครอบครัวและสนับสนุนการเลี้ยงโคขุนคุณภาพสูง แบบโคโกเบ โดยช่วยประกันราคา และส่งเสริมการเลี้ยงและปรับปรุงพันธ์สัตว์เศรษฐกิจ 7 ประเภท ได้แก่ โค กระบือ ไก่ สุนัข แมว นก และปลา ทั้งคุณภาพและปริมาณ 23.จะส่งเสริมเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรให้พ้นจากความยากจน ด้วยการปลูกไม้โตเร็ว (กระถินยักษ์) เป้าหมาย 30 ล้านไร่ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผลิตกระดาษ และเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ด้านที่ดินและแหล่งน้ำ 24.เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินและจัดที่ดินให้แก่ผู้ที่ไร้ที่ดินทำกินอย่างเพียงพอ 25.ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำธรรมชาติให้ จัดทำแผนแม่บทการชลประทาน เพื่อวางแผนการจัดสรรน้ำป้องกันน้ำท่วมให้แก่การเกษตร อุตสาหกรรม และการบริการในระยะยาว จัดการเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำ โดยการสร้างเขื่อน ฝาย ขุดสระ หรือแก้มลิง ขุดทางน้ำเชื่อมแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล 26.เพิ่มปัจจัยการผลิตแก่ประชาชน ขุดบ่อน้ำ 9 ล้านบ่อ เพื่อ 9 ล้านครอบครัวภายใน 4 ปี พรรคประชามติ ชีวิตต้องมีหลักประกัน ด้วยเมตตา ปัญญา เพื่อประชาชน พรรคการเมืองผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หมายเลข 19 กับคำขวัญ รวมพลังเมตาธรรมค้ำจุนชาติ เปลี่ยนหนี้สินของชาติเป็นทุน แปลงอนาคตของชาติเป็นทุน โดยมีนายประมวล รุจนเสรี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และมีนายวิฑูรย์ แนวพาณิช เป็นเลขาธิการพรรค จัดให้มีการประเมินมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติ
สาธารณูปโภค สาธารณูปการและทรัพยากรมนุษย์แต่ละจังหวัด เพื่อให้เป็นทุนของจังหวัด ให้มีการจัดตั้งองค์การตลาดกลางทางการเกษตรขึ้นในทุกจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย และการประกันพืชผลทางการเกษตร พรรคไทยร่ำรวย พรรคการเมืองผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หมายเลข 27
โดยมีนายปฐม อัญสกุล (ประธานบริษัท อีซี่ เน็ตเวิร์ค มาร์เก็ตติ้ง จำกัด)
ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และมีนายชาติทอง บุญเรือง เป็นเลขาธิการพรรค (ไม่มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรอย่างชัดเจน) หมายเหตุ |
![]() |