|
|
||||||||||||||||||
|
งานข้าวคืนนา |
||||||||||||||||||
นานแค่ไหนแล้วที่แม่โพสพถูกจับแช่เย็นไว้ในห้องแคบๆ... ในวันนี้คือวันที่เรามาพร้อมใจกันเชิญท่านกลับคืน...สู่ผืนนา
ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา โดยการริเริ่มของเกษตรกร ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีโครงการที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรนำพันธุ์ข้าวพื้นเมืองในธนาคารพันธุกรรมที่เคยเก็บรวบรวมมาจากท้องถิ่นต่างๆ กลับนำมาอนุรักษ์ พัฒนา ปรับปรุงพันธุ์ และการใช้ประโยชน์จากพันธุ์ข้าวให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นนั้น ซึ่งถือเป็นกระบวนการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ทักษะการผลิตเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ ตลอดจนการส่งเสริมสิทธิของเกษตรกรและชุมชนในการเป็นเจ้าของพันธุกรรมและฐานทรัพยากรอาหาร เพื่อให้เกิดการพึ่งตนเองของเกษตรกรได้มากขึ้น และเพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรและภาคเกษตรกรรมของไทย รวมทั้งเพื่อประชาชนของสังคมโดยรวม
และแล้วก็มาถึงวันที่ข้าวได้คืนนา... วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ จึงเป็นวันที่เกษตรกรจากเครือข่ายการทำงานในภูมินิเวศต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่องค์กรร่วมจัด นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง จากภาครัฐและเอกชน กว่า ๒๐๐ คน มารวมกันในงาน ข้าวคืนนา เพื่อขอรับพันธุ์ข้าวพื้นบ้านกลับไปปลูกรักษาไว้ยังถิ่นฐานดั้งเดิมที่แม่โพสพได้จากมาก โดยการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ ๔ ประการ คือ ๑) เพื่อสนับสนุนให้ชาวนาและชุมชนท้องถิ่นในการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองในภูมินิเวศต่าง ๆ เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ และนำพันธุ์ข้าวพื้นเมืองไปพัฒนา และใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละท้องถิ่น ๒) เพื่อให้เกษตรกรมีส่วนร่วมแบ่งเบาภาระในการอนุรักษ์พันธุ์ข้าว การบริหารความงอกของเมล็ดพันธุ์ ข้าว และเพื่อลดข้อจำกัดของการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวในรูปแบบธนาคารพันธุกรรม ๓) เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยทำให้พันธุกรรมข้าวที่มีสามารถปรับตัวกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศได้ตามสภาพจริง ๔) เป็นการป้องกันการสูญพันธุ์ของข้าวที่จะเกิดในอนาคต โดยสาเหตุด้านการตลาด และสาเหตุต่างๆ ที่เกิดจากการพัฒนาที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า
คือความรู้สึกของชาวนา... ถ้าพันธุ์ข้าวอยู่ในธนาคารพันธุ์ เราไม่ได้เรียนรู้ลักษณะของมัน เราไม่รู้ศักยภาพของพันธุ์ข้าว เช่น การแตกกอ ผลผลิต รสชาติ แต่ถ้าเราเอากลับมาปลูกในพื้นที่นาของเรา เราจะได้เรียนรู้ เราได้สังเกต เราได้รู้ลักษณะพันธุ์...ที่สำคัญต้องการให้พันธุ์ข้าวเดิมกลับมาเติบโตในพื้นที่เดิมที่คิดว่ามีสภาพเหมาะสมที่สุด ดาวเรือง พืชผล
....ถ้าเราใช้ธนาคารเป็นสถานที่เก็บจะมีปัญหามาก และสถานการณ์ของพันธุ์จะแคบ เสี่ยงต่อความเสียหายสูง ไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมปัจจุบัน เพราะขาดการปรับตัว...ทั่วโลกไม่เคยมี่ใครนำพันธุ์ข้าวมาถึงมือเกษตรกร ไทยยังดีกว่าหลายประเทศที่เปิดโอกาสให้เมล็ดพันธุ์กับเกษตรกร ดังนั้นไทยควรเป็นประเทศแรกที่คืนพันธุ์พืชต่างๆ กลับสู่แหล่งกำเนิดในแต่ละจังหวัด แล้วให้บริหารจัดการเอง มีการปรับปรุงพันธุ์แข่งกับธนาคาร ทำให้พันธุ์พื้นบ้านเหล่านี้มีการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมปัจจุบัน และเกษตรกรก็จะมีความรู้ในการปรับปรุงพันธุ์ควบคู่กันไป และจะได้พันธุ์ข้าวที่ดีไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้านในอนาคต เดชา ศิริภัทร
กำหนดการงานข้าวคืนนา * วันพุธที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑
คณะที่ปรึกษา อาจารย์ระพี สาคริก อาจารย์ชนวน รัตนวราหะ คุณสงกรานต์ จิตรากร คุณพรชัย จุฑามาศ
องค์กรรับผิดชอบ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ กรมการข้าว
องค์กรร่วมจัด มูลนิธิข้าวขวัญ มูลนิธิชีววิถี เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคอีสาน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภูมินิเวศน์ยโสธร เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภูมินิเวศน์สุรินทร์ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภูมินิเวศน์ทุ่งกุลาร้องไห้ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภูมินิเวศน์กาฬสินธุ์ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภูมินิเวศน์มหาสารคาม ศูนย์อีสานมั่นยืน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเมืองลุง เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนสงขลา เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก นครศรีธรรมราช เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภูมินิเวศน์ฉะเชิงเทรา เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือ มูลนิธิฮักเมืองน่าน นาวิลิตและเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนเพชรบุรี เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษ มูลนิธิชีวิตไท มูลนิธิสายใยแผ่นดิน มูลนิธิมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนภายใต้มูลนิธิพัฒนาศักยภาพชุมชน สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคประเทศไทย
|
||||||||||||||||||
![]() |