<< กลับหน้าแรก <<
กลับหน้ารวมเรื่อง
1. หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบันพบว่าวิกฤตอาหารกำลังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังของนานาชาติ ทั้งนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์การผลิตสินค้าอาหารของโลกที่ประสบปัญหาภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะข้าว ทำให้บางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไม่สามารถผลิตข้าวได้ตามปกติ และประเทศที่เคยส่งออกข้าวที่สำคัญ เช่น เวียดนาม อินเดีย ประสบปัญหาผลิตได้ไม่เพียงพอต่อการส่งออกเช่นเดียวกัน สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน เนื่องจากปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากกว่ากำลังการผลิต ส่งผลให้ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายประเทศทั่วโลกได้มีนโยบายส่งเสริมการประหยัดพลังงานโดยการใช้พืชพลังงานทดแทน เช่น มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์มน้ำมัน ซึ่งเดิมเคยใช้เพื่อเป็นอาหาร หรือเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ถูกปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตพลังงานทดแทน สภาพปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดปรากฏการณ์การแย่งพื้นที่ปลูกพืชอาหารไปปลูกพืชพลังงานทดแทน ทำให้เกิดภาวะอาหารขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น
สำหรับประเทศไทยในฐานะผู้นำการส่งออกข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ในลำดับต้นๆ ของโลกสถานการณ์ภายในประเทศในปัจจุบันพบว่าราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งค่าครองชีพอื่นๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็มีความต้องการผลิตผลพืชพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น เกิดความวิตกกังวลเรื่องวิกฤตอาหารขาดแคลนก่อให้เกิดการกักตุนสินค้าอาหารและเก็งกำไรส่งผลให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นทั้งตลาดภายในและภายนอก เมื่อพิจารณาด้านศักยภาพด้านการผลิตแล้ว แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถผลิตอาหารจากพืชและสัตว์เพียงพอกับความต้องการสำหรับประชากรภายในประเทศ และมีเหลือส่งออกเลี้ยงประชากรโลกได้ แต่หากมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการส่งออกเพียงด้านเดียวโดยไม่มีมาตรการรองรับ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคภายในประเทศ ซึ่งนับว่าเป็นประเด็นที่น่าห่วงใยอย่างยิ่งต่อการครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญอีกประการ คือ ปัญหาเงินเฟ้อ (Inflation) ซึ่งเกิดจากราคาสินค้าอาหารพื้นฐานในประเทศสูงขึ้น จึงส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) ตามมา ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นสูงกว่ารายได้ของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้รายได้ที่แท้จริง (Real income) ของเกษตรกรลดลง ดังนั้นเพื่อเป็นการแสวงหามาตรการรองรับในเบื้องต้นประเทศไทยได้กำหนดให้ความมั่นคงทางอาหารเป็นวาระแห่งชาติ และ การจัดทำยุทธศาสตร์รองรับสถานการณ์วิกฤตอาหารและพลังงาน เพื่อใช้เป็นแผนแม่บทในการขับเคลื่อนนโยบายและแผนงานปฏิบัติการให้กว้างขวางต่อไป
สาขาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบัน จึงได้จัดสัมมนาวิชาการ เรื่องยุทธศาสตร์ทางเลือกการพัฒนาการเกษตรของสังคมไทย เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการสู่สาธารณะชน โดยมีความมุ่งหวังที่จะประสานนโยบายและแผนงานจากทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่แนวทางและข้อเสนอแนะในการจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ทางเลือกการพัฒนาการเกษตรของสังคมไทยต่อไป
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อเป็นการระดมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ของนักวิชาการ นิสิต และประชาชน
2.2 เพื่อเป็นการเผยแพร่ ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตทางอาหารและพลังงานในปัจจุบัน
2.3 เพื่อเป็นการรวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมการสัมมนาในการจัดทำยุทธศาสตร์ทางเลือกการพัฒนาการเกษตรต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. ผู้เข้าร่วมสัมมนา ประมาณ 200 คน
3.1 นิสิตระดับปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม รุ่นที่ 48
3.2 เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน
3.3 นักเรียน นักศึกษา สื่อมวลชน และประชาชนผู้สนใจ
3.4 เจ้าหน้าที่รัฐ อาจารย์ และนักวิชาการ
4. วัน เวลาและสถานที่
วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2551 เวลา 08.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
กำหนดการ
โครงการสัมมนาวิชาการ
เรื่อง ยุทธศาสตร์ทางเลือกการพัฒนาการเกษตรของสังคมไทย
จัดโดยนิสิตปริญญาโท โครงการสหวิทยาการระดับบัณฑิตศึกษา สาขาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2551 เวลา 08.30 16.00 น.
ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
| 08.30 09.00 น. |
ลงทะเบียน |
| 09.00 09.10 น. |
กล่าวรายงานโดย อาจารย์พรเทพ พัฒนานุรักษ์ ประธานสาขาพัฒนาสังคม |
| 09.10 09.20 น. |
กล่าวเปิดงานโดย รองศาสตราจารย์ วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| 09.20 10.00 น. |
ปาฐกถา เรื่อง ยุทธศาสตร์ทางเลือกของการพัฒนาการเกษตรของสังคมไทย โดยคุณลดาวัลย์ คำภา ผู้อำนวยการสำนักวางแผนทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ |
| 10.00 12.00 น. |
อภิปรายเรื่อง นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรเพื่ออาหารและพลังงาน ผู้ร่วมอภิปราย
- คุณวรรณภา ยงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานโยบายและแผนการเกษตร สำนักเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- คุณบุญส่ง เกิดการ รองอธิบดีกรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน
- คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ มูลนิธิชีววิถี
ดำเนินการอภิปรายโดย
- คุณไชยา พลขาง นิสิตปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม |
| 12.00 13.00 น. |
พักรับประทานอาหารกลางวัน |
| 13.00 15.00 น. |
เสวนา เรื่อง ทิศทางและการปรับตัวทางการเกษตร
ร่วมเสวนาโดย
- คุณสุดารัตน์ เตชะศรีประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มวิจัยพืชพลังงานทดแทน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
- คุณมนตรี ตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม กลุ่มธุรกิจพืชเครือเจริญโภคภัณฑ์
- คุณอุบล อยู่หว้า ผู้ประสานมูลนิธิเกษตรกรรมทางเลือกแห่งประเทศไทย
ดำเนินรายการเสวนาโดย
- ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี |
| 15.00 15.15 น. |
พักรับประทานอาหารว่าง |
| 15.15 16.00 น. |
เปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเสนอข้อคิดเห็น เพื่อรวบรวมเป็นข้อเสนอแนะแนวทางในการจัดทำแผนงานยุทธศาสตร์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| 16.00 น. |
ปิดประชุม โดย อาจารย์พรเทพ พัฒนานุรักษ์ ประธานสาขาพัฒนาสังคม |
หมายเหตุ เบอร์โทรประสานงาน นายไชยา พลขาง 084-0297715
|